อัดมันให้ยับ!

ไม่รู้พักหลัง ๆ นี่ผมเป็นอะไร ทุกครั้งที่เห็นข่าวโจมตีนายกรัฐมนตรี เจ้าของประเทศไทย ผมมักจะมีความรู้สึก อิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก มีความสุข สะใจ ปลื้มปิติ ที่เห็นนายกฯ โดนด่า อย่างวันนี้ก็ได้เห็นข่าวประเภทนั้นอีกแล้ว มาม๊ะ จะเล่าให้ฟัง

ข่าวที่ทำให้ผม ยิ้มเยาะอย่างไม่หยุดยั้ง ในวันนี้ก็เป็นข่าวต่อเนื่องจากกรณีของนักข่าว Far Eastern Economic Review หละครับ เพราะผลสรุปการสอบสวนของตำรวจก็ออกมาว่า บทความเจ้าปัญหาเมื่อครั้งกระนั้นไม่ได้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพแต่อย่างใด รวมทั้งนักข่าวทั้งสี่ก็ไม่ได้กระทำความผิดอะไร จึงออกคำสั่งให้ ยกเลิกคำสั่งถอนวีซ่า ของนักข่าวทั้งสี่เสีย .. ประชาชนชาวไทยผู้รักชาติ งง ครับ เห็นโวยวายจะเอาเป็นเอาตายกับเค้าให้ได้ แต่ทำไมพอเค้าเขียนจดหมายขอโทษมาอันเดียว ก็จบกันเลยเหรอ … ผมสันนิษฐานว่า ไม่เคยมีนักข่าวได้กระทำการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของในหลวง ผู้ซี่งเป็นที่เคารพและศรัทธาของปวงชนชาวไทยหรอกครับ จะมีก็แต่ บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ บังอาจ ดึงฟ้าลงมาให้ต่ำ เพียงเพื่อการแก้แค้นและกำจัดนักข่าวที่นำความจริงออกไปเสนอให้โลกรู้แค่นั้นแหละ!

อีกอันก็จาก “BBC”:http://news.bbc.co.uk/hi/english/world/asia-pacific/newsid_1859000/1859210.stm ของอังกฤษ เค้าลงข่าวแปลได้ประมาณว่า “ยุทธการปิดปากผู้วิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีรอบใหม่ได้เริ่มขี้นแล้ว” [size=8](But now, a new row has broken out over allegation that officials have been trying to silence critics of the prime minister.)[/size] โดยข่าวก็ได้อ้างถึงกรณีที่รายการวิทยุของเนชั่นโดนถอดออกจากผังรายการของสถานีวิทยุทหาร ไปจนถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบการการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ออกหนังสือให้ธนาคารพานิชย์ส่งรายละเอียดบัญชีของบรรณาธิการเครือเนชั่น บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ รวมไปถึงภรรยาและลูก ๆ เพื่อตรวจสอบ (ว่าอะไร?) เค้าก็บอกต่อว่า ทักษิณปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องว่าใครสั่ง (ย้ำ นายกฯ คนนี้เคยพูดเอาไว้ตอนเข้ามาใหม่ ๆ ว่า เป็นนายกฯ ต้องรู้ทุกเรื่อง “ยังไม่ได้รับเรื่อง” ใช้ไม่ได้ )

กลับมาที่ FEER อีกทีนึง ลืมบอกไปว่า สำนักพิมพ์ของ FEER ส่งจดหมายมาขอโทษในกรณีที่เขียนบทความแล้วก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และนำในหลวงมาเขียนถึงโดยมิบังควร แต่เค้าไม่ได้บอกว่า ข้อความที่เค้าเขียนลงไป ไม่ถูกต้อง (Howerver it did not admit any inaccuracies.) นะ

สุดท้าย เล่าถึงบทความของ The Economist อีกดีกว่า มีอยู่ย่อหน้านึงเค้าเขียนเอาไว้ แปลเป็นภาษาชาวบ้านได้ประมาณว่า “นายกฯ คนเนี้ย ไม่ค่อยจะโผล่หัวเข้าไปในสภาเพื่อตอบกระทู้จาก สส. เลย วัน ๆ พี่แกเล่นหดหัวอยู่ที่ทำเนียบฯ แล้วนาน ๆ ทีก็โผล่หัวออกมาด่า นักข่าว นักวิชาการ นักธุรกิจ หรือใครก็ตามที่วิจารณ์เค้า” [size=8](Unlike his predecessor, who made himself available for frequent interrogation by parliament, Mr Thaksin rarely sets foot in the building. He has spent much of his time in office castigating the press, academics, businessmen and anyone else who criticises him.)[/size] .. ไอ้นักข่าวที่เขียนบทความนี้ มันทำการบ้านมาดีจริง ๆ แฮะ!

ก่อนจบ เราเคยโวยวาย George W Bush ตอนที่เค้าบอกว่า “คนที่อยู่ข้างเดียวกับอเมริกาเป็นมิตร นอกนั้นเป็นศัตรู” ตอนนี้เราได้ยินคำว่า “คนที่เห็นด้วยกับรัฐบาลถือว่ารักชาติ คนที่วิจารณ์รัฐบาลไม่รักชาติ” … คุณเชื่อหรือยังหละครับ ว่าไอ้สองครอบครัวเนี้ย มันสนิทกัน อิอิอิ!!!