Love

เป็นที่เข้าใจกันดีอยู่พอสมควรครับ ว่าศาสนาคริสต์เค้าให้กับสำคัญกับความรักมากพอสมควร และหลาย ๆ ข้อความในไบเบิ้ลก็พูดถึงความรักในมุมต่าง ๆ แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คุณคนเขียนเพิ่งจะเห็นคำอธิบายคำว่า “ความรัก” ได้อย่างค่อนข้างครบถ้วนในพระคัมภีร์ %(me)ยังอ่านไม่หมดทั้งเล่มหรอกครับ เยอะเหลือเกิน ช่วงนี้ก็ต้องทบทวนพระวารสาร (Gospels) เอาไว้ตอบคำถามคนที่สงสัยเรื่อง “หนังที่จะเข้าใหม่” กับ “สารคดีเรื่องล่าสุด” หนะ%

ข้อความนี้มาจาก จดหมายของนักบุญเปาโล ถึงชาวโครินทร์ ฉบับที่ 1 (First Letter from Saint Paul to the Corinthians)

Love is patient and kind; it is not jealous or conceited or proud; love is not ill-mannered or selfish or irritable; love does not keep a record of wrongs; love is not happy with evil, but is happy with the truth. Love never gives up; and its faith, hope, and patience never fail. — 1Cor 13:4-7

ความรักย่อมอดทน มีใจเอื้อเฟื้อ ไม่อิจฉา ไม่โอ้อวดตนเอง ไม่จองหอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ความรักไม่ฉุนเฉียว ไม่จดจำความผิดที่ได้รับ ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง ความรักให้อภัยทุกอย่าง เชื่อทุกอย่าง หวังทุกอย่าง อดทนทุกอย่าง — 1​คร 13:4-7

พูดถึงตรงนี้แล้ว คุณคนเขียนก็ขอยกอีกเรื่องนึงมาไว้ด้วยกันซะเลย เป็นเรื่องของความรักกับความเชื่อครับ ครั้งหนึ่งคุณคนเขียนได้คุยกับบาทหลวงที่รู้จักมักคุ้น พ่อก็เล่าให้ฟังว่า มีคนเคยถามว่า “ความรักกับความเชื่อ อะไรมาก่อนกัน” แล้วพ่อก็ยกเอาพระคัมภีร์ส่วนของ พระวารสารของนักบุญยอห์น (The Gospel according to John) โดยเหตุการณ์เริ่มมาจากตรงที่ มารีย์ ชาวมักดาลา (Mary Magdalene) เดินไปที่อุโมงค์ฝังศพของพระเยซู และเห็นว่าก้อนหินถูกเปิดออก ศพหายไปแล้ว เธอก็เลยวิ่งกลับมาบอกกับอัครสาวกที่ชุมนุมกันอยู่ว่า มีคนเอาศพพระเยซูไปแล้ว นักบุญยอห์นบอกว่า

Then Peter and the other disciple went to the tomb. The two of them were running, but the other disciple ran faster then Peter and reached the tomb first. He bent over and saw the linen cloths, but he did not go in. Behind him came Simon Peter, and he went straight into the tomb. — John 20:3-7

เปโตรกับศิษย์คนนั้นจึงออกไป มุ่งไปยังพระคูหา ทั้งสองคนวิ่งไปด้วยกัน แต่ศิษย์คนนั้นวิ่งเร็วกว่าเปโตร จึงมาถึงพระคูหาก่อน เขาก้มลงมองเห็นผ้าพันพระศพวางอยู่บนพื้น แต่ไม่ได้เข้าไปข้างใน ซึโมนเปโตรซึ่งตามไปติด ๆ ก็มาถึง เข้าไปในพระคูหา — ยน 20:3-7

พ่อก็อธิบายว่า นักบุญเปโตร (St. Peter) เป็นคนที่มีความเชื่อและศรัทธาในพระเยซูมาก ส่วนนักบุญยอห์น (St. John) ก็เป็นคนที่พระเยซูรัก และนักบุญยอห์นเองก็รักพระเยซูเช่นกัน ดังนั้นจากพระวารสารข้างบนก็บอกได้ว่า “ความรัก” มาก่อน และ “ความเชื่อ” ก็ตามมาติด ๆ

แล้วพ่อก็บอกว่า “หรือจะมองว่า นักบุญยอห์นหนุ่มกว่านักบุญเปโตร เลยวิ่งไปถึงก่อนก็ได้”

เล่าให้ฟังสนุก ๆ นะครับ ถ้าคุณ ๆ คนอ่านเห็นว่าไม่เหมาะสม หรือไม่อยากอ่าน ก็บอกกันได้นะครับ คุณคนเขียนจะได้เขียนเรื่องแนวนี้น้อยลง หรือไม่เขียนถึงเลยก็บอกกันได้เหมือนกัน

สวัสดีครับ