เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ

วันนี้มีข่าวเยอะเหมือนกันนิ ทั้งข่าวคนเป็น ข่าวคนตาย แต่ไม่เขียนดีกว่า วันนี้เขียนเรื่องหนัง … :)

เช้านี้ตอนที่หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมา scan (หมายถึง มองไปทั่ว ๆ ไม่เจาะจงไปที่มุมใดมุมหนึ่ง!) หน้าแรกรอบแรกตามปกติ ก็ไปเจอกับข่าวนึงที่เค้าเขียนเอาไว้ว่า “15 ค่ำ เมินคำแช่ง ยันเรื่องแต่ง อิงความจริง” มาเป็นกลอนเลยเนอะ .. เอาหละ ก็พอจะเดาได้ว่าภาพยนตร์ไทยอีก 1 เรื่องกำลังมีปัญหาอีกแล้ว

15 ค่ำ เดือน 11 ของทุก ๆ ปี ชาวบ้านในจังหวัดหนองคาย รวมถึงประชาชน และนักท่องเที่ยวจากหลากทิศ ต่างพากันไปเฝ้ารอดูปรากฎการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นริมแม่น้ำโขง ปรากฎการณที่เรียกกันว่า “บั้งไฟพญานาค” ก็คือว่า ทุก ๆ ปีในวันที่ว่าเนี่ย จะมีลูกไฟจำนวนมาก ขนาดต่าง ๆ กัน “ผุด” ขึ้นมาจากกลางแม่น้ำโขง ซึ่งชาวบ้านก็เชื่อกันว่า ลูกไฟเหล่านั้นออกมาจากปากของพญานาคที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง

“15 ค่ำ เดือน 11”:http://www.mekhongfullmoonparty.com/ เป็นหนังที่สร้างขึ้นโดยอ้างอิงความเชื่อที่ว่ามาข้างบน แต่ไม่ได้สร้างเพื่อที่จะตอกย้ำว่า “บั้งไฟเกิดจากพญานาค” ในทางตรงกันข้ามหนังเรื่องนี้สร้างออกมาเพื่อเสนอความเป็นไปได้ของบั้งไฟพญานาค ทั้งในแนวที่ว่าบั้งไฟที่เกิดขึ้นคน (กับพระสงฆ์) เป็นคนทำ กับแนวที่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ และที่ขาดไม่ได้ก็คือแนวความคิดที่ว่ามีปาฏิหารย์บางอย่างซ่อนเร้นอยู่ แต่หนังก็ไม่ได้สรุปชัดเจนลงไปว่า มีพญานาค หรือไม่มี (ยังไม่ได้ดูหนังอ่านิ ก็ไม่มีรายละเอียดมาเล่าให้ฟัง กิกิกิ)

15 ค่ำ เดือน 11 กำลังมีปัญหานิดหน่อยครับ เพราะทางสภาวัฒนธรรมของจังหวัดหนองคาย กับกลุ่มองค์กรจำนวนหนึ่ง เค้าออกแถลงข่าวมาว่า เนื้อหาของหนังเรื่องนี้บิดเบือนความจริง (ในส่วนที่บอกว่า “คนทำบั้งไฟ ไม่ใช่พญานาค”) ในการแถลงข่าวเค้าก็เสนอให้ทางผู้สร้างหนังออกมาแถลงให้ประชาชนได้เข้าใจว่า อันที่จริงแล้วบั้งไฟที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นฝีมือของคน (หรือพระ) ทั้งยังบอกอีกว่า ถ้าไม่ออกมา แถลงอย่างที่บอกให้แถลง จะทำพิธีบวงสรวงพญานาค และทำพิธีสาปแช่งทั้งทีมงานสร้างและดาราให้ได้รับภัยพิบัติกันต่อไป

ข่าวยังบอกอีกว่า แม้แต่ ส.ส. หนองคายในสภา ยังเอาเรื่องเข้าไปหารือในสภา หาว่าหนังเรื่องนี้กระทบกระเทือนจิตใจชาวบ้านซะเหลือเกิน เนื้อหาก็บิดเบือนความจริง แถมยังใช้คำไม่สุภาพในหนังอีกต่างหาก ชาวหนองคายไม่ได้เป็นคนพูดไม่สุภาพอย่างในหนังนะ (มันหาเสียงกันเห็น ๆ เลย)

บ้ากันไปหมดแล้วเหรอ? (ไม่รู้จะเขียนต่อยังไง ให้มันไม่รู้สึกเหมือนกับไปด่าชาวบ้านเค้า) … เอาไว้เดี๋ยวไปดูหนังมาก่อนละกัน แล้วอาจจะมาเขียนต่อ (เฮ้อ รู้สึกว่าหลัง ๆ นี่ไม่ค่อยจะกล้าเขียนเลยเฟ้ย ^^”) … ตอนนี้คงบอกได้แค่ว่า ถ้าสถานการณ์สำหรับคนทำหนังยังเป็นอย่างนี้ หนังไทยก็คงจะมีได้แค่ หนังวัยรุ่น ทำออกมาขายเด็ก หนังน้ำเน่า ชิงรักหักสวาท ดูได้ทุกเพศทุกวัย และก็ หนังผี ครับ ส่วนหนังที่คนสร้างต้องใช้ความคิด คนดูต้องใช้สมอง คงไม่มีทางได้เกิดในสังคมไทย

เอาเป็นว่า คนไทยจำนวนมากยังไม่มีความสามารถในการแยก “ความเชื่อ” กับ “ความงมงาย” ออกให้ห่าง ๆ กันได้ครับ teaser ของหนังเค้าก็บอกอยู่แล้ว “เชื่อในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่เชื่อ” ครับ!