จัดระเบียบ …

ทุกวันนี้คงไม่มีใครรู้จักหรือไม่เคยได้ยินคำว่า “จัดระเบียบ” ครับ ชื่อที่มาคู่กับคำนี้ก็เห็นจะไม่พ้น ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นแน่แท้ … ยอดคนของยุคอีกคนหนึ่งเลยทีเดียว [size=8](อย่าแปลกใจครับ ผมไม่ได้บ้าตาบอดถึงขนาดรังเกียจทุกคนในรัฐบาลนี้หรอก แค่ไอ้ที่ชอบหนะใช้มือเดียวนับได้ครับ)[/size] วันนี้คุยเรื่องของการจัดระเบียบกันดีกว่าเน๊อะ

%(rem)อ้อ เผื่อว่าไม่ได้สังเกตกัน ผมเปลี่ยนชื่อ web หน้านี้ (มีอยู่หน้าเดียวมานานแล้วเน๊อะ) เป็น daily thoughts ครับ เพราะที่เขียนผ่าน ๆ มาไม่ดูไม่ค่อยเป็น diary เท่าไหร่ เดี๋ยว diarists คนอื่น ๆ เค้าจะมาหาว่าผมทำให้เสียเจตนารมณ์ อิอิอิ เออ ที่เติม s เพราะว่าเกือบทุกวันคิดมากกว่าหนึ่งเรื่อง :)%

เรื่องจัดระเบียบที่โด่งดังที่สุดที่สร้างทั้งชื่อเสียง และชื่อเสียให้กับท่าน มท.1 ก็เห็นจะเป็น “การจัดระเบียบสังคม” ครับ ไม่ว่าจะเป็นการ zoning สถานบริการ, การออกคำสั่งเปิดสถานบริการได้ไม่เกินตีสอง ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 เที่ยวกลางคืน และอีกหลาย ๆ เรื่องที่ทำให้ผู้ประกอบการสถานบริการกลางคืนทั้งหลาย ออกมาร้อง งื้ด ๆ กันระงม รวมถึงมีการต่อรองอีกว่า “ขอเปิดอีกชั่วโมงนึงน่า เราถึงจะอยู่รอดได้” .. ไอ้ผมก็ไม่เคยทำบัญชีให้ผับหรือบาร์ซะด้วยสิ (ตัวเองยังไม่เคยทำบัญชีเลย!) ก็เลยไม่รู้ว่าเปิดต่ออีกชั่วโมงนึงจะทำให้เค้าอยู่รอดกันได้ยังไง … เอาเถอะ ผมว่าผมเข้าใจคุณปุระชัยมากกว่านะครับ ถ้าพูดกันตรง ๆ เนี่ย พวกผับ-บาร์พวกนี้แหละที่เป็นแหล่งมั่วสุมแหล่งใหญ่ของวัยรุ่น ถึงแม้ว่าพวกผู้ประกอบการจะออกมายืนยันว่า “ร้านเราไม่มี (ยาเสพติด)” ก็เถอะ คุณเชื่อเหรอครับ? ถ้าบอกว่าเจ้าของสถานที่ไม่ได้ขาย “อาจจะ” เชื่อได้ แต่มันก็ต้องมีคนอื่นขายแหละ เหยื่อเยอะ ๆ อย่างนั้น ใครจะไม่ไปขาย! ว่าแต่ว่า มันก็จริงครับที่ว่าเด็กพวกนี้จะไปมั่วกันที่อื่นก็ได้ นั่นก็ต้องแก้ไขกันไปที่ละจุดครับ เพราะว่าค่านิยมของวัยรุ่นสมัยนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะนะ อย่างที่ ฯพณฯ พล.อ.เปรม เคยพูดเอาไว้ทีนึงว่า “น่าเสียดายที่สังคมไทยสมัยนี้เหลวแหลก คงโทษใครไม่ได้เพราะทุกคนมีส่วนรับผิดชอบ ได้แต่หวังว่านโยบายและการปฏิบัติของรัฐบาล ร่วมกับความร่วมมือของประชาชน จะช่วยสะสางให้ปัญหานี้เบาลงได้ และคงหายไปในที่สุด”

วันนี้ท่าน มท.1 พูดถึง idea จัดระเบียบรุ่นใหม่ครับ “นำนักเรียนทุกคน ทุกโรงเรียน มาตรวจปัสสาวะ” .. สนับสนุน 100% ครับ ยังไม่เริ่มนะ เข้าใจว่าเป็นการเสนอนโยบายครับ (ภาษาการเมืองเค้าเรียกว่า “โยนหินถามทาง” ใช่มะ?) แต่ความเป็นไปได้คงมีสูงนะ และก็เหมือนเดิมครับ นักข่าวทีวีก็ต้องไปเที่ยวสัมภาษณ์เด็กนักเรียน (ผู้อาจจะเดือดร้อนรึเป่าว?) ว่ารู้สึกยังไงกับการจัดระเบียบ version นี้ … ส่วนใหญ่ก็เห็นดีเห็นชอบด้วยครับ มีแม้แต่กระทั่งบอกว่าให้ติด “ที่ตรวจควัน” ในห้องน้ำ เพื่อที่จะได้ไม่มีเด็กไปแอบสูบบุหรี่ในห้องเรียน ดีครับ ๆ ไอ้เด็กพวกนี้เจริญ! (ขอให้มันเป็นแบบนี้ตลอดไปนะ) แต่ก็มีอยู่คนสองคนที่พูดมาว่า “ตรวจทำไมพี่ เปลืองงบประมาณ ไร้สาระ” อะไรต่ออะไรมากมาย ผมว่าจับไอ้คนนี้ตรวจคนแรกเลย อิอิอิ … นโยบายนี้น่าทำนะครับ เรียกว่าเป็น “นโยบายตัดไฟที่เชื้อไฟ” ก็ได้ (ต้นลม ก็คือยาเสพติดอะนะ พวกนี้เหมือนกับเชื้อไฟ ไหม้ต่อกันไปเรื่อย ๆ อะไรเงี้ย .. เข้าใจหน่อยนะ วันนี้ไม่มีมุข เมื่อวานเขียนไปหมดละ แหะ ๆๆๆ)

สุดท้ายครับ โรงเรียนแห่งหนึ่งในขอนแก่นก็อยากจัดระเบียบเหมือนกัน เค้าก็ออกกฎมาว่า “ถ้านักเรียนคนไหนมาถึงโรงเรียนหลัง 8.30 น. โดยที่ไม่ได้แจ้งทางโรงเรียนเอาไว้ก่อน นักเรียนคนนั้นไม่มีสิทธิ์เข้าโรงเรียนในวันนั้น” … มันจะบ้าไปแล้วเหรอ?!? แล้วจะให้เด็กมันไปอยู่ที่ไหนกันหละ คุณครูที่เคารพ! คิดว่ามันจะกลับบ้านกันรึ? ซ้ำร้ายครูผู้ช่วยฝ่ายปกครองยังออกมาบอกอีกว่า “บ้านใคร ๆ ก็ต้องมีกฎ ถ้าบ้านเรามีกฎว่าต้องนั่งกินข้าวบนโต๊ะ แขกที่มาอยากนั่งกินบนพื้น เราก็คงจะยอมไม่ได้ และก็คงไม่อยากให้เข้ามาอยู่ในบ้าน” … บ้ากันไปใหญ่แล้ว แค่มาสายนี่ขู่จะไล่ออกเลยรึ? คิดใหม่ทำใหม่แบบนี้ ไม่ไหวครับ คิดผิดคิดใหม่นะครูนะ!

“เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส” %(rem)คำขวัญวันเด็กปี 2545 จากนายกฯ ทักษิณครับ%

PS. อ้อ จะบอกว่าผมเข้าข้างพวกเดียวกันก็คงไม่ผิดนะครับ ท่านปุระชัยก็จบ “เซนต์คาเบรียล”:http://www.sg.ac.th เหมือนกัน .. :)

PS2. จาบอกมาหลายวันละ ลืม .. อากาศเริ่มร้อนขึ้นมาอีกแล้วอะ ไม่ชอบเลยเจง ๆ .. เย็น ๆ แบบเดือนที่แล้วก็ไม่ได้ เศร้าใจ ๆ

เพิ่มเติม ๆ … วันนี้ จูนิชิโร โคอิซูมิ (Junichiro Koizumi) นายกฯ ญี่ปุ่นมาเยี่ยมไทยครับ (ตั้งใจเขียนให้มันอ่านดูเหมือนคนป่วยอย่างงั้นแหละ) พูดถึงญี่ปุ่นนี่ก็กลับมาพูดถึงรัฐบาลได้อีกตามเคย เพราะรัฐบาลไทยพยายามที่จะเอาอะไรหลาย ๆ อย่างของสองประเทศมาเปรียบเทียบกัน เริ่มกันจาก “ความก้าวหน้าในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ” ของไทยไปได้ดีกว่าญี่ปุ่น ไปจนถึง วัยรุ่นญี่ปุ่น “ใจแตก” มากกว่าวัยรุ่นไทย! แต่ก็แปลกที่ทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กของประเทศไทยช่างมีความพยายามจะเดินตามรอยเท้าของญี่ปุ่นซะเหลือเกิน ดีนะที่รัฐบาลไม่เปรียบเทียบประเทศไทยกับอาร์เจนตินา เดี๋ยวเกิดมันเลียนแบบกันขึ้นมา ซวยตายห่าบ … อิอิอิ (ตายละ เขียนมาซะยาว เกือบลืมปิดท้ายด้วย “อิอิอิ” เหมือนไม่ได้เซ็นชื่อ!)