ไม่น่าไว้วางใจ!

คุณ ๆ คนอ่านก็คงได้มีโอกาสเห็นผลการลงคะแนนหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้วนะครับ เป็นภาพของความสามัคคีอย่างที่ไม่ค่อยจะได้เห็นในโอกาสอื่น ๆ สักเท่าไหร่ … สามัคคีที่ดูเป็นเผด็จการพิลึก

รัฐมนตรีทั้ง 8 คนที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจประมาณ 333 เสียงกันซะเกือบทุกคน (+/- 2) ส่วนคะแนนไม่ไว้วางใจก็แถว ๆ 155 เสียง แบ่งกันเป็นฝักเป็นฝ่ายอย่างชัดเจนมาก เหตุก็เนื่องมาจากว่า แต่ละพรรค (ทั้งรัฐบาลและค้าน) ต่างก็มี “มติพรรค” ออกมาว่า ส.ส. ของตนต้องออกเสียงเหมือนกันหมด เช่น อยู่ฝ่ายค้านก็ต้องออกเสียงไม่ไว้วางใจ ฝ่ายรัฐบาลก็ออกเสียงไว้วางใจ … แต่ที่แสดงออกกันอย่างนอกหน้า ก็คงไม่เกิน “ไทยรักไทย” %(me)ประชาธิปัตย์ และพรรคอื่น ๆ ก็มีครับ แต่ไม่แสดงออกกันชัดเจนจนน่าเกลียด%

ชัดเจนยังไง .. ก็ถึงกับประกาศว่า ถ้าไม่ลงคะแนน “ตามมติพรรค” ก็จะไม่ส่งลง ส.ส. คราวหน้า แล้วอย่างนี้จะเรียกว่า “ประชาธิปไตย” ได้ด้วยหรือ?

อันที่จริงประชาธิปไตยลักษณะนี้ก็อยู่คู่กับประเทศไทยมาหลายยุคหลายสมัย ประมาณว่า ส.ส. แต่ละคนถือว่าเป็นตัวแทนของประชาชนส่วนใหญ่ในเขตเลือกตั้งนั้น ๆ แต่พอเวลาเข้าไปอยู่ในสภา ส.ส. ทุกคนเป็นคนของพรรคการเมือง %(me)เค้าไม่ได้พูดอย่างนั้นหรอก แต่การกระทำมันสื่อให้เห็นแบบนั้น% ทีนี้ก็เลยกลายเป็นว่า แทนที่ ส.ส. จะเข้าสภาเพื่อทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนให้ดีที่สุด เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ก็กลายเป็นว่าเข้าไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อผลประโยชน์ของพรรค %(me)อย่างที่ “ส.ส. ชาติพัฒนา ให้สัมภาษณ์เอาไว้ (มติชน)”:http://www.matichon.co.th/matichon/matichon.php?s_tag=01p0101250547&show=1&sectionid=0101&day=2004/05/25 %

%(rem)รัฐมนตรีที่ ไม่น่าไว้วางใจที่สุด กลับได้คะแนนเสียง มากที่สุด หนะ คิดกันเอาเองหละครับ%

ดูบรรยากาศแบบนี้แล้ว ทำให้คุณคนเขียนนึงถึง “ห้องสนทนา” แห่งหนึ่งบน Internet ครับ ที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันชัดเจน ฝ่ายหนึ่งก็รัฐบาลทำอะไรดีไปหมด (แล้วก็โดนตีตราว่า “สาวกไทยรักไทย”) แต่อีกฝ่ายก็ตรงข้ามกับรัฐบาลตลอด (ซึ่งก็แน่นอน โดนตีตราว่า “สาวกประชาธิปัตย์”) %(me)และก็มีฝ่ายกลาง ๆ อีกจำนวนหนึ่งหละนะครับ — ยังดีที่มี!% มันเลยทำให้คุณคนเขียนคิดว่า “สมาชิกสภาผู้แทนฯ” กับ “สมาชิกราชดำเนิน” มันช่างมีความคล้ายคลึงกันเหลือเกิน … ให้ตายเถอะ!

คุณคนเขียนจำได้ว่า “เคยเขียนเรื่องนี้ไปครั้งนึงแล้ว”:tbox/archives/2003/01/23-432.php แต่ก็ยังอยากจะเขียนถึงอีก แต่คราวนี้จะขอมาถามความเห็นคุณ ๆ บ้างดีกว่า … คุณ ๆ คิดเห็นยังไงกับบ้างครับ?

สวัสดีครับ

ป.ล. สงสัยว่า การลงคะแนนเสียงอิสระ (free vote) กับการเมืองประเทศไทย คงจะไม่ได้เกิดมาคู่กัน!

ป.ล.อีกครั้ง. ย้ำกันชัด ๆ ว่า การลงคะแนนเสียงตามมติพรรค (party line vote) เกิดขึ้นกับทั้ง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล และ ส.ส. ฝ่ายค้านครับ