หรือ หงษ์ไทย จะปีกหัก?

เล่นง่าย ๆ ละกันครับ ไม่มีอะไรจะเขียน … ไม่ถนัดเขียนกิจวัตรประจำวันซะด้วยสิ

เรื่องที่ขึ้นหัวไว้เนี่ย อันที่จริงแล้วไม่ควรพูดมากครับ เดี๋ยวจะโดนถามว่า มันไป “ทับหัวแม่ตีนใคร” ซะอีก %(me)หัวแม่ตีนของใคร ใครก็หวงก็ห่วง จริงมะครับ :)%

bq.. ซื้อหุ้นหงส์ส่อวืด บอร์ดทีมดังค้าน ไทยนั่ง กรรมการบริหาร

ซื้อหุ้น “ลิเวอร์พูล” ส่อเค้าวืด หลังบอร์ดหงส์แดงไม่ตอบรับการส่งคนเข้าไปเป็นคณะกรรมการบริหาร และไทยไม่มีความชัดเจนเรื่องตัวบุคคล ขณะที่รัฐบาลเตรียมเบนเป้าซื้อหุ้น “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล แทน ขณะที่ “คณิณ” เตือน “ทักษิณ” เชื่อนักกฎหมายประเภทตามใจนาย ระวังติดคุก ย้ำการออกหวยหุ้นหงส์ผิดกฎหมายและเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ

ความคืบหน้าการซื้อหุ้นทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมดังเกาะอังกฤษ ที่ตกเป็นข่าวมายาวนานเกือบเดือน มีสิทธิเป็นรายการมวยล้ม เมื่อทางลิเวอร์พูลไม่ตอบรับการส่งคนเข้าไปเป็นคณะกรรมการบริหาร และฝ่ายไทยไม่มีความชัดเจนเรื่องตัวบุคคล โดยแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาล ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อหุ้นครั้งนี้ เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า การซื้อหุ้น 30% ของลิเวอร์พูล จะไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องที่ทางฝ่ายไทยต้องการส่งคนเข้าไปเป็นบอร์ดของสโมสร 2 คน แต่ทางลิเวอร์พูลไม่ตอบรับ ขณะที่ทางฝ่ายไทยเองก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องตัวบุคคลที่จะส่งเข้าไปนั่งในบอร์ดบริหารว่าเป็นใคร ทำให้ทางลิเวอร์พูลไม่สามารถรับพิจารณาได้

นอกจากนั้น แหล่งข่าวคนเดียวกัน ยังเผยอีกว่า ยังมีปัญหาเรื่องการระดมทุนจากการออกสลากพิเศษ หรือ “หวยหุ้นหงส์” ซึ่งมีหลายฝ่ายออกมาคัดค้าน และชี้ว่าน่าจะขัดกฎหมายหลายฉบับ ทำให้ขณะนี้ฝ่ายไทยได้เบนเป้าเตรียมเจรจาซื้อหุ้นจากสโมสรฟุตบอลในระดับพรีเมียร์ชิพแทน โดยสโมสรที่กำลังพยายามติดต่อเพื่อเจรจาคือ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล แชมป์พรีเมียร์ชิพรายล่าสุด

ขณะที่กระแสคัดค้านการออกสลากระดมทุนซื้อหุ้นลิเวอร์พูล ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นการขัดต่อกฎหมาย ล่าสุด นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ออกสลากเพื่อระดมทุนซื้อหุ้นสโมสรลิเวอร์พูลไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากรัฐบาลมีนักกฎหมายเก่งๆ หลายคนช่วยตรวจสอบว่า นายกฯ ควรระวังนักกฎหมายที่ชอบ “ตีความตามใจนาย” เอาไว้ให้ดี เกรงว่าสักวันหนึ่ง นายกฯ คงเข้าคุกเพราะไปเชื่อนักกฎหมายประเภทนี้มากเกินไป และการเอาการเอาเงินไปลงทุนซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอลต่างชาติด้วยเหตุผลทางด้านธุรกิจ เป็นการบริหารราชการแผ่นดินที่ใด

“รัฐธรรมนูญให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน แต่การเอาเงินไปลงทุนซื้อหุ้นลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นธุรกิจเอกชนต่างชาติ ไม่ใช่เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นการที่รัฐบาลสั่งให้หน่วยงานของรัฐใช้กฎหมายของแผ่นดิน ไปดำเนินการระดมทุนโดยการออกหวย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินจำนวน 4,000 ล้านบาทไปซื้อหุ้นสโมสรลิเวอร์พูล อย่างนี้ถ้าไม่เรียกว่าผิดกฎหมายแล้วจะเรียกว่าอะไร” นายคณิน กล่าว

อดีต ส.ส.ร.ยังกล่าวด้วยว่า การที่รัฐบาลสั่งให้การไฟฟ้าฯ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและธนาคารออมสิน ซึ่งทั้งหมดเป็นหน่วยงานของรัฐไปออกสลากระดมทุนจำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อหุ้นสโมสรลิเวอร์พูล นอกจากจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 201 และมาตรา 212 ในข้อที่ว่าไม่ใช่การบริหารราชการแผ่นดินแล้ว ยังจะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 87 ฐานสั่งให้หน่วยงานของรัฐไปดำเนินกิจการธุรกิจภาคเอกชนที่ไม่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือเป็นกิจสาธารณูปโภคอีกด้วย

“การออกสลากขายให้แก่ประชาชน ซึ่งถือเป็นการพนันชนิดหนึ่ง ต้องใช้หน่วยงานของรัฐและกฎหมายของแผ่นดิน จะต้องระบุวัตถุประสงค์ชัดเจนว่า นำเงื่อนไขใช้ในการกุศล เช่น การออกสลากกาชาดเท่านั้น การเอาเงินที่ได้จากการขายสลากไปซื้อหุ้นสโมสรลิเวอร์พูลคงไม่ใช่เพื่อการกุศลแน่ แต่เป็นธุรกิจกึ่งการพนัน ซึ่งมีทั้งการหากำไรและการเสี่ยงต่อการขาดทุน จึงไม่น่าจะถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.การพนัน หรือ พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย ถ้าทำอย่างนี้ได้หนหนึ่ง ต่อไปคงออกหวยกันสนุก คราวนี้หุ้นลิเวอร์พูล ต่อไปก็หุ้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอะไรต่ออะไรอีกเยอะแยะไปหมด นับเป็นการทำลายกำแพงระเบียบแบบแผนของการบริหารราชการแผ่นดินโดนสิ้นเชิง”

ด้าน ” นายปกป้อง จันวิทย์ “:http://www.people.umass.edu/pokpongj/index.htm %(me)คนนี้รู้จัก ๆๆๆ รุ่นน้อง ๆๆๆ อิอิอิ : คุณคนเขียน% อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการรวบรวมรายชื่อผู้คัดค้านการซื้อหุ้นหงส์แดงว่า ขณะนี้ได้มีอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ เข้าร่วมลงชื่อเพิ่มอีก 5 คน จากเดิมมี 30 คน ซึ่งคิดว่าคณาจารย์จำนวนเท่านี้ ก็สามารถชี้ได้ว่า ต้องมีการตรวจสอบกับการซื้อหุ้นลิเวอร์พูลของรัฐบาล ขณะนี้อาจารย์เศรษฐศาสตร์หลายคนกำลังร่วมกันสัมมนาเพื่อหาทางออกกับนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการเคลื่อนไหวในขั้นตอนต่อไป

สำหรับการล่ารายชื่อนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นทางการ แต่มีผู้ประสงค์จะร่วมลงชื่อเป็นจำนวนมาก แต่ขณะนี้ยังไม่มีแกนหลักที่จะรับเป็นศูนย์กลางเพื่อรวบรวมรายชื่อเหล่านี้ ซึ่งจะต้องหารือกันอีกครั้งในงานสัมมนาในสัปดาห์หน้า เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมและถูกต้องที่สุด

ส่วน นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ประธานองค์กรพัฒนาเอกชน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่คนไทยออกมาร่วมมือกันแสดงความคิดเห็นคัดค้านการซื้อหุ้นหงส์แดง รวมถึงการแสดงเจตนารมณ์ของอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ที่ออกจดหมายเปิดผนึกและส่งไปยังสื่อต่างๆ ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่เป็นจริง ไม่ใช่ข้อมูลของรัฐบาลด้านเดียว และเป็นความชอบธรรมที่องค์กรภาคประชาชนต่างๆ แสดงพลังกันอย่างท่วมท้น เพราะการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่มีใครปลุกระดม แต่เป็นเพราะทุกฝ่ายเห็นปัญหาเช่นเดียวกันและต้องการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนให้ผู้บริหารประเทศได้ถึงตระหนักในเสียงสะท้อนเหล่านี้

“หากผู้นำประเทศไม่ฟังเสียงสะท้อนเหล่านี้ก็ไม่เป็นไร เพราะประชาชนจะได้ทราบว่า คนที่เขาเลือกมาให้เป็นผู้บริหารประเทศมีวิศัยทัศน์เช่นนี้ และประชาชนจะต้องตระหนักมากขึ้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่พลังเช่นนี้ก็ทำให้เราทราบว่า ปัจจุบันนี้ภาคสังคมคิดอะไร และมีเครือข่ายที่เชื่อมต่อมากน้อยแค่ไหน ผมคิดว่าวันนี้สังคมเข้มแข็งในระดับหนึ่ง แต่หากประชาชนแสดงพลังแล้ว รัฐบาลจะรับฟังหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของรัฐบาล ซึ่งผมไม่คาดหวังและไม่คาดคั้น” ประธานองค์กรพัฒนาเอกชน กล่าว

ด้าน นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า สัปดาห์หน้าเตรียมตั้งโต๊ะล่ารายชื่อตามย่านชุมชนและสถานที่สำคัญๆ ของกรุงเทพฯ เช่น บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สีลม สยามเซ็นเตอร์ และห้างสรรพสินค้าต่างๆ รวมทั้งจะให้ข้อมูลแผ่นพับกับประชาชน ซึ่งเป็นการเปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกในข้อสัญญาที่ประเทศไทยจะเสียสิทธิในการทำสัญญาซื้อหุ้นลิเวอร์พูล รวมทั้งเปิดโปงวาระเซ่นเร้นที่ประชาชนยังไม่ทราบ

นอกจากนี้ เรื่องที่เลวร้ายที่สุดก็คือ ประเทศอังกฤษไม่มีปฎิกริยาที่จะขายหุ้นให้กับประเทศไทยแต่อย่างใด จากข้อสังเกตนี้ถือว่า เป็นพิรุธอย่างหนึ่งที่ประชาชนต้องจับตาว่ารัฐบาลปั้นข่าวนี้ขึ้นมาเอง เพื่อเป็นกลเกมที่จะลดความคลางแคลงสงสัยกับข้อผิดพลาดในการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลชุดนี้

“ส่วนการที่นายกฯ ระบุว่า การซื้อหุ้นครั้งนี้ไปทับหัวแม่เท้าใครหรือไม่นั้น ผมเห็นว่า หากนายกฯ ไม่กลัวว่า กลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจของตนจะเสียผลประโยชน์ก็ไม่ต้องร้อนตัว เพราะการออกอาการเช่นนี้เป็นการแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่า นายกฯ กลัวจะเสียผลประโยชน์ ซึ่งตนคิดว่าผลประโยชน์เหล่านี้จะหล่นทับหัวแม่เท้านายกฯ เอง เพราะวันนี้ประชาชนเริ่มรู้เบื้องลึกของการซื้อหุ้นครั้งนี้แล้วว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนมากน้อยเพียงใด” นายสุริยะใส กล่าว

p.

จาก “คม-ชัด-ลึก”:http://www.komchadluek.com/news/2004-05-30/p1-4261906.html ครับ

แถมท้ายด้วย “บทอภิปรายเรื่อง “ซื้อสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล: ประเทศไทยจะได้อะไร”“:http://www.people.umass.edu/pokpongj/aboutme_26_May_04.htm ของ อ.ปกป้อง สักหน่อย %(me)กั่ก ๆๆๆ เรียกเอง ขำเอง% … ทิ้งท้าย แซวแกมหยอก

bq.. ในอนาคต หากสโมสรลิเวอร์พูลแปลงสัญชาติเป็นลูกครึ่งไทยได้สำเร็จ ประโยคคลาสสิกที่ผมมั่นใจว่าจะได้ยินบ่อยครั้ง ในสังคมเอียงขวาแบบไทยๆ ก็คือ ใครไม่เชียร์ลิเวอร์พูล คนนั้นไม่รักชาติ แฟนแมนยูอย่างผม คงเป็นคนไม่รักชาติ เช่นเดียวกับหลายๆ คน

p.

แล้วก็ปิดท้ายว่า

bq.. ปรากฏการณ์แปลงสัญชาติลิเวอร์พูล ทำให้ผมรู้สึกสะท้อนใจว่า แม้สโมสรลิเวอร์พูลอาจไม่ต้องเดินเดียวดายอีกแล้ว แต่ทำไมสังคมไทยจึงดูวังเวงและเดียวดายเหลือเกิน

p.

  • สำหรับคุณ ๆ ที่ไม่ได้ติดตาม หรือไม่เคยรู้จัก อ.ปกป้อง มาก่อน หลาย ๆ ครั้ง อ.ปกป้อง มองเศรษฐศาสตร์คนละทางกับทักษิณครับ คนละทางโดยสิ้นเชิง :)

สวัสดีครับ

บ่น .. ข้างบ้านมันจะไปเที่ยวอีกแล้ว เดี๋ยวเอาคืนอีก!