2015-02-04 สวัสดี โตเกียว!

หลังจากวางแผนล่วงหน้าแบบข้ามปี เปลี่ยนนู่นเปลี่ยนนี่จนเกือบวินาทีสุดท้าย ในที่สุดก็ถึงวันที่ออกเดินทางไปสัมผัส “แดนอาทิตย์อุทัย” เป็นครั้งแรก หลังจากขึ้นเครื่องแล้วก็หลับ ๆ ตื่น ๆ คงเป็นเพราะความตื่นเต้น ผ่านไปไม่เท่าไหร่ก็ได้ยินเสียงประกาศว่าอีกไม่นานก็จะถึงแล้ว

มาถึงตั้งแต่ 7 โมงเช้า เร็วกว่ากำหนดตั้ง 1 ชั่วโมงแหนะ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ “ความเย็นยะเยือกในอากาศ” นักบินเค้าประกาศไว้แล้วว่า “อุณหภูมิเวลานี้อยู่ที่ -2 องศาเซลเซียสครับ” … ญี่ปุ่นต้อนรับเราได้เย็นชามาก! :)

Ohayo Japan! Yoroshiku Onegaishimasu!!Ohayo Japan! Yoroshiku Onegaishimasu!!

หลังผ่านพิธีกรรมเข้าเมือง สิ่งแรกที่ทำคือต่างคนต่างขุดเอาเสื่อขนเป็ดขนไก่ออกมาห่อหุ้มร่างกาย พอได้ความอบอุ่นตามสมควร เราก็เดินหารถไฟเข้าเมืองตามที่วางแผนกันเอาไว้

จากสนามบินนาริตะเข้าโตเกียว มีรถไฟด่วน 2 สาย เราเลือกใบ้บริการ Keisei Skyliner เพราะจอดป้ายใกล้ ๆ กับที่พัก

Keisei Skyliner TicketKeisei Skyliner Ticket

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาทีก็มาถึงบริเวณสถานีรถไฟ Ueno (Skyliner จอดที่ Keisei Ueno เดินนิดนึงก็ถึงสถานี Ueno ซึ่งเป็นทั้งสถานี JR และ Tokyo Metro — ต่างกันยังไง? ไปหาซื้อหนังสือท่องเที่ยวอ่านเองนะ)

เพิ่ง 9 โมงครึ่งเอง มีเวลาหลายชั่วโมงก่อนจะเช็คอินเข้าโรงแรม ก็เลยเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่ locker ที่สถานี่รถไฟ

Coin LockerCoin Locker

และสิ่งแรกที่ทำคือ หาของอุ่น ๆ ลงท้อง เป็นคล้าย ๆ food court ขื่อ L’UENO (L ย่อมาจาก LOTTE)

อุ่นได้ที่ก็ออกเที่ยวกันทันที นั่งรถไฟสาย Ginza จาก Ueno ไปลงที่สถานี Asakusa ที่แรกที่ไปเป็นจุดแวะบังคับแห่งแรกของคนที่มาโตเกียว วัด Senso-ji กับประตูสายฟ้า! (Kininarimon) เช้านี้คนเยอะเชียว ตั้งแต่หน้าประตู

KiminarimonKiminarimon

ตรงเข้าผ่านบริเวณขายของด้านหน้า (Nakamise-dori)

Nakamise-dōriNakamise-dōri

จนถึงในวัด มองทางไหนก็มีแต่คน สนุกดี

Sensō-jiSensō-ji

แอบดูกิจกรรมแปลกตา (ขอพร เซียมซีแบบญี่ปุ่น ฯลฯ)

เสร็จแล้วก็เดินกลับออกมาทางหน้าวัด ข้ามสะพาน Azumabashi เพื่อต่อไปที่ Tokyo Sky Tree ขึ้นไปดูโตเกียวจากมุมสูง

Toward Azumabashi BridgeToward Azumabashi Bridge

ระยะทางเดินประมาณ 15 นาที จริง ๆ จะนั่งรถใต้ดินไปก็ได้นะ แต่อากาศเย็น ๆ ก็เลยเดินเล่นดูเมืองไปเรื่อย ๆ

ไม่ได้ขึ้นไปดูจนสูงสุด เพราะวันนั้นมีหมอกพอสมควร มองเห็นได้ไม่ไกลมาก

ดูวิวสักพักเริ่มหิว ลงไปหาอะไรกินดีกว่า ทีแรกคิดว่าจะไปหากินแถว Asakusa ทำไปทำมาติดกับดัก supermarket ซื้อกินจากแถว ๆ ใต้ Sky Tree นั่นแหละ

ดูเวลาเห็นใกล้บ่ายสองโมง กลับไปเอากระเป๋าแล้วเข้าโรงแรมสักหน่อยดีกว่า แต่ปรากฎว่าจำเวลาผิด โรงแรมเค้าให้เช็คอิน 3 โมงเย็น ไม่เป็นไร ฝากกระเป็าไว้แล้วเที่ยวต่อ!

นั่งรถไฟจาก Ueno ไป Odaiba ไปถ่ายรูป Gundam สักรูปสองรูป

Gundam FrontGundam Front

เพราะเดี๋ยวจะโดนหาว่ามาไม่ถึงญี่ปุ่น ก่อนไปก็ดูมาแล้วว่าบริเวณนั้นเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่โต ก็ไม่ได้คิดว่าจะใหญ่ขนาดนั้น! ระหว่างทางเห็น Uniqlo เลยแวะสักหน่อย เห็นใคร ๆ ก็บอกว่า heat tech เค้าดี!!

เดินไปเดินมาดูเวลาก็เย็นย่ำ ท้องเรียกร้องหาอาหารอีกแล้ว เดินผ่าน food court (อีกแล้ว!) เห็นร้านขาย takoyaki ลองเลย … อร่อย!

TagoyakiTagoyaki

เสร็จแล้วก็นั่งรถกลับ Ueno แต่เลือกนั่งอีกสายนึง ลองดู

กลับมาถึงสถานี Ueno ก็สองทุ่มกว่าแล้ว เลยหาอะไรกินก่อนกลับโรงแรม เจอร้านบ้าน ๆ ร้านนึง ป้ายข้างหน้าเขียนภาษาญี่ปุ่น อ่านได้ว่า ราเมง (พอดีว่าภรรยาอ่านออกหนะ) ก็เลยแวะเข้าไปลองดู ปรากฎว่า — ราเมงจีน (บะหมี่นั่นเอง) … แต่ก็อร่อย!

Chinese RamenChinese Ramen

กินเสร็จแล้วก็เดินกลับโรงแรม จัดกระเป๋าสำหรับพรุ่งนี้ อาบน้ำ แล้วก็สลบเหมือด!

Japan 2015

  • Day 1 Asakusa, Tokyo Skytree, Odaiba, Ameyoko Market
  • Day 2 Kawaguchiko
  • Day 3 Kawaguchiko, Shinjuku
  • Day 4 Tsukiji, Imperial Palace, Ginza, Omotesando, Shibuya
  • Day 5 Kamakura, Yokohama, Shibuya
  • Day 6 Meiji-jingumae, Harajuku
  • Day 7 Final Thoughts