อนิจจา การศึกษาไทย

ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมพ่อแม่ถึงต้องมีค่านิยมที่จะให้ลูกเข้าเรียนโรงเรียนดัง ๆ (หอวัง เตรียมอุดมฯ อะไรเงี้ย) หรือทำไมโรงเรียนอื่น ๆ ถึงไม่มีความสามารถที่จะยกระดับตัวเองขึ้นไปเทียบชั้นกับโรงเรียนดัง ๆ ที่ว่ามา เลวร้ายที่สุดคือ ผมไม่เข้าใจว่าโรงเรียนอื่น ๆ มันเลวร้ายตรงไหนเหรอ ทำไมให้ลูกเรียนไม่ได้??

จริง ๆ แล้วที่จะเล่าให้ฟังวันนี้ มันเกี่ยวกับขั้นตอนการรับนักเรียกอะนะครับ เมื่อวานนี้ก็เจอข่าวที่ว่าโรงเรียนหอวังเปิดรับสมัครนักเรียน ม.1 โดยใช้วิธีใหม่คือ รับนักเรียนที่บ้านอยู่ใกล้โรงเรียน (ทุก ๆ โรงเรียนก็เป็นแบบนี้แล้วเหมือนกัน) แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้นเนี่ย ก็จะมี quota สำหรับ “ผู้มีอุปการคุณกับโรงเรียน” และบุคคลพิเศษอื่น ๆ กว่าจะลงมาถึงลูกหลานคนทั่วไป ก็เหลือเก้าอี้อยู่ประมาณ 230 ตัว แต่นักเรียนกที่อยากจะเข้าไปเรียน ไม่ว่าจะอยากเข้าเอง หรือพ่อแม่เป่าหูมา มีจำนวนมากถึง 700 กว่าคน วิธีที่โรงเรียนเลือกที่จะใช้ก็คือ จับสลาก ครับ

จากตัวเลขที่เห็นก็คงประมาณได้ว่านักเรียน 70% จะผิดหวัง … ดูทีวีแล้วก็สงสารครับ คนที่ได้ก็ดีใจกันไปตามระเบียบ แต่คนที่ไม่ได้ บางคนก็ไม่มีท่าที บางคนก็ซึมไปเลย แต่บางคนก็ปล่อยโฮกลางเวทีนั่นแหละ (อ้อ เค้าจับสลากกันบนเวทีในหอประชุมอะนะ นักเรียนนั่งกันเต็มเลย แล้วก็ต่อแถวขึ้นไปบนเวที) … ดูแล้วก็ทำให้สงสัยครับ ว่าไม่มีวิธีที่ดีกว่านั้นแล้วเหรอ? คุณคนอ่านก็อาจจะบอกว่า ผมคิดมากไปรึเป่าว แต่สำหรับเด็กบางคน มันอาจจะเป็นจุดของเวลาที่เค้าจดจำไปอีกนานเลยนะ เพราะเค้าอาจจะคิดว่า ความสามารถเค้าก็มี แต่ซวยตรงที่ดวงนี่แหละ

จริง ๆ มันมีวิธีอื่นนะครับ เช่น จัดสอบคัดเลือกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย อะไรเงี้ย ผมว่ามันเป็นวิธีที่อาจจะดูดีกว่า แต่สาเหตุที่โรงเรียนต้องให้จับสลาก ผมก็เดาว่า เพราะเค้าได้ตัดสินใจรับลูกหลานของ “ผู้มีอุปการคุณ” เข้าไปแล้ว ครั้นจะมาสอบคัดเลือกกับกลุ่มที่เหลือ ก็จะกลายเป็นว่า “เอ๊ะ ทำไมไอ้พวกนั้นเข้าได้ ไม่ต้องสอบหละ” แล้วก็จะมี ผู้มีอุปการคุณ จะเกิดขึ้นอีกนับไม่ถ้วน (เหมือนกับโรงเรียนอะไรนะ ที่ผมเรียนจบมาหนะ!!!)

แทนที่กระทรวงศึกษาฯ จะเอาเวลามานั่งทำอะไรประหลาด ๆ กับนโยบายปฏิรูปการศึกษา เค้าน่าจะเอาเวลามานั่งปฏิรูปโรงเรียนที่มีอยู่ซะดีกว่านะ เอางบประมาณไปพัฒนาครู กับบุคลากรอื่น ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่เอาเวลาไปทะเลาะกันว่า นโยบายปฏิรูปฉบับไหน ดูดีกว่ากัน … เฮ้อ!

… วันนี้ไม่เปรียบเทียบกับฝรั่ง เพราะว่ากันตามจริงแล้ว ระบบโรงเรียนของไทย ยังดีกว่าของฝรั่งเย้อออะเลย


อ้อ ที่ นนน บอกมาเมื่อวาน โดนใจ … คิดอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ได้เขียน คือ ระบบธุรกิจของประเทศเรา (และอีกหลาย ๆ ประเทศ) เป็นเป็นลักษณะของการ “กินกันเป็นทอด ๆ” คือ ผู้บริโภคจะโดนกินหนักที่สุด แต่ที่เลวร้ายคือ พวกที่กินอยู่ข้างบนสุด (top of the food chain) ก็คือ หน่วยงานรัฐฯ นี่แหละ … ตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือ Internet ที่ใช้ ๆ กันอยู่ทุกวันนี้มันก็แสนแพง (แม้จะถูกลงไปมากแล้วก็ตาม) ถ้าหากว่า CAT ยอมลดค่านายหน้าที่ได้จากการเช่าสายที่จะต่อออกนอกประเทศ (inter-link) ลงบ้าง เราอาจจะมี unlimited flat rate internet ใช้กันในประเทศไทยไปนานแล้วก็ได้ … น่าเศร้าจิต!