ข่าวประหลาด ๆ

หลัง ๆ นี่มีข่าวประหลาด ๆ หลุดมาหลายข่าวเหมือนกัน ข่าวดี ๆ ก็มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวให้หดหู่ซะมากกว่า … มา ๆๆ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง

เอาข่าวดีก่อนละกันนะ เมื่อวานนี้มีข่าวลงหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับประมาณว่า “ฝันดีเปิดตัว ภรรยา พร้อมลูก 2” อืมมม ทั้งลูกทั้งภรรยา น่ารักไปหมด อิจฉาซะแล้ว เค้าก็เล่าให้ฟังประมาณว่า รู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ (เกือบ 10 ปีที่แล้ว) ที่ไหน (เรือ Oriental Princess) เริ่มคบหากันยังไง (ให้คนอื่นขอเบอร์ให้) อะไรทำนองนั้น … ตอนนี้ลูกคนโตก็อายุ 5 ขวบแล้ว ส่วนตัวฝันดีอายุ 26 ภรรยาอายุ 27 อ้อ ที่สำคัญคือ ทั้งสองคนเข้าพิธีแต่งงาน “แบบจีน” ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ที่ไม่ได้ประกาศให้โลกรู้ก็เพราะว่าไม่อยากให้เป็นตัวอย่างกับวัยรุ่น … เอาหละ ๆ ยินดีกับเขาไปละกัน

ต่อมา จะว่าดีก็ดี เป็นข่าวต่อเนื่องจากเรื่องของ โจรยิงเด็กนักเรียน ที่ราชบุรี … มีจดหมายจากกะเหรี่ยงที่ชื่อ “จอระแบ” (หรือ จอบิ) เขียนเข้ามาสารภาพว่า “เป็นคนยิง” พร้อมกับบอกสาเหตุมาด้วยว่า ที่ไปดักอยู่ตรงนั้นเพื่อต้องการจะ ทวงหนี้จากคนขับรถ แต่พอคนขับรถเห็น ก็ขับรถเข้าชน ก็เลยยิง กับอีกอย่างคือ ไม่รู้ว่ามีนักเรียนอยู่บนรถ ส่วนคนขับรถก็ให้สัมภาษณ์ล่าสุด ปฏิเสธข้อกล่าวหาของกะเหรี่ยงทั้งหมด … อันนี้ต้องดูกันต่อไป ว่าหลักฐานที่หาได้ จะไปมัดตัวใครแน่นกว่ากัน

เรื่องต่อมาเป็นผลการตัดสินคดี ด๊อกเตอร์อดีตอาจารย์นิด้า ฆ่าเมียตาย .. ศาลตัดสินให้จำคุก 4 ปี ถ้ามันจบแค่ตรงนั้น ผมก็คงไม่เอามาเขียน แต่ศาลตัดสินต่อไปว่า ด้วยความที่ผู้ต้องหามีความรู้ เป็นถึงด๊อกเตอร์ ทั้งยังมีลูกเล็กที่ต้องดูแล กระทำความผิดลงไปด้วยโทสะ สุดท้ายคือให้สารภาพ และให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ก็เลยตัดสินให้รอลงอาญา ยังไม่ต้องติดคุก แต่ต้องอยู่ในการคุมประพฤติ 3 ปี พร้อมทั้งต้องไปรับใช้สังคม (community service) ด้วยการสอนหนังสือเป็นเวลา 50 ชั่วโมง

ใคร ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในครอบครัวของ ดร. คนที่ว่า พอได้ยินข่าวก็มีปฏิกิริยาในทางลบกันออกมา คงไม่ได้ไปโต้เถียงคำตัดสินของศาลท่านหรอก แต่หลาย ๆ ฝ่าย รวมไปถึงองค์กรสิทธิสตรีก็ออกมาตั้งข้อสังเกตุว่า ถ้าเหตุที่เกิดขึ้นมามีรูปแบบคล้าย ๆ กัน แต่สลับตัวละครให้คนตายเป็นผู้ชาย แล้วคนก่อเหตุเป็นผู้หญิง (ที่เป็นด๊อกเตอร์) จะได้รับการพิจารณาในรูปแบบเดียวกันรึเปล่า? อีกจุดหนึ่งที่เค้าพูดกันก็คือ พ่อด๊อกเตอร์คนเนี่ย หลังจากที่ก่อเหตุทุบตีเมียจนคางเหลืองไปแล้ว พอน้องสาวเมียบอกว่าจะพาไปโรงพยาบาลก็ไม่ยอมให้พาไป ปล่อยให้นอนคางเหลืองอยู่บ้านจนตาย อีกทั้งพอหลังรู้ว่าเมียตาย ยังหนีหายไปต่างประเทศตั้งหลายเดือนกว่าจะยอมกลับมามอบตัว ก็เลยสงสัยว่า การกระทำทั้งหมดที่ว่ามา มันไม่ใช่กรณีไม่เจตนาแล้วนะ … ผมไม่รู้ ไม่ได้เรียนกฎหมาย

สุดท้ายละ หมอพรทิพย์ โรจนะสุนันท์ (รู้จักกันในนาม หมอผ่าศพชื่อดัง) โดน สภ.อ. สุราษฎร์ธานี ฟ้องหมิ่นประมาท เพราะเมื่อคราวที่มีข่าวผู้ต้องหาชายตายในห้องขัง ตำรวจอ้างว่าผู้ต้องหาตีกันตาย แต่หมอพรทิพย์ผ่าพิสูจน์แล้วบอกว่า มันไม่ใช่ตีกันตายธรรมดา เพราะมีการ ใช้ไฟละลายขวดพลาสติก หยดลงไปที่อวัยวะเพศ หมอก็บอกว่า ลักษณะการตายมันไม่ใช่รูปแบบของคนตีกัน (มันจะออกไปในแนว ทรมานให้รับข้อหา ตามความถนัดของตำรวจไทยซะมากกว่า - ผมพูดเองนะ) อีกอย่างคือ ผู้ต้องหาเอาไม้ขีดเข้าไปจุดไฟเผาขวดพลาสติกกันได้ยังไง

หมอพรทิพย์ก็บอกว่า อยากฟ้องก็ฟ้องไป ก็ไปสู้กันในศาล เพราะสิ่งที่หมอทำก็ทำตามหลักวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งยังสงสัยว่า ทำไมตำรวจไม่เอาเวลาไปหาคนที่ทำผิด (ทำให้ผู้ต้องหาตาย) แต่กลับหันหน้ามาฟ้องคนที่ควรจะทำงานด้วยกัน แล้วที่ผ่านมาก็โดน “พวกตำรวจ” หาเรื่องมาหลายทีแล้ว … จากที่ดู ๆ แล้ว น่าเห็นใจหมอเหมือนกันนะครับ เพราะไอ้ที่หมอทำ ๆ อยู่เนี่ย มันเหมือนกับจะไป “ขัดขา” ตำรวจอยู่หลายงานเลย แต่ไม่ใช่ว่าหมอผิดนะครับ เพราะเป็นที่รู้ ๆ กันอยู่ ว่าตำรวจไทยมันเป็นยังไง!!!