คนไทย ใช้จ่ายกันมากขึ้น

ไม่ได้เขียนเรื่องการบ้านการเมืองมาหลายวัน ขอซะนิดนึงละกันครับ แต่วันนี้ไม่พูดเรื่องพม่า เพราะพูดไปก็หงุดหงิดเปล่า ๆ .. ขอพูดเรื่องเศรษฐกิจ (ด้วยความรู้อันน้อยนิด) ดีกว่า

(อ้อ แถมพม่านิดนึง มีข่าวออกมาว่า กองทัพจะให้วิทยุทหารเปิดเพลงปลุกใจ แต่ไม่กล้าให้เปิด ศึกบางระจัน … กลัวอะไรวะ? เปิดให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย!)

ระยะหลัง ๆ ที่ผ่านมามักจะมีข่าวออกมาให้ได้ยินกันเสมอ ๆ ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวแล้ว เพราะคนไทยใช้จ่ายกันมากขึ้น ฟังดูผ่าน ๆ ก็น่าดีใจนะครับ ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า รัฐบาลได้แก้ไขมาถูกทางแล้ว แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นยังไงหละ? :)

ลองดูกันอีกที คุณ ๆ หลาย ๆ คนที่อยู่เมืองไทยจะเห็นโฆษณาของธนาคารต่าง ๆ ที่ดึงดูดลูกค้าให้เข้าไปสมัครสมาชิกบัตรเครดิตกันยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นของธนาคารของไทย หรือของนอก ถ้าจำไม่ผิด ก่อนหน้านี้คนที่จะมีบัตรเครดิตได้ต้องมีรายได้อย่างน้อย 15,000 บาทขึ้นไป ต่อมาก็ลดลง ๆ จนเดียวนี้รายได้แค่ 10,000 บาทคุณก็สามารถมีบัตรเครดิตได้แล้ว (ผมไม่แน่ใจนะ ว่าวงเงินเท่าไหร่ แต่มันก็คงไม่น้อยหละ) … แน่นอนครับ เมื่อคนมีบัตรเครดิต การใช้จ่ายมันก็ง่ายขึ้น การใช้จ่ายของคนก็ต้องเพิ่มขึ้น … แล้วตอนใช้หนี้หละ? (ต้องบอกก่อนว่า นี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนะครับ)

สำหรับคุณ ๆ ที่มีบัตรเครดิตก็คงจะรู้ ๆ กันดีอยู่ เวลาที่จ่ายเนี่ยมั่งช่างง่ายเหลือเกิน เซ็นชื่อทีเดียวก็ได้ของมาแล้ว แต่ตอนที่ต้องจ่ายคืนนี่สิครับ มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ เรียกว่าถ้า บริหารเงิน กันไม่ดี ก็มีหวังได้กลายมาเป็น บริหารหนี้ แน่ ๆ ผมไม่แน่ใจว่า เจ้าของนโยบายนี้ได้คิดเอาไว้แล้วหรือยังว่า ถ้าหากผู้ใช้บัตรเกิดใช้เพลินจนไม่มีความสามารถที่จะจ่ายได้ จะแก้ไขกันยังไง หรือว่ารอบนี้จะรอให้เกิด NPL ภาคประชาชนกันดูบ้าง?

ผมก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับ credit bureau (อ่านว่า บู-โรว แต่เห็นทีไรก็อยากอ่านว่า บิว-ริว ทุกที อิอิอิ) ของเมืองไทยอยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าเป็นรูปเป็นร่างซะแค่ไหน หรือใช้งานได้มีประสิทธิภาพขนาดไหนแล้ว ในต่างประเทศก่อนที่ลูกค้าจะขอบัตรเครดิตได้ 1 ใบเนี่ย ทางผู้ออกก็จะต้อง check กับทาง credit bureau ก่อนว่า ลูกค้าคนนี้มีประวัติของเครดิตเป็นยังไงบ้าง (credit record) มีหนี้สินอยู่เท่าไหร่ แต่ของไทยเหมือนกับว่าเค้าดูแค่ว่ามีเงินฝากเป็นประจำย้อนหลัง 6 เดือน (เช่น เงินเดือน) ในจำนวนที่ทางผู้ออกพอใจ ก็ได้ card มาแล้ว …

เรื่องของวงเงินก็เหมือนกัน ของเมืองนอกเค้าให้ตามรายได้ที่แจ้งไป แต่ของไทยเหมือนกับว่าจะ fix เอาไว้เลย เช่น บัตรเงิน 50,000 ส่วน บัตรทอง 100,000 และ platinum (ไม่รู้เรียกว่าอะไร) 200,000 อะไรเงี้ย

สรุปโดยรวม ๆ ว่า .. คนไทยใช้จ่ายมากขึ้น อาจจะจริง แต่ส่วนที่บอกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว และก้าวไปในทางทีดี อย่าเพิ่งมั่นใจนักครับ เรื่องนี้ยังตัดสินกันตอนนี้ไม่ได้หรอก ยังต้องดูอีกนาน!