Assumption of Virgin Mary

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1950 พระสันตะปาปาปีโอที่ 12 (Pope Pius XII) ทรงประกาศว่า “พระนางพรหมจารีย์มารีอา ได้ทรงรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ ทั้งกายและวิญญาณ”

“We pronounce, declare, and define it to be a divinely revealed dogma: that the Immaculate Mother of God, the ever Virgin Mary, having completed the course of her earthly life, was assumed body and soul into heavenly glory.” — Munificentissimus Deus #44

(Image from Wikipedia)

At that time Mary got ready and hurried to a town in the hill country of Judea, where she entered Zechariah’s home and greeted Elizabeth. When Elizabeth heard Mary’s greeting, the baby leaped in her womb, and Elizabeth was filled with the Holy Spirit. In a loud voice she exclaimed: “Blessed are you among women, and blessed is the child you will bear! But why am I so favored, that the mother of my Lord should come to me? As soon as the sound of your greeting reached my ears, the baby in my womb leaped for joy. Blessed is she who has believed that what the Lord has said to her will be accomplised!”

And Mary said: “My soul glorifies the Lord and my spirit rejoices in God my Savior, for he has been mindful of the humble state of his servant. From now on all generations will call me blessed, for the Mighty One has done great things for me — holy is his name. His mercy extends to those who fear him, from generation to generation. He has performed mighty deeds with his arms; he has scattered those who are proud in their inmost thoughts. He has brought down rullers from their thrones but has lifted up the humble. He has filled the hungry with good things but has sent the rich away empty. He has helped his servant Israel, remembering to be merciful to Abraham and his decendants forever, even as he said to our fathers.”

Mary stayed with Elizabeth for about three months and then returned home.

Luke 1:39-56

เวลานั้น พระนางมารีย์ลุกขึ้น รีบไปยังเมืองหนึ่ง ณ แถบภูเขาแคว้นยูเดีย นางเข้าไปในบ้านของเศคาริยาห์ และทักทายนางเอลีซาเบธ เมื่อนางเอลีซาเบธได้ยินคำทักทายของพระนางมารีย์ ทันใดกุมารที่อยู่ในครรภ์ก็โลดเต้นยินดี นางเอลีซาเบธก็ เปี่ยมไปด้วยพระจิตเจ้า ร้องเสียงดังว่า “เธอมีบุญยิ่งกว่าหญิงใด ๆ และบุตรของเธอก็มีบุญยิ่งนัก ไฉนหนอพระมารดาของพระเจ้าจึงอุตส่าห์มาเยี่ยมข้าพเจ้า เหตุว่า พอคำทักทายของเธอกระทบหู บุตรในครรภ์ของฉันก็โลดเต้นยินดี เป็นบุญของเธอที่ได้เชื่อว่าเหตุการณ์จะสำเร็จตามที่พระเจ้าทรงแจ้งให้เธอทราบ”

พระนางมารีย์กล่าวว่า “วิญญาณข้าพเจ้าถวายสดุดีแด่พระเจ้า และจิตใจข้าพเจ้าโสมนัสยินดีในพระเป็นเจ้าพระผู้ไถ่กู้ข้าพเจ้า เพราะพระองค์ทรงเหลียวแลความต่ำต้อยแห่งทาสีของพระองค์ ตั้งแต่บัดนี้ไป มนุษย์ทุกสมัยจะเรียกข้าพเจ้าว่าเป็นผู้มีบุญ เพราะพระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงบันดาลให้บังเกิดแก่ข้าพเจ้า ซึ่งเหตุการณ์อันใหญ่ยิ่ง และพระนามของพระองค์นั้นศักดิ์สิทธิ์ พระมหากรุณาของพระองค์แผ่ไปตลอดทุกกาลสมัย โปรดบรรดาผู้มีความยำเกรง พระองค์ทรงยกพระหัตถ์สำแดงพระเดชานุภาพ ทรงขจัดผู้มีใจมักใหญ่ใฝ่สูงให้กระจายไป ทรงผลักไสบรรดาผู้ทรงอำนาจออกจากบัลลังก์ และทรงยกย่องคน ใจสุภาพ พระองค์ทรงชุบเลี้ยงคนอดอยากให้อิ่มหนำด้วยโภคทรัพย์ และทรงขับเศรษฐีให้กลับไปมือเปล่า พระองค์มาทรงเกื้อกูลอิสราเอลผู้รับใช้พระองค์ โดยระลึกถึงพระมหากรุณา ตามที่ได้ตรัสไว้แก่บรรพบุรุษของเรา แก่อับราฮัมและบุตรหลานตลอดไป”

พระนางมารีย์ ได้ค้างอยู่กับนางเอลีซาเบธประมาณสามเดือนจึงกลับบ้าน

ลูกา ๑:๓๙-๕๖