เล่น poker บนถนน?!?

เปิดมาดู tbox แล้วอึ้ง มะวานนี้คุณคนเขียนบรรยายได้สั้นอย่างน่าตกใจ แต่ก็น่าแหละ มันไม่รู้จาบรรยายอะไรนินา เพราะตลอดเวลาเกือบ ๆ 3 ชั่วโมงนั่นก็ … มัน มาก ๆ ครับ … จริง ๆ นะ (กิกิกิ)

วันนี้คุณคนเขียนไปทำแว่นใหม่อัน %(me)ไม่ชินกับคำว่า “ตัดแว่น” ไม่ใช่เพิ่งจะไม่ชินนาครับ ไม่ชินมานานแล้วหละ% รู้สึกเหมือนกับว่า โลกมันชัดเจนขึ้นยังไงไม่รู้แฮะ เดินแล้วรู้สึกแปลก ๆ … ว่าตะว่า ขนาดตอนตาไม่ค่อยดี ยังจับผิดใครต่อใครได้ไม่เว้นตะละวัน แล้วนี่ตาดีขึ้นมาเนี่ย มันไม่นั่งหงุดหงิด จับผิดเค้าตลอดเลยรึ

คุณคนเขียนมักจะพูดเสมอว่า ไอ้การขับรถเนี่ย มันเครียดเหลือเกิน พาลทำให้คนขับใจร้อนหงุดหงิดได้อยู่เรื่อยไป .. คุณคนเขียนมีโอกาสได้นั่ง taxi มา 2-3 วัน เริ่มจะไม่แน่ใจกับเรื่องที่เคยพูดไปละ … นั่ง taxi นี่เครียดยิ่งกว่าขับเองอีกนะคุณ ๆ !!!! .. คือ นอกจากเครียดกับวิธีขับของคุณ ๆ คนขับทั้งหลายแล้ว ยังต้องเครียดอีกว่า ไอ้คันหลังมันจะมาชนท้าย ทำให้คุณคนนั่ง (ก็คุณคนเขียนนั่นเอง) ต้องคอเคล็ดหรือกว่านั้นรึเปล่า เพราะพวกคุณ ๆ คนขับ taxi ตะละคน เบรคกันหยั่งกะว่าจะให้รถหยุดตรงนั้น เดี๋ยวนั้น ไม่เผื่อระยะให้คนขัางหลังเค้าตกใจไฟเบรคกันมั่งเลย แล้วไอ้เราที่เป็นคนนั่งเนี่ย ก็ไม่มีกระจกมองหลัง เลยไม่รู้ว่า คุณคนข้างหลังเค้าจะมาจิ้มเอาเมื่อไหร่ ก็คงไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว … น่ากลัวจริง ๆ

พูดถึงขับรถ มันก็เหมือนกับเป็นการพนัน (gambling) อย่างหนึ่งเหมือนกันนะ โดยเฉพาะในกรุงเทพเนี่ย เพราะคนขับแต่ละคนก็จะต้องคอย bluff (แปลว่า?) หรือไม่ก็ต้องคอยเดา ‘the next move’ ของฝ่ายตรงข้าม ประมาณว่า (เดาว่า)มันจะปาดเข้ามาไหม (เดาว่า)มันจะเลี้ยวโดยไม่บอกรึเปล่า (bluff ว่า)อย่าเข้ามานะเฟ้ย (ซึ่งก็จะเห็นได้ด้วยอาการจิ้ม ๆ จึ๊ก ๆ) … อะไรพวกเนี้ย ประมาณว่าต้องทำ poker face เวลาขับรถ!

ตอนขับเองมันบอกอะไรไม่ได้ครับ เพราะว่าสมองถูกเอาไปใช้ในการ “เครียด” หมดแล้ว พอได้นั่งก็เลยได้มีโอกาสได้ดูพฤติกรรมคุณ ๆ ทั้งหลายบนถนน … สนุกดีเหมือนกัน (ถ้าไม่นับรวมไอ้ตอนที่เครียดคนขับ taxi นะ)