2015/02/10 さよなら、日本!

เมื่อคืนที่ผ่านมาพักอยู่โรงแรมรูหนู (Capsule Hotel) ที่สนามบิน โดยรวมโรงแรมโอเคเลยนะ พักสบาย ๆ ติดแต่แขกที่เข้าพักนี่แหละ เสียงดังในทุกกรณี ปิดประตูดัง เดินเสียงดัง คุยเสียงดัง สรุปกว่าจะได้หลับ นอนจริง ๆ 3 ชั่วโมงได้มั้ง .. แต่ก็สบายกว่าไปอยู่ในสนามบินนะ ที่นอนอุ่น ๆ มีผ้าห่ม เช้ามายังได้อาบน้ำด้วย ก็โอเคหละ

ตกลงว่าตื่นตั้งแต่ตี 4 กว่า แต่นอนกลิ้งไปมาถึงตี 5 แล้วก็ลุกมาเตรียมตัวเข้าสนามบิน อ้อ โรงแรมรูหนูนี้ชื่อ 9 hours [เค้ามี concept ว่า one hour shower + seven hours sleep + one hour rest] อยู่ที่ Terminal 2 ของ Narita เลย เดินนิดเดียวก็ถึงชั้นขาออก (Departure)

Check-in Counter ของ Air Asia เปิดตั้งแต่ 6:15 AM แต่ร้านค้าต่าง ๆ ในสนามบินเปิดกัน 7:30 AM (ยกเว้น 7-11 ที่เปิด 24 ชั่วโมง)

หลังเดินดูนู่นนี่ ซื้อขนมนิด ๆ หน่อย ๆ ก็เดินไปรอขึ้นเครื่อง พร้อมปิดทริปประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกด้วยความประทับใจ

さよなら、日本!Till we meet again! Thank you for taking good care of us. ありがとうございました!

แถมท้ายเล็ก ๆ น้อย ๆ

  • รถไฟที่จะนั่งเข้าเมือง เลือกสายที่จอดใกล้ที่พัก หรือสายที่ต้องเปลี่ยนรถน้อยที่สุด เช่น ถ้ามาพักแถว Ueno, Asakusa นั่ง Sky Liner จะสะดวก แต่ถ้าสมมติพักแถวสถานี Tokyo, Shinjuku หรือออกนอกเมืองไป Yokohama นั่ง Narita Express ของ JR ก็น่าจะดีกว่า เห็นว่าเค้ามีตั๋วชุด (NEX + JR) ด้วย

  • วางแผนการเดินทางด้วยเวบไซต์ hyperdia และใช้ Google Maps เป็นตัวช่วย สะดวกมาก สามารถวางแผนล่วงหน้าได้

  • ที่เขาว่ากันว่า ต้องจองตั๋วรถไฟล่วงหน้า ที่ผ่านมายังไม่เห็นว่าจำเป็น แต่เห็นว่าการจองตั๋วล่วงหน้าต้องกำหนดเวลาตายตัวมาก ส่วนตัวรู้สึกเที่ยวลำบาก ชอบไปไหนมาไหนแบบปรับเปลี่ยนได้ตามเหมาะสมมากกว่า

  • รถไฟบางสายสามารถจองที่นั่งได้ เพิ่มเงินนิดหน่อย ถ้านั่งยาว ๆ ก็สบายดี ไม่ต้องยุ่งกับใคร จองที่สถานีได้เลย

  • ระบบการเดินทางส่วนใหญ่ ใช้บัตรเติมเงิน (Suica หรือ PASMO) ได้ ร้านค้าต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งตู้ล๊อกเกอร์ฝากของในหลาย ๆ ที่ก็ไช้ได้ คราวนี้มาเติมเงินตั้งต้นไว้ 10,000 เยน ใช้ทำได้ทุกอย่างจนหมดเหลือ 0 เยนพอดิบพอดี (ค่ามัดจำบัตร 500 เยน ก็แปลว่าใช้เงินได้ 9,500 เยน)

  • ค่าฝากกระเป๋าตามล๊อกเกอร์ ช่องใหญ่สุด 600 เยน ขนาดกลาง 500 เยน ต่อวัน

  • ถ้าเป็นไปได้ กำหนดจุดไว้เลยว่าอยากไปที่ไหน ไปกินร้านไหน เพราะถ้าจะเดินหาโอกาสพลาดสูงมาก ยกตัวอย่างเรื่องอาหาร ทีแรกคิดว่ามาถึงแล้วเดินหาเอาก็ได้ ราเมง ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ ฯลฯ น่าจะมีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงสิน่า ปรากฎว่า หายากนะ เตรียมมาล่วงหน้าจะดีที่สุด

  • まもなく(ma-mo-na-ku) แปลว่า soon หรืออะไรก็ตามที่อยู่ในความหมายว่า “เร็ว ๆ นี้” เช่น ถ้านั่งอยู่ในรถไฟ ได้ยินคำนี้ก็แปลว่า “สถานีที่กำลังจะถึง” แต่ถ้ายืนอยู่ที่สถานี คำนี้ก็แปลว่า “รถขบวนที่กำลังเข้ามา” คำนี้เป็น keyword

  • ありがとうございました (a-ri-ga-tō go-za-i-ma-shi-ta หรือพูดง่ายๆ ก็ อะริกะโตะ โกซัยมัส) ช่วยให้คนญี่ปุ่นยิ้มแย้มกับเรามากขึ้นอีก คำเดียวนี่แหละ พอแล้ว

  • ถ้าจะลองอีกคำก็ すみません (su-mi-ma-sen / สุมิมาเซ็ม) เดินชนเขา ขอทาง ขอโทษ I’m sorry ขอให้ช่วย เรียกเพื่อสั่งอาหาร อะไรทำนองนี้ ใช้คำเดียวนี่แหละ

สังเกตไปเรื่อย

  • คนญี่ปุ่น น่ารักมาก เรียบร้อยมาก มีมารยาทมาก ปกติคิดว่าตัวเองก็เรียบร้อยใช้ได้ มารยาทก็ถูกสอนมาพอสมควร แต่เจอญี่ปุ่นเข้าไป เทียบเขาไม่ได้เลย

  • เดินทางบ่อย ๆ ทำให้เห็นว่า คนไทยที่มักต่อว่าคนจีนต่าง ๆ นานานั้น อันที่จริงแล้วก็ไม่ได้มีพฤติกรรมที่ต่างจากเขาเลย เอะอะโวยวาย สกปรก ไม่มีระเบียบ มาครบ!

  • แปลกใจ คนขึ้นเครื่องบิน ใช้ห้องน้ำไม่เป็นเยอะมาก! คลำประตูไปทั่ว แล้วก็เดินจากไป (แต่เรื่องอ่าน Push แล้วไม่ “ผลัก” เป็นเรื่องปกติ เพราะ Push แปลภาษาไทยได้ว่า “ดึง”!)