ตอกย้ำ .. ไม่อยากให้ลืม

สืบเนื่องจากเรื่องเมื่อวานนี้ ตำรวจจับคนยิงได้แล้วครับ ตามข่าวคือเด็กช่างกลอายุ 17 (นสพ บางฉบับบอกหน้าแก่เกินอายุ อีกทั้งบัตรประชาชนเพิ่งทำเมื่อวันเกิดเหตุ .. เป็นพิรุธ) ตามที่ได้ยินคำสัมภาษณ์ไอ้..นี่ก็บอกว่าเสียใจที่ทำให้คนตาย แต่ไม่รู้ว่ายิงแล้วจะไปโดนคนอื่น และไม่ได้ตั้งใจจะให้ใครได้รับบาดเจ็บ หรือตาย … ที่สำคัญ ตอนที่มันพูด ‘มันยังยิ้ม’ (นสพ บางฉบับก็เห็นภาพที่ว่าเหมือนกัน) มันไม่สำนึกหรอกครับ

ส่วนนายกฯ บอกว่า “เด็กทำผิดก็ต้องลงโทษแบบเด็ก เพราะเรามีกฎหมายเด็กอยู่ จะไปลงโทษแบบผู้ใหญ่ไม่ได้” .. จริงครับ แต่กรณีอย่างนี้คุณคนเขียนก็อยากจะเห็นการดำเนินคดีแบบผู้ใหญ่ครับ ฆ่าคนตายโดยเจตนา ไอ้พวกวัยรุ่นพกปืนเนี่ย จับได้แล้วต้องห้ามประกันครับ ไม่ต้องส่งไปบ้านเมตตาอะไรทั้งนั้นหนะ ขังคุกมันไปเลย … คุณคนเขียน double standard ครับ

%(me)หรือแม้แต่พวกที่จับได้ว่าพกมีด พกดาบติดตัวไปไหนมาไหน ก็ควรทำมากกว่าแค่ “ทำประวัติ” .. ไม่ต่างอะไรจากปล่อย หมาบ้า ให้ไปไล่กัดคนครับ%

น้องคนนี้เค้ามีความตั้งใจเอาไว้ว่า พอเรียนจบแล้ว (ปีหน้า อีกไม่กี่เดือนนี้) เค้าจะทำงานส่งเสียน้อง 2 คนเรียน เค้าจะให้พ่อแม่ได้อยู่อย่างสบาย ๆ จะเก็บเงินสร้างบ้านให้อยู่

เมื่อคืนในรายการถึงลูกถึงคน เพื่อนนักศึกษา มธ เค้าพูดให้คิดครับ .. เค้าบอกว่าน้องคนนี้มีความสำคัญ มีค่ามีความหมายกับพ่อแม่ น้อง ๆ เพื่อนชาย และเพื่อน ๆ ที่เรียนด้วยกัน แต่ไอ้คนที่ทำเลว ๆ พวกนี้ เคยคิดมั่งหรือไม่ว่า มีความสำคัญกับใครมั่งหรือเปล่า ?

คุณคนเขียนขออนุญาตอีกวันเถอะครับ คุณคนเขียนจำได้ว่า เขียนเรื่องนี้มาหลายครั้งมากแล้ว แต่ก็คงต้องเขียนต่อไปเรื่อย ๆ เขียนให้คุณ ๆ คนอ่านที่ผ่านมาได้อ่านแล้วก็จำครับ เนื่องจากว่าคุณคนเขียนกลัว มันเป็นความกลัวตะหงิด ๆ … กลัวว่าอีกเดี๋ยวเรื่องนี้ก็เงียบหายไปอีก มันต้องตายกันอีกซะกี่คน?

UPDATE 1: เช้านี้มีอีกข่าว ช่างกลเดียวกับไอ้คนที่ก่อเรื่อง หาเรื่องกับนักเรียนของอีกโรงเรียนหนึ่ง ที่ขึ้นรถเมล์ไปกับอา อาเห็นเช่นนั้นก็เข้าไปกัน ด้วยความเป็นห่วงหลาน ระหว่างกำลังชุลมุนอีกฝ่ายก็ใช้เท้าถีบ ตกรถเมล์ทั้งอาและหลาน … อาโดนรถเมล์ทับเสียชีวิตครับ ส่วนหลานบาดเจ็บ มันจะกำแหงกันเกินไปแล้ว