ไม่จบครับ …

อันสืบเนื่องมาจากคราวที่แล้ว เรื่องการไปขอ financial statementจากธนาคารแห่งหนึ่ง คราวนั้นคือ ขาด passport เลยขอไม่ได้

คราวนี้เอกสารพร้อมเพรียง ทั้งสมุดบัญชี ทั้งบัตรประชาชน และขาดไม่ได้คือ passport คุณคนเขียนก็ไปกดปุ่มรับบัตรคิว แล้วก็ยืนรอ ๆๆๆ นานพอสมควรเชียว

พอหมายเลขที่ถืออยูุ่ถูกเรียกขึ้นมา คุณคนเขียนก็แจ้งความจำนงไปว่า “ขอหนังสือรับรองสถานะการเงินครับ” (ด้วยความที่กลัวว่า พนักงานจะ “ซื่อ” เหมือนคราวที่แล้วอีก) พนักงานก็กุกกัก ๆ สักพัก หยิบแบบฟอร์มอันนึงขึ้นมา แล้วก็แหย่เข้าไปในเครื่องพิมพ์ ระหว่างนั้นก็เดินไปหยิบซอง พอกลับมานั่งเก้าอี้ก็เตรียมพับฟอร์มที่ว่าใส่ซอง คุณคนเขียนก็ถามไปว่า “เอาใบนี้ไปขอวีซ่าได้เลยใช่ไหม” พนักงานทำหน้างง ๆ แล้วก็พูดย้ำว่า “วีซ่า?” คุณคนเขียนก็เลยขยายความว่า “’วีซ่า’ ที่เค้าใช้กันเวลาเดินทางไปต่างประเทศหนะ” พนักงานตอบว่า “ถ้าอย่างนั้นต้องขอหนังสือรับรองสถานะการเงินนะคะ” … … … (มีแต่ความเงียบจากคุณคนเขียน)

พอตั้งสติได้ คุณคนเขียนก็ถามว่า “แล้วไอ้ใบนี้มันคืออะไร” … “ใบหักภาษี ณ ที่จ่ายค่ะ” (เรื่องของเรื่องคือ ก่อนหน้าคุณคนเขียน มีคนยื่นหัวเข้ามาถามว่าจะขอใบหักภาษีที่นี่ได้หรือเปล่า)

เอาหละ คุณคนเขียนก็บอกไปอีกทีว่า ไอ้ที่ต้องการคือ “หนังสือรับรองฯ” (ย่อแล้วนะครับ ยาวเหลือเกิน) คำตอบที่ได้คือ ขอแล้วต้องรอ 7 วัน นะคะ คุณคนเขียนถามไปว่า “คราวที่แล้วมาทีนึงแล้ว บอกว่ารอแป๊บเดียวได้เลยไม่ใช่เหรอ” คำตอบที่ได้ให้เจ็บใจคือ “ต้องรอ 7 วันคะ เพราะต้องส่งกลับไปที่สำนักงานใหญ่ เพื่อให้รับรอง เพราะที่นี่ไม่มีผู้จัดการ” … … … (เงียบอีกครั้งหนึ่ง)

ตั้งสติได้อีกครั้ง คุณคนเขียนถามไปว่า “แล้วไปขอที่สำนักงานใหญ่เลยได้ไหม” ได้คำตอบเหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมไว้มาว่า “ไม่ได้ค่ะ ต้องขอที่สาขาที่เปิดบัญชี” … “แล้วสาขาก็ต้องส่งกลับไปสำนักงานใหญ่ แล้วสำนักงานใหญ่ก็ส่งกลับมาอีกทีเนี่ยนะ” … “ใช่ค่ะ” … … … (เงียบครั้งที่สาม)

คุณคนเขียนขอเอกสารทั้งหมดคืน และขอลุกออกมาก่อนดีกว่า … ไม่ไหวแล้ว

ธนาคารนี้ สำนักงานใหญ่อยู่สีลมครับ ส่วนสาขาที่ไปอยู่ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าครับ! (คุณคนเขียนยังนึกไม่ออกว่า ทำไมทะลึ่งไปเปิดบัญชีที่ปิ่นเกล้า แต่ที่แน่ ๆ ไม่เกินเดือนนี้ครับ ปิดบัญชีที่ปิ่นเกล้า!!!)

… ควันออกหู

ป.ล. คุณ ๆ คนอ่านพอจะทราบไหมครับ ว่าไอ้ระบบระเบียบข้างต้นเนี่ย มันมีที่มายังไง???