Vanilla Sky …

อิอิ เมื่อวานก็ไปดูหนังเรื่องนี้มา มีหลายคนบอกว่าเป็นหนังที่ดูไม่รู้เรื่องมั่ง ไม่สนุกมั่ง โชคดีที่เราเป็นพวกไม่เชื่อพวกที่มักจะพูดคำว่า “เชื่อกู” ก็เลยไม่พลาดหนังดี ๆ อีกเรื่องหนึ่ง .. words of advice ครับ ใครที่จะไปดูหนังเรื่องนี้ ก่อนหนังฉายก็อย่าลืม open your eyes (and mind) ครับ …

โดยโครงเรื่องแล้วก็จัดว่าเป็นหนังที่ค่อนข้างดูยากทีเดียวหละนะ โดยเฉพาะถ้าใครคิดว่าจะเข้าไปหลับเอาแรงซะ 15 นาที เดี๋ยวค่อยตื่นมาดู หลุดแน่นอนครับ (ไม่ใช่ Ocean’s Eleven นี่หว่า) เพราะฉะนั้นต้องตั้งหน้าตั้งตาดูพอสมควร รับรองได้ว่าคุณคนอ่านจะได้ข้อคิดดี ๆ มาหลายอันเลยทีเดียว

พอหนังจบออกมา (อิอิอิ ไม่วิจารณ์! บอกแล้วว่าวิจารณ์ไม่เป็น!) คุณก็ต้องมาเลือก “ข้อคิด” ที่ว่าหละ ว่าคุณชอบข้อไหน ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็คงจะมุ่งประเด็นไปในเรื่องของ promise (หรือ สัญญา นั่นเอง) ซึ่งก็แปลกดี เพราะหลาย ๆ ครั้งที่ผู้หญิงนี่แหละ เป็นฝ่ายเรียกร้องให้ผู้ชาย “สัญญา” โดยที่ผู้ชายก็ไม่ได้อยากจะสัญญาอะไร แต่ด้วยความรำคาญ ก็ต้องพูดออกไปมันจะได้จบ ๆ ไปซะ %(rem)(ผมไม่ได้บอกว่า ผู้ชายทำถูกนะ)% … เขียนยาวกว่านี้เยอะเลย แล้วก็ลบอ่านิ เพราะอ่านแล้วเหมือนระบายอารมณ์หงุดหงิดที่ตกค้าง อิอิอิ เอาแค่นี้ละกัน %(rem)เพราะไม่รู้คนที่เขียนพาดพิงถึงจะโผล่มาอ่านรึเปล่า เด๋วอีเสียเซ้ว … :p%

แทรก (แบบข้ามวัน): เอา link นี้มาให้อ่านจาก zilent webboard ก็เป็น thread เกี่ยวกับ Vanilla Sky หละครับ แต่ทำไปทำมากลายเป็นเรื่องของ “ผู้หญิง, ผู้ชาย และ สัญญา”:http://www.mthai.com/square/discuss/discuss.cgi?board=Zilent.com&action=display&num=9211 ไปซะแล้ว … คันปากยิ๊ก ๆ อยากจะตอบเข้าไปเหมือนกัน แต่ไม่เอาดีกว่า แค่นี้เค้าก็คงอยากจะเลิกคบกะผมอยู่เหลือเกินแล้ว .. แต่ถ้าถามผมเหรอ ผมบอกว่าผู้หญิง บางคน เรียกร้องอะไรมากเกินไป รึเปล่า? … :)

%(rem)ที่หนักไปกว่านั้น “when you slept with someone, your body made a promise” .. จริงเหรอ? ผมยังยืนยันครับ ความรัก คือ ความเข้าใจ, sex คือ ความต้องการ ไม่เกี่ยวกัน! เพราะฉะนั้นคุณผู้หญิงกับ “ฉันยอมเธอเพราะฉันรักเธอนะ” นั่นโง่ครับ .. ส่วนคุณผู้ชายกับ “ถ้าคุณรักผม คุณต้องเป็นของผม” ก็เลวครับ!%

ข้อคิดอีกข้อที่เห็นกันชัด ๆ ก็คงจะเป็นเรื่องของ dream กับ reality .. ความฝัน กับ ความเป็นจริง อันนี้คงเจอกันทุกคน ไม่ต้องอธิบายให้มากความ เพราะคงไม่มีใครที่ไม่เคยมีความรู้สึกที่ว่า “อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นแค่ความฝัน” หรือไม่ก็ “ไม่อยากทำอะไรต่อ เพราะกลัวว่าเดี๋ยวต้องตื่น แล้วต้องรับรู้ว่า เรื่องที่ผ่านมา เป็นแค่ฝันไป” … โอ้ เน่า !!!

เอาหละ ๆ มาถึงผมมั่ง ข้อคิดที่ผมหยิบมาจากหนังเรื่องนี้เป็นประโยคเล็ก ๆ ที่โผล่มาสองหรือสามครั้งในเรื่อง เนื้อหาประมาณว่า (จำ dialog ไม่ได้อะนะ) … “Every seconds of your life, you can make a difference.” ได้ความประมาณว่า ถ้าทำอะไรผิดพลาดไปแล้วเนี่ย ยังมีโอกาสแก้ไขได้เสมอ เพียงแต่ว่าจะลงมือทำรึเปล่าหนะแหละ ถ้าวัน ๆ เอาแต่นั่งโศกกับสิ่งที่ทำพลาดไป ก็คงจะไม่มีอะไรดีขึ้นมา .. จริงมะ?

อ่านขึ้นอ่านลงอยู่หลายรอบ อ่านไม่ค่อยรู้เรื่องแฮะ สงสัยจะยึด theme ของหนังมาด้วย .. อิอิอิ!


เอิ๊กกกกก แถม ๆๆ คือ กะลังนั่งขุด website เก่า ๆ ที่เคยทำเอาไว้ เพราะจะ burn ลง CD ประหยัดที่ HDD พอดีไปเจออันนี้เข้า ต้องเอามาแปะ .. อิอิ ชอบจาย ๆ … อิอิอิ ไม่ได้เกี่ยวอะไรก่าหนังเล๊ยยยย

!/images/show/mac1.jpg!


ว่าจะไม่พูด แต่อดไม่ได้ .. วันนี้เดินผ่านไป website หลาย ๆ ที่ ก็จะเห็นแต่ข้อความไว้อาลัยนักร้องที่ฆ่าตัวตาย สงสัยตะหงิด ๆ .. จะไปอาลัยมันทำไม? ถ้ามันหาทางออกที่ดีกว่านั้นให้กับชีวิตมันไม่ได้ ก็ไม่สมควรที่จะได้รับความอาลัยหรอกอ่านิ … แต่ก็อีกแหละ สถานการณ์เค้าเป็นยังไงก็ไม่รู้ จะไปว่าเค้าก็ไม่ได้ เค้าอาจจะหมดทางออกจริง ๆ แล้วก็เป็นได้อ่านิ .. เสียใจด้วยละกัน แต่ไม่อาลัยหรอก

อ้อ พูดรวม ๆ ล้ากัน สำหรับพวกที่ ฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังในความรักเนี่ย .. สมควรตายอ่านิ… ^_^”