น้ำหวาน

วันนี้มาเขียนเรื่องเกี่ยวกับ “น้ำหวาน ๆ” ซะหน่อยดีกว่า ไอ้น้ำหวานที่จะพูดถึงนี่ไม่ใช่เครื่องดื่มปกติทั่ว ๆ ไป แต่เป็นน้ำหวานที่กระทรวงสาธารณสุขเค้ากำลังเพิ่มความเข้มข้นในการจับตามองครับ น้ำหวานที่ว่านี่ก็คือ น้ำหวานชูกำลัง กับ น้ำหวานแก้ไอ

เริ่มกันจาก น้ำหวานชูกำลัง (หรือเครื่องดื่มชูกำลังประเภท M หรืออะไรแดง ๆ ทั้งหลายหนะ) ก่อนละกัน หลัง ๆ นี่การแข็งขันเริ่มจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งมียี่ห้อใหม่โผล่ออกมาเยอะแยะ นำหน้ามาโดยยี่ห้อ ‘ควายแดง’ %(me)ชื่อเค้าดีกว่านั้นอะนะ แต่ไม่อยากไปโผล่ใน search engine% แล้วก็มีออกมาอีก 2-3 ยี่ห้อตาม ๆ กันออกมา ปัญหาคือแต่ละค่ายต่างก็หาวิธีดึงลูกค้าผ่านทางโฆษณา ค่ายไหนทุนน้อยก็ใช้วิธีทำโฆษณาที่มี concept แปลก ๆ ค่ายที่ทุนเยอะก็ไปหยิบเอานักร้องดัง ๆ มาเป็น presenter ให้ ล่าสุดนี่เห็นทั้ง เฉลียง มอส อีตาโลโซ อีตาซิลลี่ฟูล หรือแม้กระทั่ง ปาล์มมี่

มาถึงตรงนี้ สธ. เค้าก็เริ่มเกิดอาการวิตกกังวล โดยเค้าก็ให้เหตุผลว่าการที่เอานักร้องดังมาเป็น presenter เนี่ย ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาวัยรุ่นสมองน้อย(จำนวนหนึ่ง)เลียนแบบ แล้วจะกลายไปเป็นวัยรุ่นติดเครื่องดื่มชูกำลังกันเยอะแยะไปหมด … สธ. เค้าก็เลยจะศึกษาซะหน่อยซิว่า เค้าสามารถจะดูแลควบคุมการโฆษณาของสินค้าประเภทนี้ได้บ้างรึเปล่า

ว่าตะว่า แต่มัน ชูกำลัง ได้จริงเหรอ?

ส่วนเรื่องของ น้ำหวานแก้ไอ (ก็ยาแก้ไออะนะ) เนี่ย มันเริ่มมาจากความพิเรนท์ที่มีคนเอายาแก้ไอไปผสมกับเครื่องดื่มบางชนิด แล้วมันจะทำให้เกิดผลในเชิง “มึน” มันก็เลยกลายเป็นที่นิยมกันใหญ่โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นสมองน้อย(จำนวนหนึ่งอีกแล้ว) อย่างข่าวเมื่อวานทาง สธ. บอกมาเป็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะบางจังหวัดขายยาแก้ไอได้เดือนละเป็นแสนขวด ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงนี่ไอกันทั้งจังหวัดเลยนะนั่นอะ

เอาหละ ทาง สธ. เค้าก็เร่งรีบออกมาประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า ยาแก้ไอเค้ามีเอาไว้รักษาโรคไม่ได้เอาไว้กินเล่น อีกทั้งการรับประทานยาแก้ไอเป็นจำนวนมากในระยะเวลานาน ๆ ก็จะมีผลไม่ดีต่อตับ รวมทั้งยากไปถึงปัญหากับสมองด้วย %(me)โอ้ ยิ่งพวกนี้มีสมองน้อย ๆ ซะด้วยสิ% … คุณคนเขียนก็คงต้องขอเพิ่มเติมซะหน่อย คือนอกจากปัญหากับอวัยวะ 2 ส่วนที่ว่านั่นแล้ว อาจจะมีปัญหากับ มดลูก ได้ด้วย คือถ้ารับประทานยาแก้ไอด้วยวิธีนี้บ่อย ๆ เนี่ย อาจจะทำให้ มีเด็กเข้าไปอยู่ในท้อง ได้โดยไม่รู้ตัว เพราะหลังรับประทานเข้าไปแล้ว อาจจะไม่รู้ว่า “ทำอะไร” หรือ “ถูกทำอะไร” ลงไปมั่ง!

ไหน ๆ ก็วัยรุ่นแล้ว ปิดท้ายด้วยลอยกระทงละกัน … คือ วัยรุ่นสมัยนี้จำนวนมาก ยึดถือเอาวันเทศกาลเป็นวันพรอดรัก ไม่ว่าจะเต็มใจรัก* หรือถูกบังคับให้รัก* อย่างวันนี้ก็เอาลอยกระทงมาอ้างกับผู้ปกครอง จะออกไปลอยกระทงกับเพื่อนฝูง ไอ้ตอนที่ลอยนี่มันก็อาจจะเป็นฝูงอยูหรอก แต่เนื่องด้วยระหว่างลอยกระทงบรรยากาศมันก็เป็นใจซะเหลือเกิน พอลอยเสร็จฝูงก็เลยเล็กลง ๆ เหลือเป็นคู่แทน แล้วที่เหลือก็ตามแต่ศรัทธา! … ใครจะว่าคุณคนเขียนมองโลกในแง่ร้ายก็ไม่ว่ากัน แต่ที่คุณคนเขียนเห็นเนี่ย (ตั้งแต่กลับมาอยู่กรุงเทพ .. 2 ปีแล้วเนี่ย) จะมีอยู่สองวันที่เค้าพูดจากันอย่างครึกโครมว่า “ม่านรูดเต็ม” วันที่ว่าก็ valentine กับ ลอยกระทง นี่แหละ (แปลกดีเหมือนกัน ฝรั่งเค้าใช้งาน senior prom ซะส่วนใหญ่ หลัง ๆ junior prom ก็เริ่มจะมีบ้าง สงสัยคนไทยไม่มี prom ก็เลยใช้เทศกาลแทนซะเลย)

  • “รัก” นี่ใช้ประชดนะ คุณ ๆ !!!