ความโปร่งใส หาได้ยังไง?

สำหรับคุณคนเขียน การดำเนินกิจกรรมใด ๆ ไม่ว่าจะทางธุรกิจหรือส่วนบุคคล ความโปร่งใสและชัดเจนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

หมู่บ้านที่คุณคนเขียนย้ายเข้าไปอยู่จะครบรอบ 2 ปีในไม่กี่วันนี้แล้ว กำลังมีปัญหาเรื่องความโปร่งใส่อย่างร้ายแรง ชี้ชัด ๆ แบบตรง ๆ คือ คุณคนเขียนหาความโปร่งใสจากกรรมการหมู่บ้านนี้ได้ลำบากเหลือเกิน

เรื่องมันก็สืบเนื่องมากจากการปรับขึ้นค่าส่วนกลางของหมู่บ้านตามที่คุณคนเขียนได้เคยเล่าให้ฟังไปแล้วครับ จนถึงทุกวันนี้ กรรมการหมู่บ้านก็ยังไม่สามารถหาเหตุผลที่จะอธิบายถึงความจำเป็นของการขึ้นราคาจาก 55 บาท/ตร.ว./เดือน เป็น 85 บาท/ตร.ว./เดือน ได้

ก่อนหน้านี้ในวันประชุมใหญ่เจ้าของบ้าน กรรมการฯ ก็ยกเอาตัวเลขประมาณการณ์ (กระแดะเรียกได้ว่า forecast) มาเป็นข้ออ้างว่า ถ้าเก็บเงิน 55 บาทนั้นมันจะขาดทุนถึง เจ็ดแสนบาท จึงมีความจำเป็นต้องเก็บเพิ่ม … คุณคนเขียนบอกไปหรือยังว่า ตัวเลขประมาณการณ์นั้น ถูกนำเสนอโดยบริษัทบริหารทรัพย์สิน

ระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กรรมการฯ พูดเสมอว่า กรรมการฯ ต้องการให้การบริการทุกอย่างอยู่บนมาตรฐาน (กระแดะเรียกได้ว่า standard) เดิม แต่พอกรรมการฯ โดนติงว่ามาตรฐานปัจจุบันก็ไม่ใช่ว่าจะดีนะ ต้องจ่ายเงินเพิ่มสำหรับมาตรฐานแบบนี้หรือ? กรรมการฯ ก็จะอ้างว่า ข้อเสียต่าง ๆ (เช่น ยามนั่งหลับ ไม่แลกบัตรเข้า เปิดประตูกั้นด้านหน้าทิ้งเอาไว้) เป็น “human error” ก็จะแก้ไขด้วยการเปลี่ยนตัวบุคคล

ค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากการที่บริษัทบริหารทรัพย์สินเพิ่ม “ค่าบริหาร” เข้ามานอกเหนือจากค่าจ้างผู้จัดการหมู่บ้าน ซึ่งเมื่อสอบถามแล้ว ทั้งกรรมการฯ และตัวผู้จัดการที่เป็นลูกจ้างบริษัทบริหารฯ ก็ไม่สามารถตอบได้ถึงหน้าที่ที่ทับซ้อนกันระหว่าง “บริษัท” (ค่าบริหาร) และ “ผู้จัดการ” (ค่าจ้าง) ซึ่งถ้าสามารถปรับลด “ค่าหัว” ส่วนนี้ไปได้ ค่าส่วนกลางก็จะลดลงมาได้อีกถึง 10 บาท/ตร.ว./เดือน

กรรมการฯ ยังอ้างถึงระบบตรวจสอบ (กระแดะเรียกได้ว่า check and balance) ที่บริษัทจะนำเข้ามาเพื่อควบคุมการทำงานของนิติบุคคล แต่พอถามไปถามมากลับได้ความคล้าย ๆ กับว่า กรรมการฯ ไม่ไว้ใจกันเอง (เพราะกรรมการฯ ยกตัวอย่างว่า ถ้าตั้งผู้จัดการเอง แล้วกรรมการฯ บอกให้ผู้จัดการทำเรื่องเสนอ แล้วกรรมการฯ เซ็นเช็คจ่ายเอง บลา บลา บลา)

ท้ายที่สุด ยังไม่เคยเห็นท่าทีว่ากรรมการฯ ได้พยายามหาทาง “ลดค่าใช้จ่าย” ของหมู่บ้าน ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง เห็นแต่ความพยายามที่จะหารายได้เพิ่ม … เป็นอย่างนี้แล้ว จะไม่ให้คนที่ต้องจ่ายเงินสับสนและสงสัยถึงความโปร่งใสได้ยังไง


ความเห็นส่วนตัว: ถ้ามีเหตุการณ์ใดที่ต้องกระทบกระเทือนถึงคนในหมู่บ้านทุกคน กรรมการนิติบุคคลควรเสาะแสวงหาความเข้าใจของเจ้าของบ้าน อธิบายความเป็นมาเป็นไป และสอบถามถึงความคิดเห็น เพื่อให้เจ้าของบ้านทุกคนได้มีโอกาสเสนอทางเลือก ก่อนที่กรรมการฯ จะนำความคิดเห็นไปดำเนินการตามความเหมาะสม

ในกรณีนี้ กรรมการฯ รับรู้ถึงความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นค่าส่วนกลางตั้งแต่เดือน มีนาคม 2554 ถ้าหากกรรมการฯ ทำงานเป็น มีช่วงเวลา 2-3 เดือนเพื่อให้กรรมการฯ รับฟังความเห็น แต่กรรมการฯ กลับเลือกที่จะโยนประเด็นเข้าที่ประชุมใหญ่ 1 เดือนก่อนเวลากำหนดโอนสาธารณูปโภค1 ใช้วิธีโน้มน้าวในแบบเถื่อน ๆ (เช่น ถ้าลดจำนวนยาม แล้วโจรเข้าบ้าน “แทงแม่กูตาย ใครจะรับผิดชอบ”) และอาศัย “ความงง” ของเจ้าของบ้านหลาย ๆ คน เร่งรัดลงมติรับการปรับขึ้นค่าส่วนกลาง โดยในระหว่างการประชุม กรรมการฯ ก็ไม่ได้มีความพยายามที่จะทำความเข้าใจและรับฟังคำทักท้วงที่เป็นเหตุเป็นผล (เช่น ขอดูค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา)

ณ เวลานี้ เรื่องยังไม่ถึงที่สุด คุณคนเขียนคงมีโอกาสมาคุยให้คุณ ๆ คนอ่านฟังกันอีกยาวครับ :)


  1. กำหนดโอนสาธารณูปโภค และต่อสัญญาบริการต่าง ๆ ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2554 — วันนี้ ครับ