We never leave our men behind …

เกือบทุก ๆ คนที่เคยดูหนังฝรั่งที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับทหารนะครับ (โดยเฉพาะที่มาจากอเมริกา) หรือแม้แต่หนังที่ไม่เกี่ยวกับการสู้รบ เช่น Apollo 13 ก็มี … ส่วนที่หนังพยายามจะแสดงให้เห็นว่า “ถ้ามีการรบเกิดขึ้น เราจะไม่ทิ้งคุณเอาไว้ข้างหลัง เราจะพยายามพาทุกคนกลับมาให้ได้อย่างปลอดภัย” … ก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับ ทำให้คนของเค้ามีขวัญกำลังใจดี แต่บางครั้งมันมากเกินไปรึเปล่า?

เมื่อสองวันที่แล้วไปดู Behind The Enemy Line มาครับ (ก็วันเดียวกันกับที่ “ปิด” website ไปหนะแหละ) ในหนังก็เป็นเรื่องของนักบินกองทัพเรือ (Navy Pilot) คนนึง หลุดเข้าไปอยู่ในดินแดนของข้าศึก (ก็ Enemy Line หนะแหละ) พอผู้บังคับบัญชารู้เข้าก็พยายามที่จะช่วย แต่ก็ถูกห้ามจากคนที่มีตำแหน่งสูงกว่า (นั่นก็คือ NATO Commander) .. ทั้งสองฝ่ายมีสาเหตุครับ

ฝ่ายของ NATO Commander ก่อนละกัน เค้าก็ยกเอาชีวิตของคนนับหมื่นที่จะได้อยู่อย่างเป็นสุข ถ้าหากว่าตกลงกันในเรื่องของสนธิสัญญาได้ แต่ถ้าหากว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ พยายามที่จะเข้าไปช่วยนักบินคนที่ว่า ก็จะเป็นการละเมิดสนธิสัญญา และสงครามก็จะเกิดขึ้นอีก … เข้าทำนองว่า “เสียคนแค่คนเดียว แต่ช่วยคนได้เป็นหมี่น”

ส่วนผู้บัญชาการของกองทัพเรือสหรัฐฯ (Captain) ก็เห็นว่า ไอ้เด็กที่ติดอยู่ในดินแดนของข้าศึกหนะ เป็นอเมริกัน เพราะฉะนั้นจะปล่อยให้มันตายอยู่ตรงนั้นไม่ได้ “ข้าจะช่วยมันออกมา และข้าไม่สนใจว่าใคร คนอื่น จะตายบ้าง” (สั้นเชียว ไม่รู้จะอธิบายยังไงหละครับ)

คราวนี้ก็ต้องถามว่า “ใครผิด ใครถูก” … ตอบยากนะครับ (อย่าถามผมนะ ผมลำเอียง) เอาเป็นว่าทั้งสองฝ่ายก็คงจะมีข้อแก้ตัวที่ทำให้ฝ่ายของตน รู้สึกดีกันขึ้นมาได้หน่อยนึง ว่า .. “In every wars, there’re always casualties…”


ถามมากันเยอะเหลือเกิน ว่าปิดทำไม .. “เบื่อ” ละกันครับ (เอาเหอะ ๆๆ เหตุผลอื่นอย่าให้พูดถึงเลย) เขียนแต่เรื่องซ้ำไปซ้ำมา จนไม่รู้จะเอาอะไรมาเขียนแล้ว เอาเป็นว่า ถ้ามีอะไรน่าสนใจ หรือหนังอะไรที่ไปดูมาแล้วน่าจะเอามาพูดถึง ก็จะมาเล่าให้ฟังละกันครับ ส่วน comment ก็คงจะไม่เอาขึ้นมาอะนะ .. มีอะไรอยากคุยก็ส่ง email มาละกันครับ [email=mac@macsf.net]mac at macsf dot net[/email] ครับผม …


เอ้า ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว เขียนยาวเลยละกัน … เรื่องต่อมาเป็นเรื่องของ “เหรียญ” ครับ หลาย ๆ คนก็คงจะได้ยินข่าวแล้วว่า เหรียญ 10 บาท ของไทยไปมีค่าเท่ากับเหรียญ 2 ยูโร (EU 2 = ประมาณ 80 บาท) .. ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ว่าค่าเงินบาทจะแข็งตัวอย่างแรงหรอกนะ แต่ด้วยความบังเอิญ หรือความไม่ใส่ใจของคนออกแบบเหรียญ EU ก็ไม่รู้ ดันออกแบบไอ้เหรียญสองยูโรที่ว่าออกมา “รูปร่าง ลักษณะ และน้ำหนัก” ประมาณได้เท่ากับเหรียญสิบบาทของไทยพอดีเลย

ปัญหาเกิดครับ เพราะว่าก็ดันมีคนทะลึ่งเอาเหรียญสิบบาทของไทยไปใช้กับเครื่องขายของอัตโนมัติ (vending machine) แล้วมันดันใช้ได้หนะสิ :) .. เสร็จกัน ตอนนี้ก็มีข่าวออกมาว่ากระทรวงการคลังส่งหนังสือไปทาง EU บอกว่า “เราจะไม่ยกเลิกเหรียญสิบบาทของเรา” … มันจะบ้าเหรอ ใช้มาก่อนเค้าตั้งนาน ถ้ามันต้องเลิก ก็ให้เค้าเลิกสิ ทำไมต้องไปบอกเค้าว่าเราไม่เลิก อันที่จริงแล้วเนี่ยนะ ก็ยังไม่เคยได้ยินข่าวว่าเค้าบอกให้เราเลิกเลยนี่หว่า … ทำไมเราต้องไปโวยวายก่อนด้วยหละเนี่ย

หรือที่ผ่านมาสองวัน ผมตกข่าว ?? :p