God - no God, you decide

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวไม่ค่อยดีซะเท่าไหร่เกี่ยวกับการบินไทยครับ เรื่องที่ว่ามี ส.ว. โดนกัปตันไล่ลงจากเครื่องบินหนะ … แต่คุณคนเขียนคงไม่เขียนถึงเรื่องนั้นหละครับ เพราะสองฝ่ายที่ออกมาพูด ก็พูดไปคนละทิศคนละทาง รายละเอียดจริง ๆ เป็นยังไงก็ไม่รู้ ใครจะเชื่อฝ่ายไหนยังไงก็แล้วแต่หละครับ

… วันนี้มาจะคุยเรื่องที่เกี่ยวกับข่าวที่ว่า เรื่องเกี่ยวกับการบริการหนะครับ %(me)เกี่ยวแบบอ้อม ๆ หนะ%

แต่ไหนแต่ไรมาทุก ๆ คนที่ทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการบริการมักจะถูกพูดให้ฟังเสมอว่า “ลูกค้าคือพระเจ้า” (the customer is god) หรือบางทีฝรั่งเค้าบอกว่า “ลูกค้าคือพระราชา” (the customer is the king) .. ความหมายก็นัย ๆ ว่า พึงให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้า มิควรขัดใจลูกค้า และสนองความต้องการของลูกค้าให้จงได้ … อะไรแถว ๆ นั้นมั้ง

… บอกตรง ๆ ว่าคุณคนเขียนไม่เห็นด้วยกับ concept นี้เลยจริง ๆ ครับ

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า concept นี้ทำให้ลูกค้าจำนวนมากกลายเป็น คนเอาแต่ใจตัวเองอย่างหยุดไม่ได้ .. เป็นประเภทอยากได้อะไร ฉันก็ต้องได้ หรือถ้าเมื่อไหร่ที่ตอบว่า “ทำไมได้ เพราะ…” ก็จะกลายเป็นว่า “อ้างนี่หว่า” “ไม่แน่จริงนี่หว่า” “ไม่จ้างดีกว่า” อะไรทำนองนั้นไปซะ

เมื่อก่อนตอนที่คุณคนเขียนทำงานอยู่ประเทศนอก คุณคนเขียนก็เคยคุยเรื่องนี้กับหัวหน้าของคุณคนเขียนในขณะนั้นเหมือนกัน กับคำถามที่ว่า “Hey boss, what do you think about the concept of ‘the client is god’?” หัวหน้าเค้าตอบมาว่า “I don’t give a damn.” พร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข แล้วก็พูดต่อว่า “Seriously, it’s OK if you want to think that the clients are god. But by doing so, you’ll have to be the one who tells god what he can do and what he cannot .

… คุณคนเขียนยังยึดถือ concept ข้อนั้นมาจนถึงทุกวันนี้

อันที่จริงแล้ว ทำไมเราไม่มองเป็นว่า ทุกคนที่ทำงานด้วยกัน ทั้งตัวลูกค้าและตัวคนให้บริการ เป็นส่วนหนึ่งของทีม แล้วทุกคนก็เอาความคิดมาเทใส่กระจาดตรงกลาย แล้วก็ค่อย ๆ มาคัดและเลือกเอาส่วนที่เป็นประโยชน์ต่องานมาใช้ ซึ่งทุกฝ่ายก็น่าจะพร้อมที่จะรับฟังข้อโต้แย้งจากทีมงาน … คุณคนเขียนว่าอย่างนี้น่าจะทำให้ผลงานที่ได้ออกมาดีกว่า ไม่ใช่หรือ? %(me)อ้อ ลืมไป .. คนจำนวนมากไม่สามารถทำงานเป็นทีมได้ .. ใช่ไหม?%

— แล้วคุณ ๆ หละครับ เห็นว่ายังไง