แฝดหลง … แล้วไปยุ่งอะไรกับเค้า?!?

เรื่องที่จะเขียนนี่ก็เอามาเล่าให้ฟังเฉย ๆ นะครับ คุณ ๆ คนอ่าน ฟังดูแล้วก็เหมือนกับว่าเรื่องมันถอดแบบออกมาจากละครช่อง 7 (หรือช่องไหนก็ได้ แล้วแต่จะเลือก มันเน่าพอกันหมดแหละ) … ตามมา ๆ

เรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ 16 ปีที่แล้วที่โรงพยาบาลหัวเฉียว สองครอบครัวไปคลอดลูก บ้านนึงได้ลูกแฝดหญิง อีกบ้านนึงได้ผู้หญิงคนเดียว คลอดเสร็จ รักษาตัวเสร็จก็พากันออกจากโรงพยาบาล … เลี้ยงลูกโตขึ้นมาเรื่อย ๆ บ้านที่มีลูกแฝดก็มีปัญหาเล็ก ๆ ว่า ลูกสองคนหน้าตาคล้าย ๆ กัน แต่ก็ไม่เหมือน แต่คนในครอบครัวก็ไม่ได้มีใครสงสัยอะไรมากมาย แต่เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนก็หยอกล้ออยู่ว่า ทำไมเป็นแฝดหน้าไม่เหมือนกัน จนกระทั่งมีคนไปเจอเด็กผู้หญิงอีกคนนึงที่อีกโรงเรียนนึง หน้าตาเหมือนแฝดผู้พี่เด๊ะ ๆ ก็เลยนัดให้มาเจอกัน … ตรวจสอบไปมา ดันไปเกิดโรงพยาบาลเดียวกัน วันเดียวกัน ก็เลยค่อนข้างมั่นใจทั้งสองครอบครัวว่า ต่างก็ได้ลูกไปผิดคนตั้งแต่เมื่อครั้งกระนู้น

(เรื่องที่เล่าข้างบนนั่นแบบคร่าว ๆ จากที่ฟังใน เก็บตกจากเนชั่น เมื่อเช้านะครับ อาจจะขาดหายรายละเอียดไปซะเล็กน้อย และเช่นเคย เรื่องเต็ม ๆ หาอ่านได้ตามหน้าหนังสือพิมพ์)

คุณคนเขียนบอกว่า … มันเป็นเรื่องของสองครอบครัวนั่นไปจัดการกันเองครับ อาจจะมีแพทย์ (จิตแพทย์) เข้าไปช่วยเหลือในการทำความเข้าใจกับเด็กซะหน่อย แล้วมันก็ไม่น่าจะมีอะไรเอามาลงเป็นข่าวเลยด้วย เพราะยิ่งเป็นข่าวแล้ว สภาพจิตใจของทั้งสองครอบครัวก็คงจะยิ่งกระเจิดกระเจิงกันไปใหญ่ จะทำอะไรก็ยากเย็น เพราะไปไหนก็มีแต่คนมอง … น่าสงสารออก

ตอนนี้สายไปแล้วครับ ค่ำคืนนี้ “ทุกช่อง” เลยครับ ทั้งนักวิเคราะห์ นักจิตวิทยา (ช่อง 5 นี่เอา ฝันดี-ฝันเด่น มาเลย) .. จัดรายการคุยกันว่า เด็กจะเป็นยังไง ครอบครัวควรจะทำยังไง มีแม้แต่แนะนำกันว่า ควรจะย้าย หรือไม่ควรจะย้ายเด็ก แล้วก็ยกเอาเหตุผลต่างต่างนานา มาอ้างอิงกัน (ที่ฝรั่งเค้าเรียกกันว่า blathering นั่นแหละ) .. เป็นอย่างนี้ตั้งแต่ช่วงข่าวหัวค่ำ ไล่ลงมาเรื่อย และก็คงจะเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกหลายวัน … อย่างนี้เรียกได้ว่า “สอดรู้สอดเห็น” กันเกินไปรึเปล่า (อีกคำที่สั้นกว่านี้ ก็เลือกใช้กันตามสะดวกนาครับ)

ส่วนไอ้ประเด็นที่จะมาหาว่า “ใครผิด” แล้วก็จะโยงประเด็นเข้าไปหาข้อเสียของ หมอ และ โรงพยาบาล เนี่ย มันน่าจะมีวิธีที่ดีกว่านี้นะ … อันนี้คุณคนเขียนก็ไม่รู้เหมือนกัน

… ที่สงสัยที่สุดเนี่ย ข่าวนี้มันหลุดออกไปถึงหูนักข่าว “ไทยรัฐ” ได้ยังไง?