"บานปลาย"

ข่าวการเมืองยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น คงต้องรอดูกันจนหมดวัน เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของเดือนกันยาฯ พรุ่งนี้เป็นวันที่ทักษิณหมายมั่งปั้นมือว่าจะให้มีการปฏิรูประบบราชการของไทยเกิดขึ้น ตาม “ตารางสอน” ที่เขียนเอาไว้ ร่าง พรบ. ทั้งสองฉบับต้องคืนกลับมาจากสำนักพระราชวังภายในวันนี้ (จริง ๆ พรุ่งนี้ก่อนเที่ยงคืนซะ 5-10 นาทีก็ยังทันนะ รัฐบาลนี้ทำทุกอย่างได้รวดเร็วอยู่แล้วนี่นา

เอาเถอะ ระหว่างนี้คุณคนเขียนก็จะเล่าข่าว “ประหลาด” (น่าขนลุก) ที่มันบานปลายขยายความ (จนน่าขนลุกมากขึ้น) กลายเป็นข่าวอะไรไปแล้วก็ไม่รู้ … มา ๆ จะเล่าให้ฟัง

จริง ๆ ข่าวนี้เกิดตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ข่าวมันเริ่มต้นมาจากเด็กหญิง (กอไก่) กับพ่อ ละก็เพื่อนของเด็ก (ขอไข่) พากันไปแจ้งความกับตำรวจว่า ครูที่โรงเรียนพยายามจะวางยาในกล่องข้าว โดยเด็กก็เล่าให้ฟังว่า มีอยู่วันหนึ่งเดินผ่านไปเห็นครูสาว (สี่สิบต้น ๆ มั้ง ถ้าจำไม่ผิด) กำลังพลอดรักอยู่กับชายนายหนึ่ง พอดีเพื่อนผ่านมาตะโกนเรียกครูก็เลยรู้ตัว แต่เด็กพากันวิ่งหนีไปได้ ..

ปลายที่หนึ่ง: หลังจากวันนั้นครูก็เรียกเด็กหญิงขอไข่ที่ไปเห็นให้เข้าไปหา ให้เอายาสีฟ้า ๆ ไปใส่กล่องข้าวของเพื่อน (หลังแจ้งความ เอากล่องข้าวที่มีสารสีฟ้าติดอยู่ไปส่งตรวจ ผลออกมาเป็นยาฆ่าแมลงชนิดหนึ่ง) เด็กหญิงขอไข่ก็ซื่อสัตย์ รับคำสั่งจากครูมาก ก็ทำตาม แต่ด้วยความรักเพื่อน ก็เลยบอกเด็กหญิงกอไก่ว่า อย่ากินข้าวนะ …

ปลายที่สอง: เป็นอย่างนี้อยู่ได้ซะ 7-8 วัน ครูก็สงสัย ทำไมเด็กหญิงกอไก่มันไม่เป็นอะไรซะที ก็เลยวางแผนให้เพื่อนชายกับชายอีกสองคน แอบจับตัวเด็กระหว่างทางกลับบ้าน เอาไปผูกไว้กับต้นไม้กลางทุ่ง แล้วก็ซ้อมซะเลย … พอดีมีคนผ่านมาเห็น เด็กก็เลยรอดไป

ปลายที่สาม: ตำรวจ ร่วมกับมูลนิธิคุ้มครองเด็ก ละก็นักจิตวิทยา มาร่วมกันพูดคุยกับเด็ก ถามถึงเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (ที่แรกใคร ๆ ก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อ เพราะมัน far-fetched เหลือเกิน) คุยไปคุยมา เด็กก็เล่าให้ฟังว่า ครูคนนี้ขายยาบ้าด้วยนะ ที่รู้ก็เพราะว่า ตัวเด็กเองก็เป็นคนเดินขายให้ครู มีทั้งขายให้นักเรียก ทั้งผู้ใหญ่ รวมไปถึงพระ .. ตำรวจก็พากันไปสอบถามพระ พระก็เล่าให้ฟังว่า ครูคนนี้ขายยาบ้าจริง และพระเองก็ยอมรับว่าซื้อมาเหมือนกัน … ก็โดนจับสึกกันไป ตามข่าวแล้ว เด็กบอกว่า “มีพระอยู่ไม่กี่รูปหรอก ที่ไม่ได้ซื้อยา”

ปลายที่สี่: ข่าวเช้านี้เอง เค้าก็ยังคุยกับเด็กอยู่หนะแหละ แล้วก็มีการลงไปสอบถามในพื้นที่ เรื่องจะกลับกลายไปเป็นว่า พ่อของเด็กก็เคยขายยาบ้า น้าของเด็กก็ขาย แล้วเส้นทางการขายของน้าเนี่ย ก็อาจจะไปทับเส้นทางการขายของครู (หยั่งกับรถเมล์) ยังไม่หมด ครูใหญ่ของโรงเรียนก็โดนพาดพิงไปถึงเหมือนกัน .. ยิ่งไปกว่านั้น เด็กยังบอกว่าเริ่มใช้ยามาตั้งแต่ตอนอยู่ ป.2 (ตอนนี้ ป.6)

ตอนนี้ใคร ๆ ก็ออกมาวิพากษ์กันใหญ่ ว่าเหตุที่ครูวางแผนจะฆ่าเด็ก (จริงรึเปล่า .. ไม่รู้) อาจจะไม่ใช่เพราะเรื่องที่เด็กไปแอบเห็นครูกับชายหนุ่ม แต่อาจจะเป็นเรื่องการขัดผลประโยชน์รึเปล่า หรือเพราะว่าเด็กจะขอเลิกขายยา แล้วครูไม่ยอมรึเปล่า … น่าเศร้าใจ ข่าวประเภทนี้เกิดขึ้นก็หลายครั้งแล้ว แต่มันก็จะเป็นเรื่องที่ “ดังเป็นพัก ๆ” พอนาน ๆ ไป คนก็ลืม แย่จริง … เฮ้อออ