emotional downtime

เข้าใจว่า .. อาการของข้าพเจ้าตอนนี้ อาจจะถูกเรียกได้ว่าเป็น emotional downtime … คือ เห็นอะไรมันก้อน่ารำคาญไปหมด แย่จริง ๆ เลย … มานั่งหาสาเหตุดีก่านิ …

อืมมม … ว่างงานนานเกินไป … นั้นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นไปได้ เพราะโดยปกติแร้ว ข้าพเจ้าจะเป็นพวกไม่ชอบอยู่เฉย … ต้องหาอะไรทำให้ได้ซะอย่างหนึ่ง … อย่างเช่น เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ก้อใช้เวลาในการเขียนไอ้ code ของเจ้า diary นี่แหละ … เริ่มเขียนวันละนิด ๆ แต่งนู่น แต่งนี่ จนมาจบลงที่แบบที่เห็น .. น่าเสียดาย ไม่ได้ทำ screen capture ของ version เก่าเอาไว้ด้วย เลยไม่มีอะไรมาโชว์ให้เปรียบเทียบเลย … อ่า นอกเรื่องแร้ว .. เอาเป็นว่า โดยปกติเนี่ย ต้องมีอะไรทำอยู่เสมอ ๆ พอตอนนี้ว่างมานาน … ต่อมเซ็งเลยแตกเลย … นั่น สมมติฐานที่หนึ่ง …

ต่อมา … อะไรดีหละ … อืมมม … เออ ๆๆ อันนี้เป็นผลสืบเนื่องจาก สมมติฐานที่หนึ่ง … อยู่บ้านมากไป … เป็นไปได้ ๆ … เพราะว่าไม่ได้ออกไปทำงาน ก้อเลยทำให้มีเวลาอยู่บ้านอย่างมากมาย “มากอย่างไม่เคยมีมาก่อน” … อย่างตอนที่อยู่ san francisco, พอว่างก้อขับรถเที่ยว ไปไหนต่อไหนเรื่อย ๆ … เพราะการขับรถที่นั่นเป็นเรื่องสนุก … รถไม่ได้เยอะแยะมากมาย ประชาชนขับรถกัน ค่อนข้าง เป็นระเบียบ ภายในเวลาสอง-สามชั่วโมง สามารถไปไหนต่อไหนได้ไกลโพ้น … อยู่กรุงเทพฯ รึ .. สองชั่วโมง ยังไปไม่ค่อยจะถึงที่หมายเท่าไหร่เลย .. :p .. ฮืมมมม … แย่จัง …

อันสุดท้ายที่คิดได้ตอนนี้ … เคยเขียนเอาไว้ทีนึงละ แต่อันนั้นเกี่ยวกับการนอน … คือ เคยมีคนบอกว่า เรา นอนหันหัวผิดด้าน อันนี้ according to feng shui … เหอะ ๆๆ ก้อยังไม่เชื่อถึงทุกวันนี้ แต่ก้อยังไม่เคยกลับหัวนอน (ย้ำอีกครั้ง กลับหัว ไม่ใช่ ห้อยหัว) … ก้อ ห้องมันมีอยู่อีแค่เนี้ย .. ถ้าจะให้กลับหัวนอน ก้อต้องหมุนทุกอย่างในห้องใหม่หมดเลยดิ …วุ่นวายตายหะ … ไม่แน่ ๆ อาจจะลองดูซะหน่อย เผื่ออาการเบื่อจะหายไป (หรือลดลงซะหน่อยก้อยังดีว๊ะ)

เออ ไม่แน่นะ กลับหัวนอน อาจจะทำให้โชคดีถึงขนาดที่ว่า มีตั๋วเครื่องบินไปซานฟรานฯ หล่นมาใส่ตอนนอนก้อได้ … อิอิอิ น่าลองซะแร้วสิ…

ps. สงสัยจะต้องการแว่นใหม่อย่างจริงจังซะแร้ว … เริ่มการอาการเบลอวิชัน (blur vision) ดูทีวีไม่เห็น ต้องเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ … สำรวจงบประมาณก่อน … :glasses: