ขออนุญาต ดื่มน้ำปัสสาวะ ครับ!

คุณ ๆ หลายคนก็คงจะเคยพูดประโยคนี้เมื่อสมัยยังเด็ก ๆ อยู่มั้งครับ วรรคผิดไปนิดเดียว ความหมายเปลี่ยนไปคนละทางเลย แต่ใครจะคิดหละว่า สมัยนี้เค้าหันมา ดื่มน้ำปัสสาวะ กันจริง ๆ แล้ว

หลังจากที่มีข่าวออกมา (นานแล้ว) ว่า ประชาชนจำนวนหนึ่งเริ่มหันมาดิ่มน้ำปัสสาวะ %(me)เรียกว่า ดื่มฉี่ ละกันนะครับ% ของตัวเอง โดยเชื่อว่าจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และยังสามารถช่วยรักษาโรคต่าง ๆ นานาได้อีกด้วยนั้น แพทย์แผนไทยหลาย ๆ คนก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “ความเชื่อที่ว่านั้น เป็นความจริง” .. หมอ ๆ ทั้งหลายก็บอกอีกว่า เห็นมาหลายครั้งแล้วที่คนดื่มฉี่มาระยะหนึ่งเนี่ย สามารถหายจากโรคเรื้อรังหลายประเภทเชียวนะ ไม่ว่าจะเป็นไมเกรน ปวดหลัง ภูมิแพ้ หรืออะไรอีกหลาย ๆ อย่าง (มีห้ามอยู่แต่ว่า ถ้าเป็น “กามโรค” อย่าทะลึ่งดื่มเข้าไปหละ นอกจาไม่หายแล้วอาการอาจจะหนักกว่าเดิม)

ย้อนกลับไปสักหน่อย จริง ๆ ข่าวนี้มีมานานพอสมควรแล้วครับ หลายเดือนแล้วมั้งถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นคนที่เค้าดิ่มฉี่เป็นประจำก็บอกว่าได้ตำรามาจากพระธุดงค์ %(me)สะกดยังไง ก็ไม่รู้แหะ% พอดิ่มไปได้สักพัก โรคภัยไข้เจ็บก็เริ่มจะลดน้อยลง จนหายไปหมด เอาไปเล่ากันปากต่อปาก คนก็เริ่มทำตามกันมาขึ้น .. แต่ทีนี้มาเป็นข่าวอีกครั้งเพราะเมื่อสิ้นเดือนที่แล้วเค้ามีการ “เสวนาเชิงวิชาการ” เรื่องนี้กันขึ้นมา มีทั้งหมอ ทั้งคนปฏิบัติ (คือ ดิ่มฉี่อยู่) และพระ (แปลกใจไหม?) มาคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว %(me)เดี๋ยว ไปหาข่าวก่อน … อ้อ นี่ไง% … ตามไปอ่านได้ที่ “คม-ชัด-ลึก”:http://www.komchadluek.com/shownews/showlastnews.php?id=3547388 ครับ

แน่นอน มีคนเห็นด้วย ก็ต้องมีคนไม่เห็นด้วย .. แพทย์แผนปัจจุบันหลาย ๆ คนก็บอกว่า “ฉี่” เนี่ย มันมีแต่ของเสียที่ขับออกมา ดื่มกลับเข้าไปก็เป็นการเอาของเสียกลับเข้าไปหนะสิ มันจะไปดีต่อสุขภาพได้อย่างไร? … อันนี้ก็แล้วแต่จะคิดกันไป

ส่วนคุณคนเขียน (และอีกหลาย ๆ คน) เห็นว่า ถ้าอยากจะรู้ว่ามันใช้ได้จริงอย่างสรรพคุณที่คุย ๆ กันหรือไม่เนี่ย ก็จัดการหาทุนมาทำการทดลองให้เห็นผลชัดเจนเลยสิ มันจะได้กลายจาก “ความเชื่อ” มาเป็น “ความจริง” ซะที

ท้ายที่สุด คุณคนเขียนก็คงจะทิ้งเอาไว้ให้คุณ ๆ คนอ่านพิจารณากันเองอะนะครับ ว่าจะเริ่มดิ่มฉี่กันหรือยัง แต่คุณคนเขียนขอเอาน้ำประปามาต้ม มากรองแล้วดื่มต่อไปก่อนละกันอะนะ … คุณคนเขียนขอไม่ in trend อีกซะเรื่องนึงเหอะ!!!