เหตุเกิดบนชั้น 28

ไปอ่านเจอบทความนี้ที่ website ของ “มติชน”:http://www.matichon.co.th/matichon/ ก็ขอหยิบมาแปะหน่อยละกัน ข่าวประเภทนี้ถ้าเกิดขึ้นมาจริง ๆ ก็ต้องประนามคนก่อเรื่อง แต่ถ้าเขียนข่าวขายกันเล่น ๆ ก็ต้องประนามคนเขียนหละเนี่ย

(ต้นฉบับ “อยู่ตรงนี้”:http://www.matichon.co.th/mcnew/mcdetails.asp?sect=pol&nfile=pol03170945&selectdate=2002/09/17 )

ขณะที่สังคมกำลังตื่นเต้น กับทาง “เลือกที่ 3-ทางเลือกใหม่” ที่นักการเมืองเสนอขึ้นมา

แต่ ในเวลาเดียวกันกลับมี “นักการเมือง” ผู้ที่ทำทีเหมือนจะชูความ “ใหม่” นั้นกลับมีพฤติกรรม “เก่า” อันน่ารังเกียจซุกซ่อนเอาไว้

และนี่คือเหตุการณ์ที่สะท้อน ความ”เก่า”นั้น

นักข่าวหญิง “สำนักพิมพ์หนึ่ง” ซึ่งเข้าสู่สนามข่าวไม่นานปี ได้รับมอบหมายจากกองบรรณาธิการ ให้เช็กข่าวจากแหล่งข่าว ซึ่งเป็น “นักการเมืองรุ่นใหญ่” อาวุโสคราวพ่อ ซึ่งเธอพอจะคุ้นเคยกับบุคคลผู้นี้อยู่พอสมควร

อันเป็นความสัมพันธ์ “ปกติ” ระหว่างผู้สื่อข่าวกับแหล่งข่าว

นักข่าวหญิงผู้นี้โทรศัพท์ไปขอสัมภาษณ์ตามที่ได้รับมอบหมาย

ปรากฏว่าได้รับคำตอบ “ตกลง” จากนักการเมืองผู้นี้ แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ถ้าอยากได้สัมภาษณ์ “ให้มาพบกัน” ณ โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านรัชดาฯ เวลา 18.00 น.ของวันเสาร์ที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา

นักข่าวหญิงผู้นี้จึงได้แจ้งว่าจะไปกับนักข่าวผู้ชายที่เป็นรุ่นพี่สำนักพิมพ์เดียวกัน

นักการเมือง ผู้นั้นวางสายไป สักพักก็โทรศัพท์กลับมานักข่าวหญิงอีกครั้ง ถามย้ำว่าจะมากี่คน เธอแจ้งกลับไปว่า 2 คน

“ทำไมไม่มาคนเดียว อาจมีข่าวซีฟ(ข่าวพิเศษ)ให้” คือเสียงจากนักการเมืองผู้นั้น

เธอไม่ได้เฉลียวใจกับคำขอนั้นและได้ไปบอกกับนักข่าวรุ่นพี่ว่าเขาให้ไปคนเดียว รุ่นพี่ก็ถามว่าไปคนเดียวได้หรือไม่ เธอบอกว่า ได้ เพราะเคยสัมภาษณ์มาแล้วหลายครั้ง และที่ให้ไปพบก็เป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง และคิดว่าคงให้สัมภาษณ์ในร้านอาหารของโรงแรมคนก็คงเยอะ ไม่น่ามีอะไร

ที่สำคัญด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเชื่อในความเป็น”ผู้ใหญ่”ของนักการเมืองคนนั้น เธอจึงยินดีที่จะไปพบตามที่นัดหมาย

เธอไปรอนักการเมืองผู้นั้นที่ล็อบบี้โรงแรม ก่อนเวลาในฐานะผู้น้อย

เมื่อนักการเมืองผู้นี้มาถึง เธอก็เริ่มจับ “ความไม่ปกติ” ได้ เพราะแทนที่จะพาไปร้านอาหารโรงแรม ตามที่คาดหมาย กลับมีสะกิดให้ตามไปทางด้านหลังของโรงแรม และพาขึ้นลิฟต์ “สำหรับแขกพิเศษ” ไปยังชั้นที่ 28 ซึ่งเป็นห้องสูทอย่างดี

เธอไม่อาจปฏิเสธ แม้จะเริ่มรู้สึกไม่ดีก็ตาม แต่ก็วางใจที่นักการเมืองผู้นั้นยังมีผู้ติดตามมาอีก 3 คน

เมื่อไปถึง ผู้ติดตามกลับแยกตัวไปนั่งรออยู่นอกห้อง เหมือนมาเฝ้ามากกว่า

ปล่อยให้เธออยู่กับนักการเมืองผู้นั้นสองต่อสอง!

ตอนแรกนักการเมืองผู้นั้น สั่งอาหารมารับประทานตามปกติ ซึ่งก็พอเบาใจที่มีพนักงานเสิร์ฟเดินเข้าออกเป็นระยะ ระหว่างนั้นเธอก็พยายามสัมภาษณ์ตามที่ได้รับมอบหมาย แต่ นักการเมืองผู้นั้นกลับบ่ายเบี่ยงและโน้มน้าวไปคุยเรื่องอื่น และพยายามซักไซ้ความเป็นส่วนตัว “มาก” เป็นพิเศษ

จนเมื่ออาหารมื้อค่ำผ่านพ้นไป ก็มีการเชิญไปสนทนากันที่โซฟารับแขก แทนที่จะนั่งกันคนละตัว นักการเมืองผู้นั้นกลับมานั่งที่โซฟาตัวเดียวกัน ชักชวนดื่มไวน์ และเริ่มแสดงความ “เอ็นดู” จับหัว ลูบไหล่ จับเข่า พร้อมกับเสนอ “ให้” อะไรต่อมิอะไร เช่นบอกให้ไปหัดเล่นกอล์ฟจะซื้อไม้ให้ครบชุด

และยังเลยเถิดไปว่ารูปร่างหน้าตาของเธอเหมือนกับภรรยาสมัยเด็กๆ

นักข่าวหญิงรู้สึกทันทีว่า “ผู้ใหญ่ที่น่านับถือ” ในสายตาของเธอ กำลังจะกลายเป็น “อย่างอื่น” แน่นอน

สภาพที่เผชิญอยู่ในขณะนั้นคือความตกใจ-กลัว และทำอะไรไม่ถูก

รวมทั้งจะ “รับมือ” กับสถานการณ์นั้นอย่างไร

ก่อนที่นักการเมืองคนนั้นจะทำอะไรมากไปกว่านั้น เธอก็ใช้ไหวพริบขอตัวเข้าห้องน้ำและรีบโทรศัพท์กลับมายังสำนักงานเพื่อขอความช่วยเหลือ คนในสำนักงานจึงรีบติดต่อนักข่าวรุ่นพี่ที่เดิมจะไปด้วย โชคดีที่เขาอยู่ใกล้กับโรงแรมนั้นเพียงแค่ 15 นาที ก็สามารถไปถึง รุ่นพี่พยายามจะขึ้นไป แต่”ขึ้นไม่ได้” เพราะไม่ใช่แขกพิเศษของโรงแรม จึงโทรศัพท์เข้าไปยังโทรศัพท์มือถือของนักข่าวหญิงผู้นั้น

ซึ่งเธอพูดต่อหน้านักการเมืองคนนั้นว่าอยู่บนชั้นที่ 28 ทำให้นักการเมืองผู้นั้นแสดงความไม่พอใจ พร้อมกับพูดว่า”บอกอย่างนั้นได้อย่างไร”

แต่เธอไม่คำนึงถึงอะไรแล้วตอนนั้น บอกกับ “แหล่งข่าว” ที่กำลังจะกลายเป็นอื่นว่าจะลงไปพบพี่นักข่าว แล้วก็ออกจากที่นั่นโดยไม่หวนกลับขึ้นไปอีก

ซึ่งคงสร้างความผิดหวังให้กับ นักการเมืองผู้ทรงเกียรติ อย่างแรง

แต่เธอคงไม่มีทางเลือกอื่นดีไปกว่านั้นแล้ว

เพราะภาพที่นักข่าวรุ่นพี่ เห็นนักข่าวหญิงในคืนวันนั้นคือ ลูกนกที่ตัวสั่นงันงก พร้อมกับร่ำไห้อย่างอดกลั้นเอาไว้ไม่อยู่

หลังจากต้องเผชิญกับพฤติกรรม”เก่า”อันน่ารังเกียจของนักการเมืองผู้ทรงเกียรตินั้น