ติดเกาะ

ผลัดวันประกันพรุ่งมานานแล้ว คุณคนเขียนบันทึกประสบการณ์ติดเกาะเอาไว้สักหน่อยดีกว่า

อย่างที่เขียนเอาไว้เมื่อคราวที่แล้วครับ คุณคนเขียนไปติดเกาะมา ทริปนี้จองเอาไว้ตั้งแต่งานเที่ยวทั่วไทยปีที่แล้ว ตามโปรแกรมแล้ว ทริปนี้เป็นปลาครับ อยู่ในน้ำ/บนเรือสักประมาณ 75-80%

ออกเดินทางจากสายใต้ใหม๊ใหม่ตอนประมาณ 1 ทุ่ม คืนวันศุกร์ กระเตงกันไป 5 ชีวิตครับ เลือกใช้บริการรถบัสของบริษัทลิกไนต์ ระหว่างทางก็มีแวะรับประทานข้าวต้มรอบดึก ประมาณแถว ๆ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รสชาติไม่เลวทีเดียว

หลังจากนั้นก็เดินทางต่อไปถึง คุระบุรีกรีนวิวรีสอร์ท ที่พังงา ตอนประมาณตีห้ากว่า ๆ ของวันเสาร์ (จุดที่ 3)

นั่งรอกันอยู่ที่รีสอร์ทถึงแปดโมงเช้า ก็มีรถมารับไปที่ท่าเรือของรีสอร์ท (จุดที่ 1) แล้วก็เดินทางไปที่หมู่เกาะสุรินทร์ โดยระหว่างทางก็แวะดำน้ำดูใต้ทะเลกันสักสองจุด

ถ้าคุณคนเขียนจำไม่ผิด ตรงนี้เรียกว่า อ่าวช่องขาด (จุดที่ 5)

หลังจากนั้นก็ไปรับประทานอาหารกลางวันกันที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ (จุดที่ 4) แล้วก็จัดเก็บของเข้าที่พัก คืนแรกนอนเต้นท์ครับ … นึกถึงสมัยเรียนลูกเสือ :P

ตอนบ่ายก็ไปดำน้ำอีกสองจุด แต่ด้วยความที่คุณคนเขียนไม่ถูกกับน้ำที่เหยียบไม่ถึงพื้น คุณคนเขียนก็เลยอยู่บนเรือตลอดเวลา ทีแรกก็ตั้งใจจะไปนั่งอ่านหนังสือ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้อ่าน เพราะนั่งมองน้ำ มองฟ้า ก็ลืมนึกถึงหนังสือที่พกไปซะแล้ว

คืนแรกนี้คุณคนเขียนคิดว่าน่าประทับใจซะเกือบทุกอย่างนะครับ ยกเว้นก็แต่นักท่องเที่ยวคนอื่น ที่ทำเสียงเอะอะราวกับว่าอยู่ในสวนหลังบ้านตัวเอง แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้ ไปอยู่กับคนเยอะ ๆ ก็คงต้องเตรียมใจไว้แล้ว … รวม ๆ แล้ว ผ่านไปหนึ่งวัน สนุกสนานใช้ได้ทีเดียว

เช้าวันรุ่งขึ้น วันอาทิตย์ ออกเดินทางไปที่หมู่บ้านมอแกน (Moken - จุดที่ 6) ระหว่างทาง คุณคนเขียนหันหลังไปถ่ายอ่าวช่องขาดอีกทีหนึ่ง

ระหว่างทางผู้นำเที่ยวชี้ให้ดูต้นไม้โดดเดี่ยวต้นนึง เป็นจุดสังเกตว่า ชาวมอแกนเคยอาศัยอยู่ที่บริเวณนี้

ตอนนี้มอแกนย้ายไปอยู่อีกบริเวณนึง ไม่ห่างจากที่เดิมมากนัก

ชาวมอแกน ทุกคนนามสกุล “กล้าทะเล” ซึ่งเป็นนามสกุลพระราชทานจากสมเด็จย่า

บ้านช่องก็อยู่กันอย่างเรียบง่าย คร่าว ๆ ว่า (ตามที่คุณคนเขียนแอบชำเลืองมองจากข้างล่าง) เดินขึ้นไปก็จะเจอครัว แล้วก็มีกำแพงกั้นอีกฝั่งนึงเป็นห้องนอน หรือบางบ้านก็เป็นห้องดูทีวีด้วย

ผู้นำเที่ยวเล่าอีกว่า ก่อนหน้านี้ ชาวมอแกนหาเลี้ยงชีพด้วยการจับปลา ส่วนของใช้อื่น ๆ ก็ได้รับการแบ่งปันจากชาวบ้านบ้าง หรือไม่ก็ขายปลาที่จับมาได้เพื่อไปซื้อข้าวของบ้าง (ชายที่เห็นในรูป คือผู้นำเที่ยวนั่นเอง)

จนกระทั่งหลังจากเหตุการณ์สึนามิ ความช่วยเหลือต่าง ๆ ก็หลังไหลเข้ามา แต่บางอย่างก็ไม่ใช่สิ่งที่ชาวมอแกนต้องการ (ในตอนนั้น) อย่างในรูป คือศูนย์สาธารณสุข ที่ก่อนหน้านี้เคยมีหมอหรือพยาบาลมาประจำอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันเป็นบ้านที่ปิดตายหลังหนึ่งเท่านั้น

เห็น solar cell ในรูปบนแล้ว คุณคนเขียนนึกถึงคำของผู้นำเที่ยว เค้าบอกว่า “เป็น ‘ความสวยหรู’ จากทางราชการ ที่พวกเขาไม่ได้ต้องการ”

คุณคนเขียนเล่าไปแล้วว่า บางบ้านมีทีวี ผู้นำเที่ยวก็บอกด้วยว่า นั่นเป็นอีก ‘ความสวยหรู’ หนึ่ง ที่ได้รับมาหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น มีคนบริจาคให้มา และความสวยหรูนี้ทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ ชาวบ้านก็หาปลาเพื่อรับประทาน และขายเพื่อจับจ่ายของจำเป็น แต่ตอนนี้หลายคนต้องทำงานมากขึ้น เพื่อหาเงินมาซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

เอาหละ คนช่วยเหลือก็คงหวังดี แต่อาจจะลืมคิดถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้รับ

ที่หมู่บ้านมอแกนมีโรงเรียนด้วยครับ ครูมาสอนสัปดาห์ละ 3 วัน

หลังจากออกจากหมู่บ้านมอแกน ผู้นำเที่ยวก็พาไปดำน้ำอีกจุดหนึ่ง เสร็จแล้วก็กลับไปที่อุทยานฯ เตรียมตัวกลับขึ้นฝั่ง ระหว่างทางกลับ คุณคนเขียนและคณะได้นั่ง first class ครับ (คนอื่นคงคิดว่าบ้า เพราะนั่งตากแดดเป็นเวลาเกือบสองชั่วโมง)

ภาพถ่ายไม่สามารถบันทึกความรู้สึกมาได้ และคุณคนเขียนก็ “สุขใจ” จนลืมนึกว่า N78 ถ่ายวิดีโอได้ ก็ตามที่เค้าพูด ๆ กันครับ เก็บไว้ในความทรงจำ :)

ออกจากเกาะประมาณสามโมงเย็นครึ่ง กลับมาถึงฝั่งสักประมาณห้าโมงเย็นกว่า ๆ

คืนวันนั้นพักที่รีสอร์ท คุณคนเขียนตกใจกับอาหารเย็นครับ … เยอะมาก

วันจันทร์ ไม่มีอะไรทำตามโปรแกรม คุณคนเขียนและคณะก็ไปขอยืมจักรยานและเรือ ขี่ ๆ พาย ๆ เวียนว่ายอยู่ที่รีสอร์ท รอเวลาขึ้นรถกลับ

รถพาออกจากรีสอร์ทประมาณเกือบ ๆ หกโมงเย็น พาไปส่งที่สถานีขนส่ง (จุดที่ 2)

ระหว่างรอรถ ก็เดินดูตลาดคุระบุรีซะหน่อย

ออกจากคุระบุรีตอนประมาณหนึ่งทุ่ม กลับมาถึงกรุงเทพก็ประมาณตีห้า วันอังคาร แต่ว่ายังไม่ได้ไปทำงานครับ เพราะทั้งคืนไม่ได้นอน ปวดหลังมากกกก

เรื่องของเรื่องคือ ขากลับไม่ได้นั่งรถบริษัทเดิมกลับ ต้องเปลี่ยนมานั่งอีกคันหนึ่ง ราคาเท่ากัน ความรู้สึกคนละเรื่อง!

สรุปแล้ว คุณคนเขียนแนะนำครับ คุระบุรีกรีนวิวรีสอร์ท

(ว่าแต่ ตกลงแล้ว ค่าใช้จ่ายมันรวมทั้งหมดเท่าไหร่ ผู้ร่วมคณะทั้งหลาย ถ้าผ่านมา บันทึกเอาไว้หน่อยนะจ๊ะ)

แถมท้าย … บันทึก Twitter ครับ

  • heading to bangkok bus terminal. slight traffic. 6:12 PM Mar 6th
  • on bus finally. almost late. 7:19 PM Mar 6th
  • pranburi 10:14 PM Mar 6th
  • quick stop for late night light meal at sila loy. 10:53 PM Mar 6th
  • in the middle of somewhere. 5:01 AM Mar 7th
  • arrived at kuraburi green ville resort. have to sit & wait until 8am. 5:41 AM Mar 7th
  • sun light has arrived. air is so clean. 6:23 AM Mar 7th
  • ppl are diving. 11:43 AM Mar 7th
  • lunch on surin island national park. will spend a night here. 12:36 PM Mar 7th
  • and that’s the first day. awaiting dinner now. 5:22 PM Mar 7th
  • good dinner. doing nothing time. 7:50 PM Mar 7th
  • went out to visit moken village and a dive session. preparing for lunch then head back. 12:07 PM Mar 8th
  • back on land. had first class seats on way back. ;) 6:06 PM Mar 8th
  • oh … morning has broken. 7:51 AM Mar 9th
  • breakfast done. eat too much as usual. :p 10:02 AM Mar 9th
  • awaiting lunch. checking out at 3pm. leaving at 6pm. 1:39 PM Mar 9th
  • raining in kuraburi … 3:42 PM Mar 9th
  • on way back 8:19 PM Mar 9th
  • in the middle of ranong. 8:51 PM Mar 9th
  • late night meal. approx 1/2 way. 11:02 PM Mar 9th
  • back in bkk. 5:23 AM Mar 10th

สวัสดีครับ

(ครั้งนี้ยาวมาก)

เพิ่มเติม: คุณคนเขียนลืมเอ่ยถึงไปว่า พอกลับมาถึงกรุงเทพแล้ว คุณคนเขียนก็เห็นข่าวว่า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในบริเวณไม่ใกล้ไม่ไกลนัก จากที่คุณคนเขียนไปเที่ยวมา ต้องของแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียด้วยครับ