เมาไม่ขับ (กับ zilent meeting - เกี่ยวกันมะ?)…

จริง ๆ เขียนรอเอาไว้เรื่องนึงแล้ว แต่ว่าเล่าเรื่องนี้ก่อนดีกว่า “zilent.com”:http://www.zilent.com meeting ก่อนละักัน .. สำหรับผมก็เป็นการไปเจอตัวเป็น ๆ ของเพื่อนสมาชิก (หยั่งก๊ะ จส.100) ครั้งแรกครับ ตั้งแต่เริ่มแรกเป็นแค่คนอ่าน ต่อมาเริ่มขยับเป็น “ขาจร” แต่ตอนนี้กลายเป็น “ผู้อาวุโส” ไปซะแล้ว

นัดเจอกันที่ A&W สยามฯ งะครับ เข้าใจว่านัดรวมกันกับสมาชิกของคลับเฉลิมไทยที่ “pantip.com”:http://www.pantip.com ด้วย ประมาณว่านั่งกันอยู่เต็มหน้าร้านเค้าเลย ไม่รู้เค้าอยากจะไล่รึเ่ป่าวอะนิ … เดินเข้าไปก็ไม่รู้จักใครซะคน (บอกไปแล้วนี่หว่า) แต่เจอหน้าคุ้น ๆ อยู่คน (คิด ๆๆ อ้อ!) “ท่านปาทาน”:http://a.parsons.edu/~budsapa/homepage/ นี่เอง ทักทายกันอย่างขัดเขิน อิอิอิ … รอสักพักก็เดินไปถ่ายรูป Photo Me กัน (เอาไว้เราเปิด Photo XP แข่งกะเค้าดีกว่า รับรอง stable กว่าเยอะ!) รู้สึกเหมือนกับกระชากวัยอย่างสุดฤทธิ์ … ว่าไปแล้ว ที่ถ่ายนั่นก็ยังไม่ได้ดูเลยนิหว่า แล้วเมื่อไหร่จาได้ดูหละเนี่ย ลืมถามด้วย ว้าาาาา … เอาเหอะ เสร็จแล้วก็เดินข้ามกลับมา MBK ไปใช้บริการ BBQ Plaza กัน … ช่วงนี้ก็เริ่มพูดคุยกับคนอื่น ๆ มากขึ้น แต่รู้สึกว่าจะเน้นไปทางด้านของ computer ซะหมดเลย อิอิอิ งานนี้คนไม่รู้เรื่องไม่ต้องคุย! (ม่ายช่ายยยย) ก็นั่นแหละ กิน ๆ คุย ๆ แล้วก็แยกย้ายกันกลับ ไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น .. :)

มีอะไรอีกมะ .. ไม่มีแล้วมั้ง ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่จะได้ เอาหน้ามาใส่ไว้กับชื่อ ที่เคยเจอบ่อย ๆ ซะทีนึง ดีครับ ๆ … อ้อ ลืมบอกไป ประโยคฮิตของงาน (อย่างน้อยก็ในกลุ่มที่คุยกัน) ก็คือ “อย่าถามเรา เราไม่รู้” (เป็นคำตอบของคำถามที่ว่า “คนนั้นใครอะ” หรือ “คนนั้นชื่ออะไรอะ”) อิอิอิ

%(rem)—- อีกเรื่องนึง —-%

ไดอารี่ผมเนี่ย ถ้าไม่วิจารณ์เหตุการณ์บ้านเมืองก็จะเป็นเรื่องประหลาดใช่มะ วันนี้เอาประเด็นล่าสุดละกัน เรื่องของการ รณรงค์เมาไม่ขับ อะครับ จริง ๆ แล้วผมว่าผมเห็นไอ้โครงการนี้มานานแล้วนะ แต่ไม่เห็นจะได้ผลซะที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะประชาชนชาวไทยเนี่ย ดื้อ และปัญญาอ่อน ไปพร้อม ๆ กัน ก็เลยฟังที่เค้าขอร้องกันไม่รู้เรื่อง หรือเพราะว่า มีตำรวจเลว อยู่เยอะก็ไม่รู้ พวกที่ทำหน้าที่ “จับแล้วรับตังค์” หนะ … ผิดไม่ผิดไม่รู้ มีตังค์จ่ายเป็นพอ .. เลวร้ายครับ

ถ้าไปเปรียบเทียบเรื่องพวกนี้กับประเทศอื่น ๆ แล้ว ผมว่าโครงการ (และกฎหมาย) ของเรายังไม่เอาจริงเอาจังกันเลยนะครับ ดูเหมือนกับไม่ได้ทำอะไร … ดูอย่างที่พ่อนักร้องขับรถชนคนตายสิ ไม่มีติดคุก ไม่มีฟ้องร้อง จ่ายเงินอุดปากก็เงียบ แล้วมันจะได้อะไร?? คิดหรือว่าคนพวกนี้มันจะเข็ด จริงครับ ตอนที่มันไม่เมาเนี่ย มันก็จะบอกว่า “ไม่ทำอีกแล้ว เข็ดแล้ว รับผิดแล้ว” แต่พอมันเมามันก็มองไม่เห็นหัวใครทั้งนั้นแหละ …

อย่างที่อเมริกาเค้าจะมีพูดกันเสมอว่า เมื่อไหร่ที่ไป party ควรจะไปกันแบบ car pool (คือรถคันเดียว ไปกันหลาย ๆ คน) และในรถแต่ละคันก็ควรจะต้องมี designated driver หรือคนที่มีหน้าที่ขับรถสำหรับ trip นั้น ๆ … ไอ้คนเนี้่ย ต้องไม่ดื่มครับ เรียกว่าพองานเลิกแล้ว ต้องอยู่ในสภาพ 100% ที่จะขับรถส่งเพื่อนฝูงกลับบ้านได้หมด แล้วก็พาตัวเองกลับบ้านอย่างปลอดภัย … อันนี้ไม่ใช่กฎหมายนะครับ เป็นการขอความร่วมมือซะมากกว่า

ส่วนจุดที่เป็นกฎหมายก็คือ ผู้ที่มี alcohol เกินกว่าที่กำหนดเอาไว้ ห้ามขับรถครับ ถ้ายังดื้อดึงไปขับเนี่ย เค้าก็จะถือว่าเป็น DUI (Driving Under the Influence - พยายามจะแปลแล้ว ไม่รู้แปลว่าอะไรดี) คืนแรกนอนในคุกครับ เสร็จแล้วใบขับขี่ก็จะโดน suspend (ห้ามขับรถหนะแหละ) ระยะเวลาต่ำสุดก็ 1 ปี นอกจากนั้นกฎหมายยังห้ามไม่ให้มี alcohol ทุกประเภทอยู่บริเวณของผู้โดยสารภายในรถ (passenger area) ไม่ว่าจะเป็นเบาะหน้า เบาะหลัง ใต้เบาะ หรืออะไรก็ช่าง สุดท้ายถ้าหากว่ามี alcohol อยู่ในบริเวณที่ว่า แล้วยังเปิดเอาไว้อีก “ซวยหนัก” ครับ ถึงแม้ว่าจะบอกว่าไม่ได้ดื่ม เพื่อนเปิดทิ้งเอาไว้ ความผิดก็พอ ๆ กับเป็นคนเปิดทิ้งเอาไว้เองครับ … เพราะอย่างนี้แหละ อัตราการเกิดอุบัติเหตุเนื่องมากจากความมึนเมาก็ค่อนข้างน้อย (ยังมีครับ เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่มีเลย อเมริกันก็ไม่ใช่เทวดาอะนะ เพียงแค่เค้ารู้จักเคารพกฎหมายมากกว่าคนไทยแค่นั้นแหละ)

ตอนนี้เราก็ต้องมาดูกันว่า ไอ้โครงการที่ว่าของไทยเนี่ย จะได้ผลซะแค่ไหน … ผมไม่อยากบอกครับ เอาเป็นว่า ผมเอาใจช่วยละกัน เพราะผมคงช่วยอะไรมากกว่านั้นไม่ได้ … :)

[size=7][red]I apologize if the above information is inaccurate in anyway. I’ve been away from driving in California for almost 2 years already. Well, even if I’m still driving there, I cannot memorize every bits and pieces of the law. I cannot even remember the maximum alcohol level. I don’t care anyway - /me no drink!! [/red][/size]