ปน ๆ กัน อีกแล้ว

คุณคนเขียนตั้งใจว่าจะเขียนอยู่เรื่องนึง แต่นึกไม่ออกว่าเรื่องอะไร เพราะงั้นเอาแบบบ่นรวม ๆ ครับ

meeting

คุณคนเขียนเคยเล่าให้คุณ ๆ ฟังหรือยังครับว่า คุณคนเขียนไม่ชอบมีตติ้งเป็นที่สุด โดยเฉพาะมีิตติ้งที่ซ้ำซากแต่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ (หรือข้อสรุป)

เมื่อก่อนตอนคุณคนเขียนกลับมาทำงานที่ประเทศสยามใหม่ ๆ บริษัทฝรั่งที่คุณคนเขียนเข้าไปทำงานเค้ามีประเพณีที่เรียกว่า “Monday meeting” ตอนเก้าโมงครึ่งของทุกวันจันทร์ ไอ้ทีแรก ๆ คุณคนเขียนก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก meet ก็ meet แต่อยู่ไป ๆ ชักรู้สึกว่า ‘เอ๊ะ เพิ่งจะเดินเข้ามาทำงานวันจันทร์ได้ครึ่งชั่วโมง มันจะถาม “ทำอะไร ถึงไหนแล้ว” ซะงั้น’ (คำถามคือ “Okay, what have you done so far?” คุณคนเขียนมักจะตอบว่า “I just finished my morning coffee.”)

วันนึงคุณคนเขียนก็เลยเดินไปคุยกับฝรั่งว่า ‘you เปลี่ยนวัน meeting ดีกว่าไหม ถ้าอยู่อยากรู้ความคืบหน้า เอาไปไว้กลาง ๆ week ก็ยังดี’ ฝรั่งก็ “Could we have a meeting please?” อีกแล้ว แล้วก็ถามพนักงานคนอื่น ๆ ว่า เห็นยังไงกับ Monday meeting … น่าตกใจ คนไทยบอกว่า ‘ไม่มีได้ก็ดี”

สรุปรวมความได้ว่า หลังจากวันนั้น Monday Meeting ก็หายไป กลายเป็น Mid-week meeting แทน และก็อยู่ได้ไม่นาน จนเหลือแค่ว่าวันไหนมีอะไรจะคุย ก็ค่อย meet … ค่อยดีหน่อย

เล่ามาซะยาว คุณคนเขียนจะบ่นถึงปัจจุบันสักหน่อย …

ตอนนี้คุณคนเขียนก็มี project อยู่อันหนึ่ง ลูกค้าก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เดินถึงกันได้ นับรวม ๆ แล้วน่าจะ meeting ไปสักประมาณเกือบ ๆ 20 ชั่วโมงเห็นจะได้ แต่จนป่านนี้ยังไม่เห็นได้มองดู content ของเว๊บไซต์ที่จะทำอย่างเป็นจริงเป็นจังกันเลย เพราะคุณลูกค้าห่วง design นั่งหา design กันอยู่นั่นแหละ แล้ว design แต่ละอันที่หาได้มา … ปวดหัว (เอางี้ จะเอาหมีเป็น navigation แล้วให้หมีวิ่งไปวิ่งมา … หมาที่ไหนจะกดโดนหละนั่น!)

คุณคนเขียนก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่า ทำเว๊บไซต์ควรจะต้องรู้ features เห็น content ก่อนจะไปทำ design นะ … พูดจนรำคาญตัวเอง

(L) Tibet

คุณมะลิเพิ่งจะเขียนเรื่อง internet meme ในประเทศไทย ไปแหมบ ๆ คุณคนเขียนผ่านไปเห็น meme ใหม่ของเมืองนอกอีกแล้ว อันนี้เน้นไปที่คนจีน … เรื่องของเรื่องมันเริ่มมาจากการประท้วงไฟโอลิมปิกที่ฝรั่งเศสครับ และอีกหลาย ๆ ประเทศก็ทำท่าจะประท้วงกันเป็นระลอก ๆ ทีนี้คนจีนจำนวนหนึ่งบน internet ก็เลยรู้สึกกันว่า “มันชักจะมากไปแล้ว” เค้าก็เลยรณรงค์กันว่าให้คนจีน (หรือชาติอื่นด้วยก็ได้มั้ง) ใส่รูปหัวใจและคำว่า China ลงไปในชื่อ MSN ขอแต่ละคน เพื่อ เป็นการแสดงความไม่พอใจต่อการประท้วงของต่างชาติ และแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่ใส่สัญลักษณ์ “รักประเทศจีน” นี่เค้าคิดถึงเรื่องโอลิมปิก หรือเค้าคิดถึงเรื่องทิเบตมากกว่ากัน แต่ที่แน่ ๆ รัฐบาลได้ประโยชน์แบบไม่ต้องกระดิกนิ้วมากนัก

ปิดท้าย

อีกหนึ่งสัปดาห์กับเล็กน้อย คุณคนเขียนไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศหลาย ๆ วันมานานนนนมากแล้ว ปกติก็ไป 3-4 วันใกล้ ๆ นี้เอง ป่านนี้ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะจัดกระเป๋ายังไงดี -“-

เออ ลืมไปเรื่องนึง เห็น tinyurl ของ entry เมื่อวานแล้วใจหายวาบเลยครับ …

ไม่ต้องแปลความหมายเลยนะนั่น

พอแล้วเนอะ ยาวละ สวัสดีครับ