สองข่าว สองอารมณ์

h3. พรวด

วุ่นวายกันพอสมควรครับ หลังจากที่เมื่อวานรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันดีเซลทีเดียว 3 บาท ก็เกิดความโกลาหลกันพอประมาณ ตามภาพที่เห็นในข่าวก็มีเหล่ารถกระบะเตรียมถังไปกักตุนน้ำมันกันอย่างบ้าระห่ำ บางรายใช้ถังเหล็กใบใหญ่ (200 ลิตร?) เลยก็มี

พอน้ำมันขึ้นทีละ 3 บาท อะไรต่อมิอะไรก็เตรียมขอขึ้นราคากันยกใหญ่ครับ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวกับการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็น รถเมล์ เรือด่วน รถทัวร์ รถสิบล้อ หรือแม้กระทั่งเรือประมงหาปลา … ทีนี้ของทุกอย่างมันก็จะขึ้นราคาตามกันไปหมด

มีหลายคนบอกว่า นโยบายพยุงราคาน้ำมันประชานิยม เป็นนโยบายที่ผิดพลาดมาตั้งแต่เริ่มคิดแล้ว เพราะเหตุผลเพียงเพื่อให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจมันสวยงาม (และแฝงด้วยความหวังในการเลือกตั้ง) มันไม่คุ้มกับหนี้ที่เกิดขึ้นจนถึงทุกวันนี้ (เจ็ดหมื่นหกพันล้านบาทกว่า ๆ) และยังเกิดขึ้นต่อไปเพราะรัฐบาลยังชดเชยราคาดีเซลอยู่อีก 3 บาท ซึ่งกว่าจะใช้หนี้ที่ว่าหมด คนไทยก็ยังต้องใช้น้ำมันแพงไปอีกเป็นปี หลังจากที่น้ำมันโลกลดราคาไปแล้ว %(me)หวังว่า% แต่หลายคนก็บอกว่า ถ้าปล่อยให้ราคาน้ำมันขึ้นมาตามกลไกตลาดตั้งแต่แรก ป่านนี้ข้าวของก็ราคาแพงกว่านี้อีกเยอะ เพราะทุกครั้งที่น้ำมันขึ้นดีเซลราคา สินค้าก็มักจะขอขึ้น (และแอบขึ้น) ราคาตามไปด้วยซะทุกครั้ง … มันก็จริงของเค้าเหมือนกัน

แต่เอาหละ ประชาก็ได้นิยมกันไปถ้วนหน้าระยะหนึ่งแล้ว ตอนนี้ก็ถึงคราวประชาโวยวายกันบ้าง รับกรรมกันไปครับ … แต่ไม่เป็นไรหรอก คนไทยลืมง่าย ;-)

h3. ให้ตาย หรือ ไม่ให้ตาย

(สรุปความจากข่าวของ CNN ครับ)

ข่าวนี้คุณ ๆ คงจะได้ยินอยู่พอสมควร เรื่องเกิดที่รัฐฟลอริด้า อเมริกา โดยเหตุการณ์มันเริ่มขึ้นเมื่อปี 1990 เมื่อสตรีคนหนึ่งเค้าเป็นลมล้มตึงไป และขาดอากาศหายใจไประยะหนึ่ง ซึ่งนานพอที่จะทำให้สมองของเธอเสียหายถาวร (permanent damage) %(me)แต่สมองยังไม่ตาย ก็เลยยังไม่ถือว่าเสียชีวิต% ศาลเค้าก็แต่งตั้งให้สามีของเธอเป็นผู้ดูแลตามกฎหมาย

ในปี 1998 สามียืนคำร้องต่อศาล เพื่อขอถอดท่อส่งอาหาร (feeding tube) ก็อ้างว่าภรรยาของเขาอยู่ในสภาพ “ผัก” (vegetative state คืออยู่ในสภาพที่ไม่รู้ตัว และควบคุมตัวเองไม่ได้ มีเพียงระบบพื้นฐานเท่านั้นที่ทำงานอยู่) ครั้นจะยื้อเธอต่อไปก็เป็นการทรมานเธอเสียเปล่า เรื่องยืดเยื้อจนกระทั่งปี 2000 ศาลชั้นต้นก็ตัดสินให้ถอดท่อส่งอาหารจากภรรยาได้ … ทางการแพทย์ (ตามข่าว) เค้าว่าเธอก็จะมีชีวิตอยู่แบบขาดน้ำและอาหารได้อีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ %(me)แต่ทางการแพทย์ก็บอกด้วยว่า เธอไม่รู้สึกอะไร เพราะเธอเป็น “ผัก”%

ท่อส่งอาหารถูกถอดออกครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2001 แต่ถูกใส่กลับเข้าไปใหม่ 2 วันถัดมา เพราะทางพ่อแม่ของเธอยื่นอุทรณ์การตัดสินของศาลชั้นต้น จนปลายปี 2002 ศาลอุทรณ์ก็ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นว่าให้ถอดท่ออาหารได้ เพราะหมอที่ส่งเข้าไปตรวจจำนวน 3 ใน 5 คนบอกว่า ยังไงก็ไม่สามารถรักษาเธอหายได้ (หมอ 2 คนจัดหามาโดยสามี หนึ่งคนจัดหาโดยศาล และอีก 2 คนพ่อแม่ของเธอหามา และก็สองคนหลังนี่เองที่บอกว่า เธอยังมีโอกาสหายได้)

วันที่ 15 ตุลาคม 2003 ท่อส่งอาหารถูกถอดออกเป็นครั้งที่สอง แต่สภาของรัฐฟลอริด้าออกกฎหมายให้ผู้ว่าการรัฐฯ (น้องชายของบุชที่เป็น ปธน นี่แหละ) สามารถออกกฎหมายระงับคำสั่งศาลได้ และผู้ว่าการรัฐฯ ก็ “ออกกฎหมาย” ให้ใส่ท่อส่งอาหารกลับเข้าไปในตัวภรรยาอีกครั้งหนึ่ง

ในปี 2004 ศาลสูง (ศาลฎีกา) ของฟลอริด้าประกาศว่า “กฎหมาย” ที่ผู้ว่าการรัฐฯ ออกมานั้น “ผิดรัฐธรรมนูญ” แต่ผู้ว่าการรัฐฯ ก็ยื่นอุทรณ์กับศาลสูงของประเทศ เมื่อต้นปี ศาลสูงก็ปฏิเสธการอุทรณ์ และกำหนดวันที่ 18 มีนาคม (ที่ผ่านมา) ให้เป็นวันที่จะต้องถอดท่อส่งอาหาร

ระหว่างนั้น พ่อแม่ของภรรยาก็พยายามทุกวิถีทางที่จะเอาตัวสามีออกจากการเป็นผู้ดูแล แต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ท่อส่งอาหารก็ถูกถอดออกเป็นครั้งที่สาม แต่ยังไม่จบครับ คราวนี้การเมืองเริ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง มากันทั้ง ส.ส. และประธานาธิบดี แต่ในที่สุดแล้ว ศาลก็ตัดสินไม่สั่งให้ใส่ท่ออาหารกลับเข้าไปใหม่

แต่นี่ก็ยังไม่จบครับ ตอนนี้เค้าก็ยังสู้กันอยู่ในทางกฎหมาย และจะสิ้นสุดอย่างไร ก็สุดที่จะคาดเดาได้

เรื่องนี้คุณคนเขียนคงจะเล่าอย่างเดียว ไม่ออกความเห็น เพราะคุณคนเขียนก็ไม่แน่ใจว่า เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของความสงสาร ความเมตตา ความรัก หรือความอะไรกันแน่

เท่านี้หละครับ สวัสดีครับ

P.S. I’m thinking about posting “Latest at Flickr” (aka Flickr Badge) on the right but I think the current setting is too long already. And I don’t want to remove anything out. Hmmm …

Update 3/24

เห็นข่าวเช้าวันนี้แล้วตกใจครับ โรงเรียนช่างกลแห่งหนึ่งแถวสยามกำลังจะต้องย้ายตัวเอง เพราะสัญญาเช่าที่กับจุฬาฯ จะหมดปลายปีนี้ และจุฬาฯ ก็จะไม่ต่อสัญญา เพราะรัฐบาลจะเอาที่ตรงนั้นไปทำเป็นอุทยานการเรียนรู้ คุณคนเขียนก็เห็นว่าเหมาะสมดี แต่ปัญหามีอยู่ว่า ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของช่างกลแห่งนั้นไม่เห็นด้วย ตอนนี้เค้าก็ประท้วงกันเย้ว ๆ ที่ร้ายแรงคือ มี “fax”:http://www.thairath.co.th/thairath1/2548/page1/mar/24/p1_1.php ส่งไปที่จุฬาฯ ใจความขู่(ฆ่า)นิสิต

ใน fax ที่ว่ามีเบอร์โทรศัพท์ ตำรวจก็ติดต่อไป เจ้าของเบอร์บอกว่า เป็นศิษย์เก่ามา 10 ปีได้แล้ว ส่วน fax ที่เห็นจริง ๆ แล้วเป็นจดหมายเวียนในกลุ่มเฉย ๆ ไม่รู้ว่าส่งไปที่จุฬาฯ ได้ยังไง … เอาสมองกลีบไหนมาคิดก่อนทำ???