เรียนเข้าไป … เพื่ออะไร?

จริง ๆ เรื่องการเรียนของเด็กสมัยใหม่เนี่ย มันก็เป็นที่ถกเถียงกันมานานมาแล้ว ถ้าจะว่ากันไปแล้ว เค้าเถียงกันมาตั้งแต่สมัยผมเรียนมัธยมแล้วหละ (เอ่อ ก็นานพอสมควรนะ) แต่ผมรู้สึกเหมือนกับว่า ความกดดันมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รึเปล่า? หรือเป็นเพราะว่าผมขี้เกียจ?

ก่อนอื่นก็คงจะต้องดูกันก่อนว่า ค่านิยม ของคนสมัยนี้ ไม่ได้จบลงที่การ entrance เข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ ของรัฐฯ ได้เท่านั้น แต่มันขยับยาวไปถึงระดับของปริญญาขั้นต่ำที่ผู้จบการศึกษา “ควรจะ” มี ไม่ว่าจะเพื่อการสมัครงาน หรือเพื่อเกียรติประวัติของวงศ์ตระกูล

ค่านิยมแรกนั่นมีมานานแล้วครับ จุฬาฯ หรือ ธรรมศาสตร์ มักจะเป็นจุดมั่งหมายหลักเสมอ แต่มีหลายกรณีที่จุดมุ่งหมายที่ว่า ไม่ได้เป็นของผู้เรียน แต่เป็นของพ่อแม่ของผู้เรียน ทั้งสองกรณีต่างก็สร้างความกดดันให้กับนักเรียนในระดับมัธยมปลายมานักต่อนักแล้ว คุณ ๆ อาจจะสังเกตได้ว่า นักเรียนสมัยนี้จำนวนมาก เรียนกัน 7 วัน คือ นอกจากจะต้องเรียนในโรงเรียนวันละ 8 ชั่วโมงแล้ว พอเลิกเรียนก็ต้องไปติววิชาต่าง ๆ แม้แต่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ยังต้องติวอีก … คำถามคือมันเรียนกันหนักไปรึเปล่า?

แต่ก็ต้องยอมรับนะครับ ว่าพวกที่ไปติวกันเนี่ย ส่วนใหญ่ก็จะ ent’ ติดในคณะที่ต้องการ … ทำไมหละ? ก็เพราะว่าผู้สอนตามสถาบันกวดวิชาต่าง ๆ เค้ามีความสามารถในการสร้างความเข้าใจ หรือถ่ายทอดเคล็ดลับให้กับผู้เรียนหนะสิ (อาจจะรวมไปถึงการ เก็งข้อสอบ ด้วย) ก็เลยต้องมองกลับไปว่า ทำไมครูในโรงเรียนถึงสอนไม่ได้อย่างนั้น? ข้อนี้ผมตอบไม่ได้ครับ เพราะผมไม่รู้ว่าโรงเรียนต่าง ๆ มีข้อจำกัด ทำให้ไม่สามารถพัฒนาครูได้ หรือเพราะว่าครูขี้เกียจ ไม่หาทางพัฒนาตัวเอง? ใครเป็นครู ก็ลองแวะมาบอกกันหน่อยก็ดี

ค่านิยมที่สอง คือ ต้องเรียนต่อปริญญาโท ผมไม่มีปัญหากับคุณ ๆ ที่ต้องการจะก้าวหน้า หาความรู้เพิ่มเติมนะครับ แต่ผมสงสัยว่าไอ้พวกเด็กที่เรียนจบปริญญาตรีออกมาปุ๊บ ก็สมัครเรียนต่อปริญญาโทเลยเนี่ย มันจะรีบไปไหนกัน? โดยปกติ (ตามความเข้าใจของผมเอง) หลักสูตรปริญญาโทเนี่ย เค้าต้องการผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาบ้าง เพราะว่าการเรียนในระดับนี้จะเน้นการค้นคว้าวิจัย และการปรึกษาหารือกันในกลุ่ม ซึ่งทั้งหมดต้องอาศัยประสบการณ์จริงเข้ามาประกอบ .. แต่พวกเด็กจบใหม่เนี่ย มันจะเอาประสบการณ์มาจากไหน?

คำถามก็มีอยู่ว่า ค่านิยมปริญญาโทเนี่ย มันมาจากไหน? ส่วนหนึ่งก็คงจากระบบของการทำงาน คงต้องยอมรับกันว่าคนที่ไม่มีปริญญาโทเป็นอย่างต่ำ แทบจะไม่มีโอกาสได้เลื่อนขั้นขึ้นไปในตำแหน่งสูง ๆ เลย น่ากลัวว่าอีกหน่อยก็คงต้อง Ph.D. เป็นอย่างต่ำ ถ้าต้องการงานที่ดี ๆ เพราะคงจะมีปริญญาโทปลิวว่อนกันอยู่ทั่วไปตามท้องถนน

สาเหตุอีกส่วนหนึ่งก็คงจะเป็นเพราะว่า มันหางานทำกันไม่ได้ (ถ้าไม่เลือกงานอย่างผมนะ อิอิอิ) … ปัญหานี่โทษคนเรียนไม่ได้แล้วครับ เพราะตลาดงานในปัจจุบันค่อนค่างจะมีจำกัดมาก เพราะงานส่วนใหญ่ก็มักจะต้องการคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานทั้งนั้น ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนกลุ่มนี้ก็คือ การเรียนต่อ …

สรุปความแล้ว ดูเหมือนกับว่าการเรียนสมัยนี้จะมุ่งหวังปริญญา มากกว่าความรู้ … ถ้าถามจากประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้ว ผมเห็นคนจบปริญญาตรีหลาย ๆ คน มีความสามารถมากกว่าคนอื่น ๆ ที่ได้เรียนในระดับที่สูงกว่า ถ้าจะให้สรุปอย่างน่าเกลียด ก็คงจะบอกได้ว่า พวกที่ลงทุนไปเรียนปริญญาโทหลาย ๆ คน (ไม่ว่าในหรือนอกประเทศ) ไม่ได้เรียนเพื่อให้คิดเป็น แต่ต้องการจะเรียนเพื่อมานั่งชี้นิ้วเป็นเจ้านายครับ

(อูยย อ่านอีกที วันนี้รุนแรง … ไม่มีเบื้องหลังนา เป็นแค่ข้อสังเกตุ!)