ว่าด้วย ดอนเมือง

ครั้นจะไม่พูดถึง ดอนเมือง สักหน่อย คุณคนเขียนก็รู้สึกว่า breadcrumb อาจจะขาดอะไรไปบางอย่าง เพราะดอนเมืองเป็นมากกว่าท่าอากาศยาน (หรือ สนามบิน) ที่คุณคนเขียนต้องใช้เวลาเดินทางไปต่างประเทศ … เสี้ยวหนึ่งของชีวิต ดอนเมืองเป็นเหมือน “สนามเด็กเล่น” ของคุณคนเขียนครับ

มองย้อนกลับไปตอนคุณคนเขียนยังเด็กมาก ๆ สมัยยังเรียนอนุบาลอยู่ ทุกวันอาทิตย์ คุณคนเขียนจะตื่นแต่เช้ามารอคุณชายผู้ล่วงลับ (พ่อคุณคนเขียนเองแหละ) หลังจากคุณชายกลับมาจากเดินออกกำลังตอนเช้าแล้ว ก็มานั่งกินข้าวเช้ากัน เสร็จแล้วคุณชายก็พาคุณคนเขียนนั่งรถเมล์ไปสถานีรถไฟสามเสน ซื้อตั๋วรถไฟ ปลายทาง “ดอนเมือง”

พอไปถึงปลายทางก็ประมาณสาย ๆ (จำเวลาไม่ได้ น่าจะประมาณ 10 โมงได้มั้ง) คุณชายก็จะพาคุณคนเขียนเดินข้ามสะพานลอย เพื่อเดินเข้าไปในสนามบิน คุณคนเขียนจำไม่ได้แล้วหละครับ ว่าความตื่นเต้นมันอยู่ในระดับไหน แต่คุณคนเขียนจำได้ว่า คุณคนเขียนตื่นเต้นดีใจทุกครั้ง ที่จะได้ไป “ดูเรือบิน”

สมัยก่อนสนามบินดอนเมืองยังไม่มีร้านอาหารอยู่ตามริมกระจก คุณชายก็จะพาคุณคนเขียนเดินไปยืนอยู่ตรงมุม ๆ แล้วก็ยืน “ดูเรือบิน” ถ้าวันไหนไปแล้วคนเยอะ ๆ คุณชายก็จะยกคุณคนเขียนขึ้นไปให้ขี่คอ ทุกครั้งเราจะยืนกันอยู่แถว ๆ นั้นจนใกล้ ๆ เที่ยง คุณชายก็จะพาคุณคนเขียนไปกินข้าว

กินข้าวเสร็จ เราก็เดินย้อนกลับทางเดิม กลับไปขึ้นรถไฟมาที่สถานีสามเสน แล้วก็นั่งรถเมล์กลับบ้าน

คุณคนเขียนบอกไปหรือยังเอ่ย ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทุกอาทิตย์ เป็นเวลานาน … จนคุณคนเขียนขึ้น ป.1

เหตุนี้ ดอนเมืองจึงเป็นมากกว่าสนามบินครับ ดอนเมืองเป็นสนามเด็กเล่น ดอนเมืองเป็นสวนสนุก ที่พ่อกับลูกคู่หนึ่งได้ใช้เวลาด้วยกัน

ขอบคุณ ดอนเมือง