ตัวอย่าง

อันนี้ตั้งใจจะเขียนตั้งแต่เมื่อวาน แต่ลืม … เขียนไว้หน่อย

ช่วงหลัง ๆ รายการเล่าข่าวช่อง 3 มีพิธีกรเพิ่มมาหนึ่งคน ทีแรกคุณคนเขียนเห็นพิธีกรคนนี้ที่ช่อง 11 ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ครับ แต่พอได้ดูการจัดรายการที่ช่อง 3 ก็เริ่มเห็น “มุมที่ทำให้ชอบ” ลูกล่อลูกชนอาจจะยังเทียบไม่ได้กับสรยุทธ์ แต่เรื่องของความคิดความเห็นแล้ว คุณคนเขียนคิดว่าน่าสนใจติดตาม

แต่เมื่อสองวันที่ผ่านมา สรยุทธประกาศว่า พิธีกรคนนี้ลาหนึ่งวัน แล้วพอเมื่อวานก็บอกว่า ลาออก โดยให้เหตุผลว่า “ทุกวันนี้การเสนอข่าวอาชญากรรม โดยการนำรายละเอียดเกี่ยวกับเหยื่อที่ถูกข่มขืน โดยให้รายละเอียดต่างๆ เป็นเรื่องที่ไม่สมควร” … แล้วบังเอิญคุณคนเขียนเปิดไปเห็นบทสัมภาษณ์หลังลาออก เค้าว่าอย่างงี้

ในมุมมองของผม เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมต่อต้านเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น คือเราต้องปรับตัว การที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับผู้หญิงทุกๆ ครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นสิ่งที่ผิด ไม่ควรมีสิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ผมไม่เห็นด้วย ที่ใช้ประเด็นเรื่องข่มขืน ฆาตกรรม เรื่องเพศ กระตุ้นให้สังคม และเยาวชนหมกมุ่นเรื่องเพศ ซึ่งสื่อเมืองนอก ประเทศที่พัฒนาแล้วเขาไม่ทำกัน คือคนในสังคมไทยปัจจุบัน ไม่รู้ตัวว่าเคยชินกับเรื่องพวกนี้ มิหนำซ้ำยังมาเจอในสื่อโทรทัศน์อีก คนอื่นอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่กับผมแล้วมองเป็นเรื่องใหญ่ ทำไมจะต้องขายข่าว ที่เน้นไปที่ความขัดแย้ง หนังสือพิมพ์ก็ไม่มีใครปรับตัว คงไม่มีใครใหญ่พอที่จะไปแก้ไขอะไร และผมไม่มีอิทธิพลพอที่จะไปแก้ไขอะไรในสื่อทีวีได้ ผมก็เลยตัดสินใจลาออก ตั้งแต่ตอนเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา

วูบแรกคุณคนเขียนคิดว่า “เยี่ยม” … วูบต่อมาคุณคนเขียนคิดว่า “ดีแล้ว ออกมาเหอะ” จะไปนั่งให้สรยุทธ์โขกสับอยู่ทำไม ความรู้ก็มี ชาติตระกูลก็ดี ความคิด (เท่าที่ได้เห็น) ก็ดี ไปหาอย่างอื่นทำดีกว่า

นักข่าวประเภทบิ้ว (build) อารมณ์นี่มีหลายคน อีกคนที่คุณคนเขียนไม่ชอบเป็นอย่างยิ่งก็ไอ้ที่ทำรายการข่าวเที่ยงช่องสาม ที่คุณคนเขียนเรียกชื่อว่า สรยุทธ-wannabe หนะครับ … “ผมเป็นสื่อรายแรกที่มีข่าวนี้เลยนะครับ” —”