HEAT!

ยังไม่ถึงฤดูร้อน แต่อุณหภูมืสูงมากพอสมควรทีเดียวครับ … อุณหภูมิการเมืองหนะครับ

h3. เลือกตั้ง ดุขึ้นอีก

คราวที่แล้วมียิงหัวคะแนน คราวนี้ถึงกับยิงผู้สมัครแล้ว %(me)ย้ำอีกครั้ง อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวแล้วฉวยโอกาสก็เป้นได้% ทำไมถึงได้เล่นรุนแรงกันขนาดนี้

แต่คิดดูดี ๆ ก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ จริงอยู่ที่ผลการเลือกตั้งนั้นค่อนข้างจะมั่นใจได้เกือบจะ 90% %(me)อีก 10 เผื่อ “ฟลุ๊ก” ไง% ว่า ออกตามโผ พรรคไหนจะเป็นรัฐบาล พรรคไหนจะเป็นฝ่ายค้าน แต่คนที่ลงสมัครมันก็ต้องอยากได้เป็น ส.ส. ถึงแม้ว่าพรรคจะได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคนจะได้ตามไปด้วย (เพราะไม่ใช่ party list) ดังนั้นก็เลยต้องทำทุกวิถีทาง

… ดังนั้นที่ทักษิณบอกว่า ‘ซื้อเสียงไม่มีจริง เพราะรู้อยู่แล้วว่าใครจะเป็นรัฐบาล ใครจะเป็นฝ่ายค้าน’ และแถมยังมีอะไร ‘เลือกก็ควาย’ หรืออะไรสักอย่างที่มีคำว่า ‘ควาย’ หลุดมาด้วย %(me)คุณคนเขียนฟังไม่ชัด% … จึงเป็นประโยคที่ไม่น่าเชื่อถือ

หลาย ๆ คนจากพรรคการเมืองใหญ่พยายามบอกว่า ‘ช่วงเลือกตั้งก็เป็นอย่างนี้แหละ เลือกตั้งเสร็จก็ดีกันแล้ว’ ก็เพราะไอ้คนประเภทนี้หละครับ ที่ทำให้การเลือกตั้งมันดุเดือดรุนแรงไม่รู้จักจบสิ้น กระทบกระทั่งกันทางวาจาก็ทุเรศพอแล้ว นี่เล่นกันถึงตาย … แล้วทีคนของตัวเองโดนมั่ง ดันทะลึ่งทำเป็นโมโห!

h3. debate

ไม่มีอะไรมากมาย … เอนก ณ มหาชน ท้า debate แสดงวิสัยทัศน์ ทักษิณ ณ ไทยรักไทย บอกไม่ใช่ประเพณีทางการเมืองของไทยที่จะไปทะเลาะกันให้คนดู แล้วอ้างด้วยว่า เลือกคนมาบริหาร ไม่ใช่เลือกคนมาโต้วาที ก็เลยมีคนถามว่า แล้วทำไมเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทักษิณท้าคุณชวน ณ ประชาธิปัตย์ ให้มา debate เหยง ๆ … สงสัยว่า “พะนะท่าน” จะชินกับการพูดคนเดียว?

คุณคนเขียนว่า debate นี่ก็ดีนะครับ เอาว่าที่ผู้นำมาคุยกันต่อหน้า ให้เห็นกันไปเลยว่า “ใครเจ๋งจริง” ทั้งในด้านของนโยบาย ปฏิภาณไหวพริบ และท่าทาง ไม่ต้องไปแอบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่หลังที่ปรึกษาทั้งหลาย ไม่ต้องมีเวลาข้ามวันเพื่อไปนั่งสรรหาคำตอบ ไม่ต้องมีโอกาสไถไปข้าง ๆ คู ๆ ว่า “ไม่มีอะไรแล้ว ๆ ไปทำงาน ๆ” … พูดเก่งนั่นเรื่องนึง แต่ใครจะ keep the cool ได้ดีกว่ากันนี่ก็สำคัญนะ %(me)ทายซิ ถ้ามี debate ขึ้นมา ในจำนวนหัวหน้าพรรค 4 คนเนี่ย ใครจะ “หูแดง” ก่อนกัน อิอิอิ%

h3. งดออกเสียง

คุณคนเขียนไม่แน่ใจว่า เวลานับคะแนนเลือกตั้ง เค้ามีการนับคนที่กาเลือก “งดออกเสียง” ด้วยรึเปล่า คุณคนเขียนเห็นว่า น่าจะมีการหยิบเอาตัวเลขงดออกเสียง มาดูกันอย่างจริงจังเหมือนกัน เพราะมันก็เป็นตัวเลขที่บ่งบอกอะไรได้หลาย ๆ อย่าง … หนึ่งในนั้นก็คือ “ตัวเลือกที่มีอยู่ มันไม่มีดีสักอัน ไม่เลือกซะยังจะดีกว่า” %(me)แล้วก็หวังว่า นักการเมืองทั้งหายจะหยิบเอาตัวเลขอันนี้ไป พิจารณาตัวเองซะบ้าง%

h3. MRT re-open .. not yet

รถไฟฟ้าใต้ดินกำหนดจะเปิดบริการอีกทีวันที่ 1 กุมภา ยังยืนยันกันอยู่ว่าปัญหาอยู่ที่ “คน” ไม่ใช่ “ระบบ”

ทักษิณบอกว่า “ระบบ ไม่ใช่คน” ระบบคือ computer ที่ควบคุม ระบบไม่มีปัญหา ระบบดีที่สุด ระบบไม่มีทางผิดพลาด

คุณคนเขียนบอกว่า “ระบบ” ก็คือทุกสิ่งที่อย่างที่ทำให้รถไฟฟ้าวิ่งได้ ถ้าจะบอกว่า “คน” คือสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ก็แปลว่า “ส่วนหนึ่งของระบบ” มีความผิดพลาด เพราะฉะนั้นต้องทำการตรวจสอบทั้งระบบ … อย่าพูดเพียงเพราะกลัวไม่มีคนนั่ง อย่าพูดเพียงเพราะกลัวเสียหน้า จะดีกว่ามั้ง?

ผู้ว่าการรถไฟฟ้า %(me)เรียกว่าอะไรไม่รู้ ไม่สนใจเท่าไหร่% บอกว่า อาจจะต้องจ้าง “ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ” มาควบคุมการเดินรถสักระยะหนึ่ง %(me)คือ ควบคุมคนขับที่เป็นคนไทยอีกทีนึง% … แล้วทำไมไม่ฝึกสอน (train) คนขับให้มันดีซะตั้งแต่แรกเล่า? มันก็ต้อง train กันก่อนมาขับอยู่แล้วนี่นา ทำไมต้องทำอะไรซ้ำซากด้วย แปลกจริง

เอาเหอะ .. ทำให้ปลอดภัยแล้วก็ริีบ ๆ เปิดมา รถติดน่ารำคาญจะตายอยู่แล้ว %(me)นั่งรถไฟใต้ดินใช้เวลาเดินทางสิบห้านาที แต่ขับรถใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง … จะบ้าตาย%

h3. references

ระยะหลัง ๆ ความสามารถทางภาษาของคุณคนเขียนเริ่มจะถดถอย %(me)จากที่เดิม ก็ไม่ค่อยจะมีเท่าไหร่อยู่แล้ว% คุณคนเขียนก็เลยต้องเปิดตำราหาวิธีสะกดคำ และความหมายของคำอยู่บ่อยครั้ง ตำราที่ใช้ประจำขาดไม่ได้ก็มี พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน กับ dictionary ของ Webster (อันนี้ส่วนใหญ่จะใช้ online version) ส่วนอีกสองเล่มนาน ๆ หยิบใช้สักทีหนึ่ง

!-/gallery/books/references.jpg!

ขนาดใช้เยอะแยะอย่างนี้ ยังเขียนผิดอยู่บ่อย ๆ เลย … แหะ ๆๆๆ

ไปแล้วดีกว่า สวัสดีครับ