"ขอโอกาสฉันอีกครั้ง ฉันจะไม่ทำอย่างที่เคยทำอีกแล้ว"

เชื่อว่าคุณ ๆ คนอ่านคงมีโอกาสได้ยินคำพูดประโยคนี้มาบ้าง หรือถ้ายังไม่เคยได้ยิน ก็อาจจะมีโอกาสได้ยินสักครั้งในช่วงชีวิตหนึ่ง ๆ ประโยคที่ว่ามักจะมาบ่อยที่สุดจาก คนที่เคยรัก เคยสนิท ที่บังเอิญทำอะไรต่อมิอะไรให้เราเกิดอาการเศร้าหมอง ขุ่นข้องจิต คิดหาสาเหตุไม่ได้ว่าจะรัก จะสนิทกับมันต่อไปทำไม .. แน่นอนหละ ผู้ฟังประโยคที่ว่านี้ส่วนใหญ่ก็จะใจดี ให้โอกาสในการแก้ไขตัวเองกับผู้พูดบ้าง จะมากครั้ง น้อยครั้งอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับระดับความสัมพันธ์และระดับความหนักหนาของปัญหาที่เกิดขึ้น … แต่เรื่องมันมีอยู่ว่า จำนวนครั้งของโอกาสแก้ตัวที่ได้รับเนี่ย มันแปรผันกลับกับความไว้เนื้อเชื่อใจและความรักความผูกพันที่อีกฝ่ายควรจะได้รับ %(me)ว่าไปนั่น% แปลได้ง่าย ๆ ว่า ยิ่งขอโอกาสแก้ตัวมากเท่าไหร่ รอยด่างในความผูกพันก็จะยิ่งมากขึ้นไปเรื่อย ๆ

จนเมื่อถึงเวลาหนึ่ง หลังจากที่ได้โอกาสแก้ตัวมาหลายต่อหลายครั้ง แต่เหตุการณ์เลวร้ายเดิม ๆ ก็ยังเกิดขึ้นซ้ำแล้ว ซ้ำอีก รอยด่างในความผูกพัน มันก็ใหญ่โตจนเกินจะแก้ไข ทีนี้หละ จะเรียกร้องขอโอกาสยังไง จะยกเอาอะไรมาอ้างอีกว่า “จะไม่ทำอีกแล้ว” ยังไงก็ตาม มันก็คงเกินที่จะเยียวยาซะแล้วหละครับ …. ซ้ำร้าย ดิ้นรนร้องขอมาก ๆ แทนที่จะมีคนเห็นใจ กลับจะกลายเป็นทำให้คนรังเกียจซะอีก

ก็แปลกนะครับ คนจำนวนมากจะรู้ถึงคุณค่า และความสำคัญของอีกฝ่ายก็ต่อเมื่อต้องสูญเสียกันไปแล้ว ถ้ารู้จักแก้ไขปรับตัวเสียแต่เนิ่น ๆ ก็คงไม่ต้องมานั่งโทษฟ้า โทษดิน โทษคนอื่น อะไรมากมายให้วุ่นวาย %(me)เออ แปลกเนอะ ไม่เห็นมี โทษตัวเอง เลย … อู้ยยย ฉันมันเลว อะไรเงี้ย อ๊ากซ์% … อันนี้ไม่ใช่รู้ตัวเมื่อสายครับ แต่เป็นพวกรู้ตัวแต่ตรูไม่แก้!

บางคนก็อ้างว่า “ทำไมไม่บอกตั้งแต่ตอนอยู่ด้วยกัน จะได้รู้ว่าต้องแก้ไขอะไรบ้าง” เนี่ย คาดว่าต้องย้อนกลับไปดูตัวเองว่า ปฏิกิริยาของตัวเองเวลาที่อีกฝ่ายพูดถึงปัญหาเป็นอย่างไร รับฟ้งด้วยดีและพร้อมแก้ไข หรือโมโหโกรธา ทำท่าเป็นยักษ์ท้องอืด ถ้าอาการเป็นอย่างหลังเนี่ย คงไม่มีใครเค้าไปเตือนคุณหรอก เสียอารมณ์ซะเปล่า ๆ … เข้าข่ายที่ว่า ถ้ายังทนได้ ก็ทนไป ถ้าทนไม่ได้ ก็เลิกกัน!

ยาว ๆ ที่เขียนมา คงสรุปได้ประมาณว่า “โอกาสของคุณ หมดแล้ว!” กระมัง … แต่อย่างว่าแหละ มันเป็นเรื่องของ คนสองคน มันก็แล้วแต่เค้าจะตกลงกันไปเนอะ

โอ๊ะ .. ม่ายช่าย ม่ายช่ายยยย … คุณคนเขียนไม่ได้เป็นคนพูดประโยคที่ว่านี้นะครับ อันนี้มันเป็นเรื่องของคนอื่น (กับคนอื่น) ที่บังเอิญว่า ไม่ใช่คนไกล คุณคนเขียนก็เลยเอามาบันทึกเก็บเอาไว้ เผื่อ ใคร จะผ่านมาอ่าน %(me)เนื่องจาก ใคร ที่ว่า นิยมนิสัยการ “บอกต่อไปเรื่อย ๆ” คุณคนเขียนก็เลยเอามาลองใช้ดูมั่ง คาดว่าจะสนุกดี%

อย่าถามนะ ว่า ใคร คือ ใคร … อิอิอิ ใครจะบอก! %(me)อูย งง% ไม่รู้ทำไม คุณคนเขียนชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยน!

%(me)อ้อ คุณ ๆ หลายคนสงสัยว่า บันทึกหน้าใหม่ คืออะไร … ยังไม่ถึงเวลาบอกครับ ใจเย็น ๆ :)%