you're the hero, not!

เมื่อสามวันวานเค้ามีถ่ายทอดสดการปาฐกถาพิเศษของ ทักษิณ ชินวัตร ในการประชุมใหญ่ครั้งแรกของ บริษัท รวมค้าปลีกเข้มแข็ง จำกัด (Allied Retail Trade: “ART”:http://www.art.co.th/ ) .. คุณคนเขียนก็อุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตาดู เพราะคิดว่าจะได้ยินได้ฟังถึงนโยบายอันเกี่ยวเนื่องกับการแก้ปัญหา โชวห่วย (ไม่ใช่ โชว์ห่วย) จากปากของท่านผู้นำซะหน่อย … เหว๋อ …

ถ้าคุณ ๆ คนอ่านแวะเวียนตามข่าวอยู่บ้าง ก็อาจจะได้ยินว่ารัฐบาลล้มเลิกร่างกฎหมายค้าปลีก-ค้าส่งที่ได้ทำการศึกษากันมาเป็นเวลาประมาณ 2 ปีอย่างหน้าตาเฉย แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวไปออกกฎกระทรวงเพิ่มเติมให้กับกฎหมายผังเมือง ก็ใช้ได้ผลเหมือนกัน โดยอ้างว่าเมื่อครั้งเริ่มศึกษาใหม่ ๆ นั้น ฝ่ายกฎหมายตั้งโจทย์คำถามเอาไว้ผิด ก็เลยได้คำตอบว่าผังเมืองเอามาใช้ไม่ได้ แต่หลังจากศึกษาไปได้ 2 ปี ทักษิณ (ผู้ซึ่งมักจะทำอะไรไม่เคยผิด หรือถ้าผิด ก็ผิดโดยสุจริต) นึีกยังไงก็ไม่รู้ ไปตั้งคำถามใหม่ คราวนี้ได้คำตอบว่าผังเมืองเอามาใช้ได้ และจะมีกฎกระทรวงออกมาบังคับใช้ภายใน 4 เดือน %(me)ส่วนถามไปว่าอะไร คุณคนเขียนก็ไม่รู้เหมือนกัน%

แล้วผู้พูดก็เอ่ยอ้างไปถึงแนวคิดที่จะพัฒนากิจการโชวห่วยให้ล้ำนำสมัย ไม่ว่าจะเป็นการ order สินค้าผ่านทาง internet การจัดอบรม “ผู้ขาย” ในเรื่องของวิธีการขาย การเอาอกเอาใจลูกค้า อะไรต่ออะไรพวกนั้น … รายละเอียดของคำปาฐกถาที่ว่าก็ตามไปอ่านได้ที่ “ทำเนียบรัฐบาล”:http://www.thaigov.go.th/news/speech/thaksin/sp19nov45.htm ครับ …

จริง ๆ ที่ ทักษิณ พูดในวันนั้นก็มีเห็นด้วยอยู่ ข้อนึง นะ (ตั้งข้อนึงแหนะ!!!) … คือ คนไทยมักจะชอบให้ออกกฎหมาย มีอะไรนิดอะไรหน่อยก็ออกเป็นกฎหมาย (หรือเรียกได้ว่า กฎหมายเฉพาะทาง) เลยทำให้ประเทศนี้มีแต่กฏหมายเยอะแยะไปหมด ทั้ง ๆ ที่เรื่องบางเรื่องก็มีกฎหมายที่รองรับอยู่แล้ว เพียงแค่ว่าต้องใช้กฎหมายหลาย ๆ มาตรา จากหลาย ๆ ฉบับเข้ามาประกอบกัน ซึ่งคนที่ไม่รู้ซึ้งถึงกฎหมาย (ก็เรา ๆ ท่าน ๆ นี่แหละ) ก็มักจะมองไม่เห็นในจุดนี้ … จะว่าไปแล้ว พวกที่เป็นตำรากฎหมายหลาย ๆ คนก็นิยมให้ออกกฎหมายเฉพาะทางเหมือนกันนิ


อ้อ ๆๆ มีนิทานเล่าให้ฟังเรื่องนึง คือ เมื่อครั้งที่พรรคการเมืองหน้าใหม่หาเสียงช่วงเลือกตั้งคราวที่ผ่านมาเนี่ย หัวหน้าพรรค (ใครก็ไม่รู้นิ) ก็ป่าวประกาศอย่างชัดเจนว่า กฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลที่แล้วเนี่ยใช้ไม่ได้ เป็นกฎหมายที่ขายชาติขายประเทศให้กับคนประเทศนอก (อันได้แก่ IMF เป็นสำคัญ) แล้วก็ยังบอกอีกว่า หากได้รับเลือกเข้าไปบริหารประเทศเป็นรัฐบาล ก็จะทำการยกเลิกกฎหมายดังว่าทั้งหมดในบัดดล …

ป่านฉะนี้ 2 ปีผ่านไป ผู้ที่หลับหูหลับตาเลือกหัวหน้าพรรคคนที่ว่าเข้ามาก็ออกมาทวงถามสัญญาลูกผู้ชาย ล่วงเลยมาหลายเพลาแล้ว ท่านผู้นำแห่งความหวังหาฤกษ์ในการยกเลิกกฎหมายเหล่านั้นได้หรือยัง .. คำตอบที่ได้มากลับตาลปัตร รัฐบาล และ ส.ส. โดยการนำของหัวหน้าพรรคคนที่ว่า ต่างออกมาประสานเสียงกันให้เซ็งแซ่ว่ากฎหมายทั้ง 11 ฉบับ ที่ได้รับสมญานามว่า “กฎหมายขายชาติ” แม้จะมีจุดด้อยอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็เป็นกฎหมายที่มีคุณประโยชน์กับประเทศชาติซะเหลือหลาย หากจะยกเลิกไปคงไม่ดีแน่ … รัฐบาลจึงเห็นว่า ควรจะแก้ไขเพียงส่วนด้อยบางประการเท่านั้น มิเห็นควรที่จะยกเลิกการบังคับใช้

ว่าดังนั้น ฝ่ายสนับสนุนหัวหน้าพรรคผู้นี้ก็ออกมาเต้นกันผาง ๆ .. เหตุใดท่านผู้นำจึงกลับกลอก หลอกให้รักให้รออยู่ เอ๊ย (นั่นมันเพลง) หลอกให้พวกเราหลงเชื่อเห็นดีเห็นงามเมื่อครั้งต้น แล้วท่านจะมาทิ้งให้พวกเราอกหักรักตุ๊ด อ่า รักคุดในครั้งปลายอย่างนี้หรือ แม้แต่พ่อหมอที่ตั้งฉายาให้กับผู้ำนำแห่งความหวังคนนี้ว่า “อัศวินควายดำ” ยังออกมาเปรยด้วยความน้อยอกน้อยใจว่าถ้าจะไม่ยกเลิกกันจริง ๆ ก็ไม่ต่างอะไรจากการตบหน้าคนไทยด้วยกันเอง

นิทานเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร (จะต่อถึงภาค 7 เหมือนกับ harry p หรือไม่) ก็ต้องติดตามกันต่อไป … ว่าตะว่า ช่างน่าสงสารหัวหน้าพรรคคนนี้เสียเหลือเกิน เงิ๊กซ์!

ส่วนอันนี้เป็น “random link”:http://www.komchadluek.com/shownews/showlastnews.php?id=1268881 ที่บังเอิญเนื้อหาตรงกับนิทานที่เล่าพอดีเลย … ย้ำอีกที .. คุณคนเขียนเล่านิทานนะครับ ใครจะจับเอาไปผูกกับเรื่องในข่าวยังไง คุณคนเขียนไม่รับผิดชอบนา … อิอิอิ :)

%(me)ส่วนรายระเอียดของกฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ว่านี่ ยังหาไม่เจอเลย ฮืมมมม%