ญาติโก โหติกา …

มันตีกันอีกแล้วครับ ไม่รู้จักจบจักสิ้น คราวนี้เด็กเทคนิคฯ ประมาณ 300 คน ยกพวกไปตีเด็กพานิชย์ฯ ถึงที่โรงเรียน .. ผลที่ได้คือ ตายไป 1 เจ็บประมาณ 25 (ตัวเลขตอนประมาณตี 1 ที่เขียนเนี่ย) .. ไม่จบ ไอ้เด็กเวรพวกนั้นก็ยังจี้รถเมลล์เพื่อเป็นพาหนะในการหลบหนีอีก ข่าวออกมาว่า จับได้แล้วบ้างบางส่วน … ตีกันแล้วได้อะไรครับ ? …

— update —

ไอ้ข่าวข้างบนเนี่ย มีทั้งมีด ทั้งขวาน ไม่เว้นแม้แต่ปืน (สงสัยจะเป็น ปืนปากกา รุ่นยอดนิยมอะนะ) และระเบิด “ทำมือ” … มันไปเอามาจากไหนกัน ??? อ้อ ตามข่าวบอกว่ามีการจับ cheerleader (คาดว่า) จะเอาไปทำมิดีมิร้าย แต่ “ถีบ” ลงจากรถซะก่อน แต่เปลี่ยนใจ เพราะกลัวโทษหนัก .. จริง ๆ นะคุณ รักโรงเรียนเนี่ยมันดี แต่ว่าเอาชื่อโรงเรียนมาขายอย่างเนี่ย โง่จริง ๆ …


เอาเรื่องนี้ดีกว่า … ใครมีญาติเยอะ ๆ ผมว่าก็คงจะต้องมีปัญหาอย่างผมแน่ ๆ เลยครับ … ครอบครัวคนไทยเนี่ย เค้าบอกว่าเป็นครอบครัวแบบขยาย (รึเป่าว?) ฝรั่งเค้าเรียกว่า extended family งะ (รึเป่าว อีกแล้ว?) คือเป็นประเภทโต ๆ กันแล้ว แต่งงานมีลูกมีเมีย มันก็ยังวนเวียน ๆ อยู่ใกล้ ๆ พ่อแม่มันหนะแหละ … ดีนะครับ ไม่ใช่ไม่ดี เป็นความกตัญญูที่น่านับถือทีเดียวหละ … ถ้าเป็นครอบครัวคนจีนนี่ ไม่ต้องพูดถึงครับ แต่งงานแล้วก็ไม่ต้องไปไหน อยู่ที่บ้านเดียวกันนี่แหละ ปลูกสร้างขยับขยายกันออกไป …

พอมีคนอยู่ด้วยกันเยอะ ๆ เกี่ยวข้องเกี่ยวพันกันในเกือบทุก ๆ หนทางของการดำเินินชีวิต (ทำไมผมแปลคำว่า aspect of life ได้ยาวอะไรเช่นนี้) มันก็จะต้องมีการ “พูดถึงเรื่องของชาวบ้าน” ครับ … ซึ่งก็แน่นอนหละ จะไปบังคับให้ใครต่อใครเค้าพูดกันแต่เรื่องดี ๆ ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ … และก็แน่นอนอีกหละ ใครทุก ๆ ครอบครัวก็จะมีสมาชิกประเภท “นกสองหัว ตัวแยกได้” อยู่เยอะแยะ ไอ้คนพวกนี้จะทำหน้าที่เป็นคนกลางครับ ไม่ได้คอยไกล่เกลี่ยนะ คอยเก็บข้อมูลเอาไปนินทาต่อ … พวกนกสองหัวที่ว่าเนี่ย พออยู่ในวงนินทาวงนึง ก็จะนินทาคน ๆ นึง .. แต่พอเดินไปคุยกะไอ้คน ๆ นั้น ก็จะเริ่มนินทาสมาชิกในวงนินทาวงแรก วนไปวนมาอย่างนี้แหละ … จะบอกอะไรให้ คุณนายแม่ของผม เนี่ย ก็จัดได้ว่าเป็นทั้ง “เหยื่อ” ของการนินทา และ “นกสองหัว” ในเวลาเดียวกัน … อ๊ะ ๆๆ อย่า ๆๆ ไม่ได้ด่าแม่ตัวเองนะเฟ้ย ..

ในครอบครัวด้านของแม่ผมเนี่ย จัดเป็นครอบครัวแบบ “จีนค่อนข้างแท้” เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกที่เค้าจะมารวมตัวกันบ่อย ๆ (ส่วนใหญ่ก็เพื่อกินหนะแหละ) และทุก ๆ ครั้งก๊จะมีการนินทาเกิดขึ้น .. คุณนายแม่ของผมจัดเป็นบุคคลประเภทที่ต้องการให้สังคมยอมรับ (ไม่ได้ด่านะ เอาเรื่องจริงมาพูดเฉย ๆ) ด้วยเหตุนี้คุณนายเธอจึงหาทางเป็นผู้เริ่มเรื่องเสมอ ช่วงนั้นก็จะเป็นช่วงที่เธอมีความสุขครับ (glorious moment) แต่พอเธอเดินคล้อยหลังเท่านั้นแหละ … เธอโดนเองครับ (จะบอกว่านั่นเป็นข้อดีของการอยู่ในครอบครัวคนจีน แล้วไม่คิดจะูพูดภาษาจีนก็ได้ เพราะพวกญาติ ๆ ที่ว่าเนี่ย คิดว่า ผมไม่พูด ก็หมายถึงผมฟังไม่รู้เรื่อง … มันปล่อยกันหมดเลย) … เอางี้ละกัน มีแม้แต่กระทั่งบอกว่า “ที่ผมกลับมาจากอเมริกาเนี่ย ก็เพียงเพื่อจะกลับมารัีบมรดกของพ่อผม” (ทีแรกก็พยายามคิดว่า ฟังผิดมั้ง แต่ก็ได้รับการ confirm หลายทีละ) … ถ้าไม่เห็นว่าเป็นญาตินะ แม่งคว่ำอยู่ตรงนั้นแหละ ผู้หญิงก็ผู้หญิงเถอะ …

ออกจากปากทีไร เรื่องใหญ่ก็ใหญ่เกินไป ใส่ไปอีกมากมายก็เพียงจะให้สะใจ เก็บมาหนึ่งมาสอง ต้องต่อไปอีกเป็นสาม หากจะบอกไปตามเรื่องเก่า คงขาดใจตาย ชอบต่อและแต่งเติมนัก เพราะปากมันหยุดไม่ไหว กลายเป็นอื่นทุกที

แม่ผมมักจะพูดเสมอเลยครับ ว่าพ่อผมไม่เอาญาติ ไม่ยอมออกไปพบปะญาติ … พ่อผมเกลียดพวกนินทาคนที่สุดครับ ขนาดแม่ผมยังโดนพ่อโวยใส่บ่อย ๆ เลย .. ผมก็เอาไอ้นิสัย ไม่เอาญาติมาจากพ่อผมนี่แหละ … อิอิอิ … ถ้าผมอยู่ เดี๋ยวเขาจะคุยกัน “ไม่สนุก” … :)

PS. เรื่องนี้ก็มีข้อยกเว้นนะครับ ญาติผมไม่ได้เป็นอย่างนี้ทุกครอบครัวหรอก … ดี ๆ จะมีซะเยอะ เอาเป็นว่า อันนี้ไม่ใช่เหมารวมครับ “ด่าเป็นรายบุคคล”!!!

PS2. อยากให้ “แม่ง” หลุดมาอ่านจริง ๆ …

PS3. วันนี้ไม่ได้หงุดหงิดนา .. พิมพ์ไป ขำไป ซะด้วยซ้ำ … :p

PS4. ใครที่จะมาแอบอ่านวันนั้นหนะ .. อ่าน ๆ ซะ !!! อิอิอิ