ว่าด้วย นักบุญประจำตัว

ย้อนกลับไปประมาณต้นปี 2006 เป็นช่วงที่คุณคนเขียนเรียนคำสอน(เพื่อจะเป็นคริสตชน) และน่าจะประมาณใกล้ถึงช่วงพิธีเลือกสรร เพื่อเป็นคริสตังสำรอง ช่วงนั้นผู้ที่เตรียมตัวเข้ารับเลือกสรรก็จะเลือกนักบุญองค์อุปถัมภ์ (patron saint)

นักบุญองค์อุปถัมภ์เนี่ย ถ้าเกิดมาเป็นคาทอลิกเลย พ่อแม่ก็จะจัดการให้เสร็จสรรพ ส่วนใหญ่จะใช้นักบุญเดียวของกันกับพ่อ/แม่ หรือไม่ก็นักบุญที่พ่อแม่มีความศรัทธา แต่พอเป็นผู้ใหญ่แล้ว เค้าก็เปิดโอกาสให้ผู้เรียนคำสอนพิจารณาดูว่า นักบุญองค์ใดที่ผู้เรียนมองว่าเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต หรือบางคนก็เลือก “นักบุญประจำอาชีพ” ของตัวเอง

ในทางความเชื่อ ข้อหนึ่งเค้าก็บอกว่า เราสามารถสวดภาวนากับนักบุญองค์อุปถัมภ์ ให้ท่านช่วยวอนขอพระพรจากพระเป็นเจ้าได้อีกทางหนึ่ง

เลือกนักบุญ

ทีนี้ เมื่อปี 2006 ช่วงที่ต้องเลือกนักบุญประจำตัว พ่อวีระก็ยื่นหนังสือให้คนละเล่ม ไม่หนาไม่บาง เป็นประวัติของนักบุญประมาณ 40-50 องค์ ให้ลองไปเปิดดูว่า นักบุญองค์ใดที่เป็นแรงบันดาลใจ แล้วลองเลือกขึ้นมาสัก 4-5 ท่านก่อน แล้วสัปดาห์ต่อไปค่อยว่ากันอีกทีตอนแบ่งกลุ่มย่อย

(ถ้าคุณ ๆ คนอ่านสนใจ ลองไปเปิดดูประวัตินักบุญได้ครับ )

คุณคนเขียนเปิดอ่านได้ไม่กี่ท่านมั้งครับ เปโตร (St.Peter) เปาโล (St.Paul) ยอห์น (St.John) มัทธิว (St.Matthew) ฯลฯ ก็อัครสาวกคนที่รู้จักตอนเรียนคำสอนนั่นแหละ แต่อ่านแล้วก็ยังไม่รู้สึก “ใช่เลย” สักเท่าไหร่

ทีนี้ก็เลยเปลี่ยนวิธี นั่งมองฟ้ามองดิน นึกไปนึกมา มีนักบุญ 3 องค์ที่วนเวียนกลับไปนึกถึงอยู่หลายครั้ง

อัครเทวดากาเบรียล (St.Gabriel, the Archangel)

เป็นนักบุญองค์แรกๆ ที่มองฟ้ามองดินแล้วนึกถึง จะไม่ให้นึกถึงได้ยัง อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี

อัครเทวดากาเบรียล ตามพระคัมภีร์คือ messenger (ผู้ส่งสาร) ประจำพระองค์ของพระผู้เป็นเจ้า พระองค์ให้กาเบรียลลงมาส่งข้อความหลายครั้ง ครั้งที่สำคัญที่สุดก็คือ กาเบรียลมาบอกพระนางมารีย์ว่า พระนางจะทรงตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง และพระนางจะตั้งชื่อเขาว่า “เยซู” (Luke 1:31)

โทมัส อัครสาวก (St.Thomas the Apostle)

นักบุญโทมัสนี้มีที่มา ไม่ใช่ว่าสุ่มจาก 12 อัครสาวก นักบุญโทมัส ท่านขึ้นชื่อในเรื่อง “ความขี้สงสัย” (Doubting Thomas) หรือเรียกว่า ไม่ยอมเชื่ออะไรง่าย ๆ ถ้าจะเชื่อได้ต้องพิสูจน์ก่อน

บุคลิก คาแรกเตอร์ ตรงกับคุณคนเขียนที่ต้องการหลักการ เหตุผล และการพิสูจน์ที่ชัดเจน ก่อนจะยอมรับอะไรสักอย่าง แม้กระทั่งตอนเรียนคำสอนช่วงแรก ๆ ก็ตั้งคำถามสุ่มเสี่ยงกับการโดนพ่อวีระเอาแปรงลบกระดานเขกหัวหลายครั้ง

ความขี้สงสัยของนักบุญโทมัส ถูกบันทึกเอาไว้ในพระคัมภีร์ ตอนที่พระเยซูเจ้าทรงฟื้นกลับมาแล้ว แต่โทมัสบอกว่า ไม่ใช่ ไม่จริง ไม่เชื่อ จะเชื่อก็ต่อเมื่อได้เห็นรอยตะปูที่มือ และได้เอานิ้วไปแหย่ๆ ที่รอยแผลตรงพุงของพระเยซูเท่านั้น พอพระเยซูกลับมาอีกรอบนึง พระองค์ก็บอกโทมัสว่า อยากดูอยากแหย่ ก็มา … โทมัสถึงจะเชื่อว่าเป็นพระองค์จริง ๆ (John 20:24-29)

แอนโทนี่ (หรือ อันตน) แห่งปาดัว (St.Anthony of Padua)

มีที่มาอีกแล้ว จริง ๆ ไม่รู้จักนักบุญองค์นี้เลย แต่วันนั้นนึกถึง “บราเดอร์อรุณ (เมธเศรษฐ)” อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ช่วงที่คุณคนเขียนเรียน ม.ปลาย จำได้ว่าศาสนนามของ บ.อรุณ คือ อันตนแห่งปาดัว ก็เลยลองเปิดอ่านดู

แอนโทนี่เป็นนักเทศน์ที่เก่ง มีความรู้จริงเรื่องพระคัมภีร์ พูดเรื่องที่ยากให้เข้าใจง่าย ตำนานเล่าว่าครั้งหนึ่งแอนโทนี่เทศน์แล้วคนไม่ยอมฟัง จะด้วยความงอนหรืออย่างไรไม่ทราบได้ แอนโทนี่เดินไปยืนเทศน์อยู่ริมแม่น้ำ ปรากฎว่า “ปลาผลุบโผล่ขึ้นมาฟังกันเต็มไปหมดเลย” พอคนเห็นเข้าก็เลยสำนึกแล้วตั้งใจฟัง

(จริง ๆ แล้วแอนโทนี่ไม่ได้เป็นคนอิตาลี ท่านเป็นคนโปรตุเกส เกิดที่ลิสบอน แต่ท่านไปเสียชีวิตที่เมืองปาดัว อิตาลี)

การตัดสินใจ

พิจารณาไปมารู้สึกว่าประทับใจ แอนโทนี่ ด้วยความที่ในใจลึก ๆ แล้ว ก็ยังอยากเป็นครู และชอบที่จะเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้คนฟังเข้าใจ

สัปดาห์ต่อมาพ่อวีระก็ถามในกลุ่มย่อยว่า เลือกนักบุญอะไรกันมาบ้าง คุณคนเขียนก็เลยบอกว่า “ได้องค์เดียวครับ นักบุญแอนโทนี่ แห่งปาดัว

(เขียนเนื่องในวันฉลองนักบุญแอนโทนี่ แห่งปาดัว // Written on Saint Anthony of Padua Feast Day)