information overload

วันนี้พูดถึงเรื่องนอกเมืองไทยก่อนดีกว่ามั้งนิ แล้วเดี๋ยวค่อยปิดท้ายด้วยเรื่องใกล้ตัว! (กลับมาสู่ aggressive criticism mode อีกครั้งหนึ่ง!)

เรื่องที่ “ไม่น่าขำ แต่ฟังแล้วขำ” เรื่องนี้เกิดขึ้นที่อเมริกาครับ มันเกี่ยวกับชื่อหัวข้อแปลก ๆ ที่ตั้งเอาไว้หนะแหละ .. ก็วันนี้เดินไปอ่านข่าวที่ CNN ตามปกติ ไปเจอข่าวพาดหัวใหญ่เรื่องที่หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เผยว่า ก่อนหน้าที่เหตุการณ์วันที่ 11 กันยาฯ จะเกิดขึ้น 1 วัน ทางหน่วย “คาดว่า” สามารถดักฟังคำพูดที่แสดงให้เห็นว่าจะมีการก่อการร้ายเกิดขึ้น ( “Justice may probe leaked pre-9/11 intercepts”:http://www.cnn.com/2002/US/06/20/911.warning/index.html ) โดยการสอบสวนของ Congress ได้เผยออกมาว่า เมื่อวันที่ 10 กันยาฯ ทาง NSA (National Security Agency) ได้ดักฟังการสื่อสารเป็นภาษาอาหรับ (communication intercepted by the NSA) ที่ต้นทางอยู่ Afghanistan และปลายทางอยู่ที่ Saudi Arabia ซึ่งระหว่างการพูดคุยที่ฟังได้นั้น คู่สนทนาได้พูดถึงคำว่า “การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นพรุ่งนี้” (The match begins tomorrow) และ “พรุ่งนี้คือชั่วโมงที่ศูนย์” (Tomorrow is zero hour)

แต่สาเหตุที่ไม่มีใครออกมาพูด หรือเตือนถึงคำพูดทั้งสองก็เนื่องมาจากว่า ข่าวกรองสหรัฐฯ มัวแต่ “จุ้น” ดักฟังเรื่องชาวบ้านเค้าเยอะไปหน่อย (ถ้าจำไม่ผิดจากข่าวคือ เป็นล้าน ๆ จุดทั่วโลก) ก็เลย “แปลไม่ทัน” กว่าจะแปลเจอไอ้ประโยคที่ว่า ก็วันที่ 12 กันยาฯ แล้ว

พอข่าวที่ว่าออกมา ทั้ง George W Bush และ Dick Cheney ต่างก็ออกมาโวยวายว่า ไอ้ข่าวที่มันสุดแสนจะลับและตรงตัวขนาดนี้ (alarmingly specific) หลุดออกมาในหน้าหนังสือพิมพ์ได้ยังไง! เรื่องพวกนี้ต้องเก็บเป็นความลับสิ … ผมมองว่า ทั้งสองคนรู้สึกอับอายครับ คืออับอายที่คนทั้งโลกรู้แล้วว่า สหรัฐอเมริกา “เสือก” ไปดักฟังเรื่องชาวบ้านเค้าไปทั่ว (จริง ๆ ก็คงรู้กันมานานแล้วมั้ง แต่ไม่มีใครพูด) กับอีกอย่างที่น่าอายคือ สหรัฐอเมริกามีความสามารถที่จะดักฟัง แต่ “เสือก” ไม่มีความสามารถที่จะเอาข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ เมื่อต้องการ … พอเห็นอย่างนี้แล้ว จะบอกว่า information overload ได้ไหมเอ่ย?!?

ได้ยินเรื่องที่ว่า ผมก็นึกถึงอีกกรณีนึง ที่คนมักจะเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว ไปผูกกับคำพูดที่ถูกพูดไว้ในอดีต ผมกำลังพูดถึง Nostradamus ครับ … เอาไว้วันหลังมาเขียนอีกดีกว่า (จำได้ว่า เคยเขียนถึงตาคนนี้ไปทีนึงแล้วนา)

เอาเหอะ ๆ เรื่องนี้พอละ .. ถ้าใครมาอ่านเจออันนี้เข้า มีหวังผมกลับเข้าอเมริกาอีกไม่ได้แน่ ๆ เลย อิอิอิ

กลับมาเมืองไทยมั่งดีกว่า .. เมื่อวานมีข่าวว่า พม่าที่กำลังสู้รบปรบมือกับไทยใหญ่อยู่เนี่ย ก็ยิงลูกปืนมาตกในเขตไทยอีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่ “ตกในเขต” หนะสิครับ แต่ลูกปืนหนะ มันมา “ตกในค่ายทหารไทย” เลย ทำเอาทหารบาดเจ็บไป 1 นาย (ถ้าจำไม่ผิด) … คิดว่าเกิดอะไรขึ้นครับ?

ตามข่าวก็คือ ทหารไทยก็ยิงเตือนไป ตาม “กฎแห่งการประทะ” (Rules of Engagement) แต่ข่าว (อีกแล้ว) บอกมาว่า โดยปกติเนี่ย ทหารตามชายแดนจะรู้อยู่แล้ว ว่าต้องทำอะไรในกรณีที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่คราวนี้ทหารที่ประจำที่ชายแดน ต้องส่งข่าวกลับเข้ามาที่ส่วนกลางก่อน แล้วก็ถามว่า “จะให้ทำยังไง” (ประมาณว่า จะได้ทำถูก อ่านิ) … เค้าก็คงจะกลัวโดนหาว่า overreact อีกหละสิ

แต่เรื่องที่แปลกก็คือ พอนักข่าวไปถามทั้ง ทักษิณ ทั้ง ชวลิต ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งสองคนตอบเหมือนกันเลยว่า “พม่าเค้าไม่ได้ตั้งใจหรอก” .. แปลกใจครับ ทั้งสองคนรู้ได้ยังไง ว่าพม่าเค้าไม่ตั้งใจ หรือว่า …

ตายละว่า อเมริกาก็กลับไม่ได้ เดี๋ยวจะโดนไล่ออกจากประเทศไทยอีก (ในข้อหา ไม่รักชาติ ) .. ไปอยู่ที่ไหนดีหว่าตรู อิอิอิ!