วานนี้กับวันนี้คุณนายแม่ดูดีขึ้นมากโขครับ เมื่อวานได้ทำอัลตราซาวน์ช่องท้อง เพื่อตรวจสภาพของไตไปแล้ว รู้ผลวันนี้ว่า ไตสบายดีตามอายุขัย ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง
ส่วนเรื่องอาหารเค็มที่คุณนายเป็นกังวลอย่างหนักนั้น อันที่จริงคุณนายไม่ควรรับทานเค็มมากเกินอยู่แล้ว เพราะว่าเป็นโรคความดันสูงอยู่ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก่อนหน้านี้คุณนายอาจจะปล่อยตัวปล่อยใจกับอาหารรสจัดไปนิดนึง เพราะเป็นความดันสูงมานานแล้ว ทีนี้ก็อาจจะได้ระวังขึ้นบ้าง
เมื่อวานช่วงเย็น ๆ สังเกตกันว่า ปัสสาวะของคุณนายดูขุ่น ๆ ไปนิดนึง ด้วยความเป็นห่วงก็เลยแจ้งพยาบาล ตั้งสมมติฐานกันว่า อาจจะเป็นการอักเสบของท่อหรือกระเพาะปัสสาวะ เพราะใส่สายยางไว้นาน ก็เลยส่งตรวจซะเลย ผลออกมาวันนี้ว่าไม่มีปัญหาอะไรอีกเหมือนกัน
ทีนี้ก็เหลือรอเจาะเลือดพรุ่งนี้เพื่อดูว่าค่าต่าง ๆ เข้าที่เข้าทางหรือยัง ถ้าผลออกมาว่าอยู่ในระดับ(ใกล้)ปกติแล้ว คุณนายก็คงจะได้กลับบ้านไม่เกินวันศุกร์นี้
แฮ่ …
ว่าแต่ พรุ่งนี้คุณคนเขียนไม่เข้าไปที่ทำงาน เพราะ จ๊อด บุ๊ด จะไปแถว ๆ พระราม 4 คงไม่ได้ทำให้รถติดมากมายนักหรอกครับ … แต่เป็นความไม่ชอบส่วนตัว ไปนั่งอยู่โรงพยาบาลดีกว่า ;)
ไปนอนละครับ สวัสดีครับ
ฮ๊าวววววววววววว …. ง่วงนอนเหลือเกินครับ แฮ่ ๆๆๆๆๆ
แต่ตอนนี้คุณคนเขียนต้องซักผ้าก่อน ตอนเช้า ๆ หาเวลาซักไม่ได้ พรุ่งนี้เช้าก็จะเข้าไปที่ทำงานสักหน่อย เดี๋ยวจะจำหน้ากันไม่ได้
อาการโดยทั่วไปของคุณนายแม่ดีขึ้นมากแล้วครับ ท้องไส้เข้าที่เข้าทาง รับทานอาหารได้มากขึ้น (คุณนายบอกว่า “ฝืนกิน” เพราะมันจืด) ตอนนี้รอให้ค่าการทำงานของไตอยู่ในระดับที่เหมาะสม และรอตรวจว่าไตได้รับความกระทบกระเทือนมากไหม และฟื้นตัวตามสมควรหรือยัง ถ้าทุกอย่างดูดีแล้ว ก็คงจะออกจากโรงพยาบาลได้ … คงสัก 2-3 วันมั้งครับ
เรื่องความดันโลหิต ก็สูง ๆ ต่ำ ๆ ระหว่าง 180/100 - 130/80 ช่วงแถว ๆ นี้ ซึ่งปกติคุณนายก็มีโรคความดันสูงอยู่แล้ว คุณคนเขียนก็เลยไม่ค่อยเป็นห่วงเรื่องนี้สักเท่าไหร่
ว่าแต่ ถ้าออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว คงจะต้องงดอาหารเค็ม ๆ สักพักหนึ่งก่อน เพื่อให้ไตได้พักผ่อนอย่างสมบูรณ์
อีกอย่าง คุณคนเขียนว่าต้องหาคนมานั่งเฝ้าประจำช่วงกลางวันดีกว่า เพราะว่าเดี๋ยวคุณนายไปหกล้มหกท่า มันจะไม่ดี … แต่จะหาได้จากที่ไหน ที่พอจะไว้ใจได้หละเนี่ย ฮืมมมม
คุณคนเขียนมาบ่นเท่านี้หละครับ ไปรอผ้าซักเสร็จ เอามาตาก แล้วก็จะนอนแล้ว … ง่วงมาก!
สวัสดีครับ
[ อ้อ ขอบคุณ คุณ ๆ คนอ่านทุก ๆ คนมาก ๆ ครับ สำหรับข้อความให้คุณนายหายไว ๆ ทั้งทางนี้ ทางอีเมล ทาง twitter และทางอื่น ๆ ครับ ]
วันนี้ update สถานการณ์แบบสั้น ๆ ก่อนนะครับ
ด้านนึงถือว่าดีขึ้น เพราะคุณนายรับทานได้ ไม่อาเจียนแล้ว อาการหน้าบวมก็เกือบหายไปหมดแล้ว (คาดเดาว่ามีสาเหตุมาจากการได้รับน้ำเกลือ พอหยุดน้ำเกลือ แล้วให้ยาขับปัสสาวะ ก็เลยดีขึ้น) ส่วนไตก็ทรง ๆ คงที่อยู่ ไม่ดีขึ้น แต่ก็ไม่แย่ลง
สาเหตุที่หน้าบวมอาจจะเป็นเพราะว่า ช่วงนี้ไตยังทำงานไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้นน้ำ(เกลือ)ที่ได้รับเข้าไป ก็ไม่ได้ถูกขับถ่ายออกมาตามสมควร เลยยังค่ังค้างอยู่ในร่างกาย พอได้ยาขับปัสสาวะ ก็เลยช่วย ๆ กันไปได้
แต่ก็มีด้านที่แทรกซ้อนกลับเข้ามา คือคุณนายมีอาการความดันสูงมาก เมื่อวานนี้สูงสุดอยู่ที่ 180/100 ซึ่งสูงสุดในรอบสัปดาห์ที่อยู่โรงพยาบาล สาเหตุก็ได้แต่คาดเดากันไปว่าอาจจะเกิดจากความเครียด ซึ่งหมอก็ให้ยาลดความดันไปตามอาการ ช่วงเย็น ๆ ความดันลดลงมาอยู่ที่ 150/90 ดีขึ้น แต่ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่
และพอดีกับว่าเมื่อคืนมีนักศึกษาพยาบาลมารับช่วงเฝ้าต่อให้ คุณคนเขียนก็เลยกลับบ้านไวกว่าปกติหน่อยนึง เผื่อคุณนายจะได้นอนไวขึ้น
อยากบ่นญาติ แต่ปล่อยไปดีกว่า
สวัสดีครับ
คุณคนเขียนขออนุญาตหยิบข้อความส่วนหนึ่งจากคำพิพากษาของศาลอาญาเมืีอวานนี้มาบันทึกเอาไว้ หวังเพื่อเป็นประโยชน์ในการเตือนใจ ไม่ได้หวังผลทางด้านอื่น
จำเลยทั้งสามเป็นผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะกระทำผิดฐานให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี จำเลยที่ 2 เป็นภริยาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับผู้บริหารประเทศ จำเลยทั้งสามจึงนอกจากมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตนเยี่ยงพลเมืองดีทั่วๆ ไปแล้ว ยังควรดำรงตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีสมฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย
แต่จำเลยทั้งสามกลับร่วมกันกระทำการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ไม่เป็นธรรมต่อสังคมและระบบภาษี ทั้งๆ ที่จำนวนค่าภาษีอากรที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระตามกฎหมายและจำเลยที่ 2 จะเป็นผู้ชำระแทนในที่สุดนั้นเทียบไม่ได้กับจำนวนทรัพย์สินที่จำเลยที่ 2 และครอบครัวมีอยู่ในขณะนั้น การที่จำเลยที่ 1 จะชำระภาษีอากรไปตามกฎหมายเช่นพลเมืองทุกคน จึงมิได้มีผลกระทบต่อฐานะของจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามจึงร้ายแรง
ย้ำอีกครั้งว่า ไม่หวังผลด้านอื่นใดนอกจากการเตือนใจนะครับ
เมื่อวานนี้คุณคนเขียนไม่ได้ update สถานการณ์ของคุณนายแม่ เพราะว่าคุณคนเขียนหลับครับ อิอิอิ
เช้าวานนี้คุณนายตื่นขึ้นมาก็ค่อนข้างสดใสกว่าวันก่อน พอสาย ๆ หมอเข้ามาตรวจ คุณนายก็บอกว่าหายใจเหนื่อย ๆ ตั้งแต่เมื่อวาน (ซึ่งพยาบาลก็รีบต่อสาย oxygen ให้ไปแล้ว ก็เลยช่วยให้ดีขึ้น) หมอก็เลยตกใจ บอกให้ x-ray ปอดดูว่าน้ำท่วมปอดรึเปล่า ซึ่งอาจเป็น side effect ของการให้น้ำเกลือ และก็ให้ตรวจหัวใจด้วยว่าลิ้นหัวใจรั่วไหม แล้วก็ให้หยุดน้ำเกลือไว้ก่อน … คุณนายซึมไปเลย
คุณคนเขียนมองว่าอาการอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะโดยรวมทั่ว ๆ ไปก็ดูพอใช้ได้ จะมีก็แต่รับทานได้น้อยไปสักหน่อย ซึ่งคุณคนเขียนคิดเอาเองว่า อาจจะไม่ได้เป็นเพราะอาการป่วย แต่หลัก ๆ เพราะกังวลซะมากกว่า ก็เลยรับทานไม่ค่อยลง
พอตกบ่ายก็ได้ผลคร่าว ๆ มาว่า ทั้งปอดและหัวใจสบายดี อาจจะมีหินปูนเกาะที่ลิ้นหัวใจสักนิดหน่อย แต่มันมาตามอายุขัย เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงในเรื่องนี้ … แต่กว่าจะทำให้คุณนาย “ไม่ต้องห่วง” ได้ ก็ใช้เวลาจนถึงค่ำ ต้องให้ใครต่อใครที่แวะมาเยี่ยมเยียนช่วยกันพูดให้เข้าใจ
(อย่างเรื่องลิ้นหัวใจเนี่ยครับ พอมีหินปูนเกาะ มันก็อาจจะทำให้มีการ “รั่วได้เล็กน้อย” แต่ไม่ใช่อาการน่ากังวล อย่างที่คุณคนเขียนเล่าไปแล้วว่า มันเป็นไปตามอายุ แต่เนื่องด้วยคำว่า “ลิ้นหัวใจรั่ว” มันมักจะมาคู่กับคำว่า “ผ่าตัด” หรือ “ตาย” คุณนายก็เลยกังวลใหญ่ ระหว่างที่คุณนายคุยกับหมอแล้วหมอบอกว่า “มีหินปูนก็เลยทำให้ลิ้นหัวในรั่วนิดหน่อย” พอคุณนายเริ่มทำหน้าซึม ๆ แล้วถามว่า “แล้วจะรักษายังไง” คุณคนเขียนก็เลยรีบบอกว่า “มันไม่ได้รั่ว มันแค่หลวม ๆ” หมอเลยรีบบอกตามว่า “ใช่ ๆๆ มันแค่หลวม ไม่เป็นปัญหาอะไร”)
เอาหละ ผ่านไปถึงกลางคืนอย่างไม่มีปัญหาอะไรมากมายครับ
ส่วนวันนี้ก็ดีกว่าเมื่อวานหน่อย ต้องคุยเรื่อง “ลิ้นหัวใจ” ให้ฟังอีกสัก 2-3 ครั้ง แต่คุณนายก็ไม่ได้แสดงท่าทีวิตกกังวลมากเหมือนเมื่อวาน แต่ก็ยังรับทานได้น้อยอยู่ คงจะเป็นเพราะกลัวว่าเดี๋ยวจะท้องเสียอีก และก็ยังกังวลเรื่องอื่น ๆ อยู่ด้วย
เช้าวันนี้หมอเข้ามาคุยให้ฟังว่า อาการที่คุณนายเป็นเนี่ย มันเป็นอาการแทรกซ้อนจากการท้องเสียนาน ๆ ซึ่งทำให้เสียน้ำเยอะ ไตก็เลยมีปัญหา (เค้าเรียกภาษาหมอว่า Acute Renal Failure หรือแปลให้ตกใจคือ “ไตวายเฉียบพลัน” — ถ้าคุณนายได้ยินคำนี้ มีหวังเครียดหนักแน่ ๆ เลย อิอิอิ) แต่อาการของคุณนายยังอยู่ในช่วงกลาง ๆ ก็เลยยังไม่ถึงกับต้องฟอกไตหรืออะไรพวกนั้น ตอนนี้ระบบต่าง ๆ มันยังสับสนอยู่ ก็ต้องประคอง ๆ ไปจนกระทั่งมันค่อย ๆ ลดลง ซึ่งหมอก็บอกว่ามีโอกาสกลับมาอยู่ที่ระดับปกติได้
สงสัยคุณนายคงต้องอยู่โรงพยาบาลอีกสัก 3-4 วันหละครับ แต่ตอนนี้มีคนมาเฝ้าตอนกลางคืนให้แล้ว คุณคนเขียนก็กลับบ้านมานอนได้ แต่นี่ก็ตีหนึ่งแล้วนะเนี่ย ฮี่ ๆๆๆๆ
ไปนอนก่อนดีกว่า
สวัสดีครับ