Archives [ random thoughts ] ...

คุณคนเขียนขออนุญาตหยิบข้อความส่วนหนึ่งจากคำพิพากษาของศาลอาญาเมืีอวานนี้มาบันทึกเอาไว้ หวังเพื่อเป็นประโยชน์ในการเตือนใจ ไม่ได้หวังผลทางด้านอื่น

จำเลยทั้งสามเป็นผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะกระทำผิดฐานให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี จำเลยที่ 2 เป็นภริยาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับผู้บริหารประเทศ จำเลยทั้งสามจึงนอกจากมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตนเยี่ยงพลเมืองดีทั่วๆ ไปแล้ว ยังควรดำรงตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีสมฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย

แต่จำเลยทั้งสามกลับร่วมกันกระทำการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร อันเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ไม่เป็นธรรมต่อสังคมและระบบภาษี ทั้งๆ ที่จำนวนค่าภาษีอากรที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระตามกฎหมายและจำเลยที่ 2 จะเป็นผู้ชำระแทนในที่สุดนั้นเทียบไม่ได้กับจำนวนทรัพย์สินที่จำเลยที่ 2 และครอบครัวมีอยู่ในขณะนั้น การที่จำเลยที่ 1 จะชำระภาษีอากรไปตามกฎหมายเช่นพลเมืองทุกคน จึงมิได้มีผลกระทบต่อฐานะของจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามจึงร้ายแรง

ย้ำอีกครั้งว่า ไม่หวังผลด้านอื่นใดนอกจากการเตือนใจนะครับ


เช้าวันนี้คุณคนเขียนตื่นสาย ระหว่างกำลังเดินตัวลอย ๆ ไปอาบน้ำ คุณคนเขียนก็เกิดอาการตีตนไปก่อนไข้ เล่าคร่าว ๆ ได้ประมาณว่า วานนี้คุณคนเขียนได้เห็นข่าวว่า IE8 beta โผล่หน้าออกมาแล้ว อีกกะเดี๋ยวก็คงจะออกมาอย่างเป็นทางการ ทีนี้คุณคนเขียนก็ต้องเขียนเว๊บให้ใช้ได้กับ Firefox, Safari, Opera และ IE 6 7 8 … โอ้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง น่าจะเปลี่ยนอาชีพไปขายกล้วยปั่น

รู้สึกตัวอีกที คุณคนเขียนก็เดินตัวลอย ๆ ไปอาบน้ำ … เดี๋ยวรถติด

สวัสดีครับ


เด้ง เป็นคำที่ถูกใช้กันบ่อยมากช่วงหลัง ๆ นี้

ถ้า เด้ง แบบคำวิเศษณ์ (adjective) มักใช้กับอวัยวะบางส่วน แสดงถึงความเต่งตึง ผู้คนมักคิดว่าการเด้งลักษณะนี้เป็นเรื่องที่ดี เช่น หน้าเด้ง หรือ นมเด้ง

ถ้า เด้ง แบบคำกริยา (verb) เวลาใช้กับกระดาษบางชนิด แสดงถึงความหย่อนยาน (เช่น เช็คเด้ง) โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว การเด้งแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้ เช่น เขียนเช็คจ่ายแล้วลืมโอนเงินเข้าบัญชี แต่เกิดขึ้นบ่อยไม่ดี โดนปรับทีละ 300 บาท

แต่ถ้า เด้ง แบบคำกริยาที่ใช้ในรูปแบบของการถูกกระทำ (passive) และใช้กับบุคคล มักหมายถึงการถูกปลดออกจากตำแหน่งหน้าที่ ส่วนใหญ่มักเกิดขณะไม่ทันตั้งตัว

… อันสุดท้ายนี่ร้ายสุด เพราะ คนสั่งเด้งอาจปวดกบาลได้ ยิ่งถ้าเด้งมันส์จนลืมตัว คนสั่งอาจโดนเด้งไปด้วย

สวัสดีครับ


นั่นสิ จริงอย่างที่คุณมะลิว่าไว้ แว๊บ ๆ ผ่านไปเดือนนึงแล้ว เฮ้อ เร็วจริง

ธุรกิจ ธุรการ ก็เหน็ดเหนื่อยพอประมาณอยู่ คิดแล้วก็อยากไปเป็นลูกจ้างคนอื่น จะเหนื่อยแค่ไหน หลังเลิกงานก็มีเวลาเป็นของตัวเอง ไม่ต้องมานั่งคิดคำนึงถึงอนาคตอนางอ กังวลว่าปีนี้จะรอดไม่รอด อะไรก็ว่าไป … แต่มันเป็นแค่ความคิดชั่ววูบ ลูกทั้งคน ทิ้งได้ไง ;)

ที่อเมริกา อีกไม่กี่อึดใจก็จะพอรู้ผลคร่าว ๆ แล้วว่า ใครจะได้เป็นตัวแทนพรรคไหน เพื่อลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ ที่จะมาแทนไอ่คนปัจจุบัน ผลการเลือกตั้งปลายปีจะออกมายังไงก็ตามที คุณคนเขียนว่าแนวโน้มท่าทีจะเกิดเหตุการณ์ “ครั้งแรกของอเมริกา” แหง ๆ

อย่างแรกคือ แนวโน้มท่าทีว่า เดโมแครตน่าจะชนะการเลือกตั้ง ก็นำไปสู่อย่างที่สองว่า ตัวแทนของเดโมแครต ไม่เป็นผู้หญิง ก็เป็นคนผิวดำ ก็เลยสรุปรวมความได้ว่า แนวโน้มท่าทีประธานาธิบดีอเมริกาคนต่อไป ไม่เป็นผู้หญิง ก็เป็นคนผิวดำ … ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

แต่ถ้ารีพับลิกันชนะขึ้นมา …

รอดูก่อนดีกว่าครับ เดาไกลไป เดาลำบาก :P

สวัสดีครับ


ไหน ๆ คุณ ๆ ที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ ช่วยอธิบายให้คุณคนเขียนฟังหน่อยเสะ

ย้อนสมองไปสักสิบกว่าปีที่แล้ว (—)” คุณคนเขียนจำได้ลาง ๆ ว่าครูที่สอนเศรษฐศาสาตร์แบบแมคโครเค้าบอกว่า การลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากนั้น เป็นนโยบายทางการเงิน ที่จะทำเพื่อให้คนเอาเงินออกจากธนาคาร เพื่อไปใช้ในลงทุนใช้จ่าย เพื่อเป็นการกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง (ถ้าพูดต่ออีกหน่อย ก็บอกว่า GDP[1] จะได้สูง ๆ เหมือนที่ “คนฮ่องกง” เค้าชอบ)

คุณคนเขียนอ่านข่าวจากฝั่งประเทศนอกแถว ๆ เกาะอเมริกา เห็นว่าเค้าลดดอกเบี้ยกันเป็นว่าเล่น จำได้ว่าเพิ่งลดไปเมื่อไม่กี่วันที่แล้ว นี่นับนิ้วยังไม่ทันครบทั้งมือ ก็ลดลงไปอีกแล้ว

ทีนี้ในสถานการณ์ปกติ มาตรการที่ว่าก็คงกระตุ้นต่อมอยากใช้เงินของคนได้ดีพอสมควร เพราะถ้าฝากเงินเอาไว้แล้วได้ดอกเบี้ยต่ำ ๆ คนก็คงจะอยากถอนเงินไปทำอย่างอื่นที่ได้ผลกำไรมากกว่า

แต่สถานการณ์ปัจจุบันมันช่างไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนซะเลย ไม่ว่าจะเพิ่มทุน หรือลงทุนใหม่ เพราะเกาะอเมริกาก็มีปัญหารุมเร้ามากมาย ทั้งภายในและภายนอก คนเค้าก็คงจะไม่ค่อยอยากเอาเงินมาเสี่ยงสักเท่าไหร่ เพราะการฝากเงินในธนาคาร ถึงจะได้ประโยชน์ตอบแทนน้อย แต่ยังไง ๆ จำนวนเงินต้นมันก็ไม่ลดน้อยลงไป

ที่พูด ๆ มาทั้งหมด แหลมไทยแลนด์ก็ไม่ได้ต่างจากเขาสักเท่าไหร่ครับ ยิ่งเห็นหน้ารัฐบาลใหม่แล้วก็ลมแทบจับ … ขนาดฟ้าฝนยังฟูมฟายเลย ;)

ปีนี้ลำบาก … ลำบาก ๆ

[1]: คลับคล้ายคลับคลาว่า GDP มาจาก CIG(X-M) แปลว่า การใช้จ่ายของคน + การลงทุน + การใช้จ่ายของรัฐ + (การส่งออก - การนำเข้า) มั้ง — ใส่คำว่า “มูลค่า” เข้าไปข้างหน้าคำข้างต้น จะดี

ป.ล. เพิ่งสังเกตุเห็นวันที่ … หมดเดือนอีกแล้วเหรอเนี่ย เฮ้อออ


Categories

Monthly