ว่าด้วย พระสงฆ์ กับ การเมือง

มาประเดิม backend ใหม่ด้วยประเด็นร้อนกันดีกว่า แต่ก่อนจะเล่าอะไรให้ฟัง ผมคงต้องออกตัวก่อน (อีกครั้ง) ว่า ผมเป็นคาทอลิก … ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ (แล้วอย่างนี้จะจัดว่าผม “ไม่รักชาติ” อีกไหมเนี่ย?!?)

เรื่องของเรื่องก็คือความไม่เข้าใจของผมเองหนะแหละ เพราะไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน ผมก็มักจะเห็นมีพระสงฆ์องค์เจ้าออกมาเต้นเหยง ๆ เรื่องการเมืองอยู่เป็นประจำ เอาเถอะ ท่านอาจจะไม่ได้ “เต้น” ในทางรูปธรรม (คือ เต้นกันเห็น ๆ) แต่ท่านก็เต้นกันทางนามธรรมอย่างออกนอกหน้าทีเดียวหละ

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ ในมุมมองของผม พระที่พูดถึงการเมือง ต่างกับ พระที่เอาทั้งชื่อและทั้งตัวเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมการเมือง .. เพราะผมเข้าใจว่าพระท่านก็ยังมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นของท่านได้ เพียงแต่ท่านอาจจะต้องแสดงความเห็นโดย “สำรวม” นิดนึง ไม่ใช่ออกมาถือข้าง ถือหางอย่างประเจิดประเจ้อ อย่างในปัจจุบันนี้ก็เห็นกันหลายรูป หลายหมู่คณะ ซึ่งผมว่าพระบางรูปก็ไม่รู้หรอกว่าไอ้ที่ญาติโยมมาขอร้องให้เป็น “ศูนย์รวมจิตใจ” ของเหล่าพุทธศาสนิกชน จะลงท้ายกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองแบบอ้อม ๆ ไปซะ

ต้นเหตุของความคิดอันนี้ของผมเริ่มมาตั้งแต่ “หลวงตาผ้าป่าช่วยชาติ” หนะ ถ้าหลวงตาแกจะนั่งเฉย ๆ รับบริจาค แล้วก็ส่งผ่านให้รัฐบาลให้จบ ๆ กันไป ก็คงไม่มีอะไรเตะตาผมหรอก แต่ที่ไหนได้ ส่งผ่านให้รัฐบาลแล้ว ยังมีการมาทวงคืนเย้ว ๆ หาว่าจะโกงกินสมบัติของชาติ เอาคืนมาให้ฉันซะก่อน .. เป็นซะงั้นไป ว่ากันตามตรงแล้ว ถ้าไม่มีใครไปเป่าหูพระ พระจะมายุ่งด้วยไหม? (อีตาที่ชื่ออะไรนะ ก้อนทอง ๆ อะไรเงี้ย — ไปคิดกันเอาเอง)

ต่อมาล่าสุด กรณีของ พรบ. สงฆ์ .. อย่างที่เกริ่นเอาไว้แล้ว ผมไม่รู้ว่า (และไม่คิดอยากจะรู้) ว่าระบบการปกครองของศาสนาพุทธนี่เป็นยังไง แต่พอไอ้ พรบ. สงฆ์ อันนี้ออกมาเป็นข่าวเนี่ย ทำให้ “พระ” ถึงกับต้องไปนั่งประท้วงอยู่หน้าทำเนียบ พร้อม ๆ กับพวก สมัชชาคนจน (ที่จน แต่มีปัญญานั่งประท้วงกันเป็นปี ๆ) … เอาพระมานั่งประท้วง บ้ากันไปใหญ่แล้ว คนจะเล่นการเมือง จะต่อรองผลประโยชน์ก็ทำกันในกลุ่มของ “คน” สิ จะเอาพระมาทำไม ไม่เข้าใจจริง ๆ … ให้ตายเถอะ

นี่ยังไปไม่ถึงพวก พระแหกคอก (คือ เป็นพระ แต่ทำอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควร) พระปลอม (คือ ไม่ได้เป็นพระ แต่เสือกแต่งตัวเหมือนพระ) ละก็พระอะไรอีกมากมาย แต่พอดีกว่า ปวดหัว … เอาเป็นว่า สวัสดีปีใหม่ไทย ครับ! :)