Sansiri (@sansiriplc) .. Not that good afterall

แสนสิริ (@sansiriplc) .. ไม่ได้ดีอย่างที่คาดหวัง

เหตุการณ์เริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนมิถุนายน 2552 เมื่อเราตกลงใจว่า จะต้องหาที่พักอาศัยเป็นของตัวเองสักแห่งหนึ่ง ที่ ๆ จะเรียกว่า “บ้านเรา” ได้เต็มปาก เราก็เริ่มต้นคิดคำนวณงบประมาณ จนไปลงตัวที่ตัวเลขหนึ่งซึ่งไม่มากไม่น้อยจนเกินไป หลังจากนั้นการค้นหาครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งก็เริ่มขึ้น ตระเวณไปตามที่ต่าง ๆ ที่มีป้ายประกาศโครงการหมู่บ้าน แวะเวียนเข้าไปชื่นชมสถานที่ มีทั้งที่ชอบมากบ้าง ชอบน้อยบ้าง ไม่ชอบเลยก็มี

แต่สรุปรวม ๆ แล้ว เราเห็นตรงกันว่า เราชอบโครงการของแสนสิริที่สุด และลงตัวที่หมู่บ้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ที่ชื่อ ทาวน์พลัส สถานที่ตั้งของโครงการก็เหมาะสม เพราะอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานมากจนเกินไปนัก อยู่ในพื้นที่ ๆ คุ้นเคย และที่สำคัญ คำว่า “แสนสิริ”

เราแวะเวียนเข้ามาดูบ้านอยู่หลายครั้ง เริ่มจากบ้านหลังเล็ก ๆ ราคาใกล้เคียงงบประมาณก่อน แต่พอดูไปเรื่อง ๆ ความชอบใจไปตกอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งราคาเกือบจะสองเท่าของงบประมาณที่ตั้งใจ บ้านหลังนี้จะมีข้อเสียอยู่บ้างก็ตรงที่ มีโรงงานอะไรก็ไม่รู้อยู่ข้าง ๆ กำแพงบ้านพอดี

ตอนที่มาดูบ้านแรก ๆ นั้น เราก็ได้ถามคนขายตัวแทนบริษัทแสนสิริไปแล้วว่า “โรงงานนี้จะสร้างความรำคาญและความลำบากให้เราไหม” คนขายที่แสนดีก็ตอบกลับมาด้วยความมั่นใจว่า “หกโมงเย็นก็เลิกงานกันแล้ว กลางคืนสงบแน่นอน เสาร์-อาทิตย์ก็ไม่ทำงาน และทางโครงการทำกำแพงกันเสียงไว้ด้วย เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาเรื่องเสียงแน่นอน” ถึงกระนั้นด้วยความไม่มั่นใจ เราก็แวะเวียนเข้ามาดู และถามคำถามเดิมอยู่อีกหลายครั้ง และก็ได้ยังรับคำตอบเช่นเดิม

“หลังเวลาเลิกงานแล้ว หมู่บ้านนี้เงียบสงบ เหมาะแก่การสร้างครอบครัวใหม่”

แต่ราวกับว่าเป็นการเตือน ระหว่างที่คุยกับคนขายตัวแทนบริษัทแสนสิริอยู่นั้น ก็มักมีกลิ่นประหลาด ๆ คล้ายกลิ่นพลาสติกไหม้ลอยมาเตะจมูกอยู่เป็นระยะ ๆ พอถามคนขาย เธอก็ตอบด้วยสายตางุนงงว่า “มีกลิ่นด้วยเหรอ ตั้งแต่อยู่ขายมา ไม่เคยมีกลิ่น”

เมื่อได้รับคำยืนยันเป็นมั่งเป็นเหมาะ เราก็ตัดสินใจว่า เกินงบก็เอา ดิ้นรนหาทาง เพื่อทำให้บ้านนี้เป็นของเรา ให้เป็น “บ้านเรา”

ช่วงที่เข้ามาทดลองอยู่ (คนเดียว) ก่อนจะย้ายเข้ามาอยู่จริง ก็เพิ่งได้รับรู้ความเป็นจริงข้อแรกว่า โรงงานนี้ไม่เงียบหลังหกโมงเย็น ตลอดเวลาจะมีเสียงเบื้องหลัง (background noise) ดังอยู่ และมีเสียงวัตถุตกกระทบเป็นจังหวะ ๆ

(ได้รับรู้ทีหลังว่า โรงงานที่ส่งเสียง เป็นโรงงานขึ้นรูปพลาสติก และกลิ่นมาจากโรงงานหลอมพลาสติกทางด้านหน้า)

นับจนถึงตอนนี้ จะครบรอบ 1 ปีของการย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ โอกาสที่จะได้ยิน “เสียงเงียบ” เกิดขึ้นนับครั้งและกำหนดวันได้ นั่นคือโรงงานนี้จะเงียบ เฉพาะในวันหยุดราชการ หรือวันหยุดเทศกาลเท่านั้น … ราวกับว่า เครื่องจักรต้องกลับต่างจังหวัดไปเยี่ยมญาติ

(เสียงจากโรงงาน วันที่ 23 มิถุนายน 2553 ประมาณ 6 โมงเช้า จากในห้องนอน)

ความเป็นจริงข้องที่สองตามมาติด ๆ กำแพงกันเสียง ไม่ได้ลดเสียงอย่างที่คิด เพราะนอกจากจะกั้นไม่ให้ฝั่งตรงข้ามมองเข้ามาได้บ้านได้แล้ว กำแพงนี้ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลย

(ถ้าจะมองให้แฟร์ ถ้าไม่มีกำแพงนี้ เสียงอาจจะดังกว่านี้ก็ได้นะ แต่ ณ​ เวลาที่เรามาดูบ้าน เราก็จะได้รู้ว่า “ของจริงมันเป็นยังไง”)

ถึงเวลานี้ เสียงโรงงานที่ไม่รู้จักเงียบนั้น ได้เพิ่มความดังและความแตกต่างของเสียง จนตอนนี้นับรูปแบบกันไม่ไหวแล้ว และด้วยความที่เสียงนั้นดังเข้ามาถึงในบ้านแม้ขณะเปิดเครื่องปรับอากาศ บริเวณชั้น 3 ซึ่งถูกออกแบบไว้สำหรับเป็นที่หลับนอน จึงถูกปล่อยร้าง และพากันยกเครื่องนอนมาพำนักในห้องทำงานชั้น 2 ซึ่งเสียงเบากว่า (ย้ำ ไม่ใช่เงียบ แต่เบากว่า)

(เสียงจากโรงงาน วันที่ 15 กรกฎาคม 2553 ประมาณ ตี 3 จากในห้องนอน)

ประเด็นที่เกิดขึ้นก็คือ เราได้ร้องเรียนไปยังบริษัทแสนสิริ ผ่านทาง call center และแจ้งผ่านผู้จัดการหมู่บ้านว่า เราต้องการนัดพบตัวแทนจากบริษัทแสนสิริ เพราะคาดหวังว่า บริษัทจะส่งตัวแทนที่สามารถตัดสินใจได้ แวะเวียนเข้ามารับฟัง และรับรู้ความเดือดร้อนของลูกค้าบ้าง เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของลูกค้าเลย เนื่องจากลูกค้าได้รับคำยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะจากตัวแทนของบริษัท ซึ่งเป็นพนักงานฝ่ายขายแล้วว่า ถ้าซื้อบ้านของแสนสิริที่นี่ จะไม่มีปัญหาใด ๆ แต่เวลานี้ลูกค้าต้องรับความลำบากในการใช้ชีวิตอย่างมาก จากมลภาวะทั้งทางเสียงและกลิ่น

เช้าวันนี้ได้รับทราบผลว่า ตัวแทนจากบริษัทแสนสิริ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นฝ่ายที่ดูแลโครงการนี้ บอกผ่านผู้จัดการหมู่บ้านมาว่า ขั้นตอนการขายนั้นผ่านไปแล้ว ความรับผิดชอบผ่านจากมือของบริษัทแสนสิริไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความต้องการที่จะนัดเข้ามาพูดคุย หรือรับรู้ปัญหาความเดือดร้อนใด ๆ

ตัดตอนความรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้ระคายเคืองผู้บริหารระดับสูงขึ้นไป

หลังจากคิดใคร่ครวญดูแล้ว คงเหมาะสมที่เราจะเขียนระบายความในใจออกมาบ้าง เพื่อที่ว่า ถ้าในอนาคตผู้อ่านจะตัดสินใจเป็นลูกค้าของบริษัทแสนสิริ ผู้อ่านจะต้องชั่งใจอย่างมาก ก่อนจะตัดสินใจเชื่อถือคำพูดของตัวแทนฝ่ายขายจากบริษัท รวมถึงความใส่ใจในการดูแลลูกค้าหลังการขายของแสนสิริด้วย

หมายเหตุ:

  1. สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาบ้านร้าว สีลอก พื้นทรุด ดังนั้นการ “แจ้งซ่อม” ผ่าน Home Care จึงไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม
  2. สิ่งที่ร้องเรียนจากแสนสิริ เพียงต้องการความใส่ใจในลูกค้า และความรับผิดชอบเบื้องต้น ที่แสนสิริควรหาทางบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าตามความเหมาะสมเท่านั้น สำหรับต้นเหตุ ซึ่งคือโรงงานพลาสติกนั้น เราก็ได้ทำการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบแล้วตามขั้นตอน
  3. ได้รับแจ้งว่า ตัวแทนฝ่ายขายที่ติดต่อกันระหว่างก่อนซื้อบ้านนั้น ลาออกไปแล้ว เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องคาดหวังว่าจะได้รับความกระจ่างอะไรจากทางด้านนั้น