คุณคนเขียนอ่านข่าวเช้านี้แล้วไม่สบายอย่างไร้สาเหตุ (หรือแปลว่า this morning’s news makes me sick นั่นเอง)
เริ่มมาก็เห็นพาดหัวว่า อดีตนักการเมืองกลุ่มหนึ่งจะหาเรื่องให้พระเจ้าอยู่หัวลำบากใจอีกแล้ว เพราะในข่าวบอกว่า มีความคิดที่จะยื่นถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ … ดูจากท่าทีแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าอยากไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แต่น่าจะเป็นเพราะว่า กลัวไม่ได้ “เล่นการเมือง” ซะมากกว่า
คุณคนเขียนอยากหยิบคำของปลัดกระทรวงยุติธรรมมาแปะเอาไว้ ท่านบอกประมาณว่า
สำหรับกรณีที่คณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ทั้ง 111 คน ที่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองด้วยนั้น นายจรัญ กล่าวว่า กฎหมายห้ามไปใช้สิทธิในการสมัครรับเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ห้ามการที่จะทำงานให้กับบ้านเมือง คือ ทั้ง 111 คน อาจจะเสียสละไม่รับตำแหน่งอะไรในทางการเมือง แต่น่าจะทำกิจกรรม ทำประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ให้แก่สถาบันการเมืองและแวดวงการเมืองของประเทศได้
อดีตรักษาการหัวหน้าของนักการเมืองกลุ่มนี้เคยพูดว่า จะยอมรับคำตัดสินของตุลาการ … แค่นี้ก็รักษาคำพูดตัวเองไม่ได้แล้ว
เรื่องที่สอง สั้น ๆ ละกัน … ภาคใต้ยังเสียชีวิตกันรายวัน คราวนี้ก็โดนไปที่ทหารอีกแล้ว … ได้แต่พูดแบบเอาแต่ใจตัวเองว่า เลิกคิดสมานฉันท์กับพวกโจรเถิด ท่านนายกฯ
สุดท้ายปิดท้ายด้วยการเมืองอีกที พาดหัวกันทุกฉบับ ตัวเล็กบ้างใหญ่บ้าง เค้าเขียนว่า “ชวนเตือนประชาธิปัตย์ อย่าลำพอง”
สวัสดีครับ
คุณคนเขียนเคยคิดว่า คน ๆ นี้ดูท่าทางมีความรู้อย่างน่านับถือ …
นายจักรภพ เพ็ญแข ปราศรัยว่า ความยุติธรรมที่ได้รับเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม เป็นการเอามีดกรีดบนหัวใจประชาชน เป็นการแสดงให้รู้ว่าเขาใหญ่กว่า จากนี้จึงขอให้ประชาชนร่วมกันทวงคืนประเทศ ในการรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งที่เห็นไม่ใช่ตุลาการ แต่เป็นตุลาเกิน ครั้งหนึ่งตนเคยยกมือไหว้ เคยคบหา แต่หลังจากนี้เลิกคบ เพราะคำวินิจฉัยมีแต่คำกล่าวโทษ ประจาน เชือดเฉือน เป็นเวทีชำระแค้น แต่ไม่เป็นไร ทีใครทีมัน ต่อไปเตรียมเก็บกระเป๋าได้เลย
แต่ถ้าคน ๆ นี้ พูดอย่างนี้ตามข่าวจริง ๆ … ถึงมีความรู้ ก็ไม่น่านับถือสักเท่าไหร่
มีลูกมีหลาน จะไม่ตั้งชื่อมันว่า “ชาคริต” …
วันนี้อารมณ์รุนแรงพุ่งพร่านแหะ :P
เห็นข่าวเช้านี้แล้วปวดใจครับ เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งเหลือเกิน แล้วพอไปจับผู้ต้องสงสัยมาได้ มันก็จะมีพวกแก๊งประท้วงมาปิดถนนกดดันให้ปล่อยตัว
ถึงท่านนายกฯ จะบอกว่า ที่ปล่อยตัวไม่ใช่เพราะโดนกดดัน แต่ค่ามันก็เท่ากันหละครับสำหรับไอ้พวกแก๊งประท้วง
ไม่รู้จะเขียนอะไรดี หงุดหงิด งุ่นง่าน คิดได้อยู่อย่างเดียว เลิกสมานฉันท์พันธสัญญาใหม่กับไอ้พวกบ้าพวกนี้ได้แล้ว กลับไปใช้พันธสัญญาเดิม ประเภทตาต่อตาฟันต่อฟันกับมันกันดีกว่าครับ ท่านนายกฯ
จะศาสนาไหน จังหวัดอะไร ฐานะอย่างไรก็ตามที ถ้าไม่พอใจประเทศไทย ย้ายไปลอยคออยู่กลางทะเล … อย่ามาทำตัวเป็นตุ๊ดแอบวางระเบิดแล้วหายหัว
(จะหาว่าพาลก็ยอมครับ แต่เพราะไอ้อดีตนายกฯ ปากพร่อยนั่นแหละ)
หยิบมาจากข่าวครับ … “ปัจจุบันนี้จะเห็นว่าพุทธศาสนา และหลักคำสอนไม่ได้เข้าถึงปะชาชน [sic] โดยจะเห็นว่าเวลานี้ประชาชนไม่เคยเข้าวัด เพื่อไปศึกษาหลักคำสอน แต่เป็นการเข้าไปเพียงเพื่อเสี่ยงโชคและไถ่บาป แต่หากเราบรรจุศาสนาพุทธลงไป จะทำให้ศาสนาบรรจุในหลักสูตรของกระทรวงศึกษาฯ ก็จะทำให้เยาวชนหันมาเข้าวัด เหมือนในอดีตที่ชุมชนบ้านและวัดจะอยู่คู่กัน” (ผู้พูดตามข่าว : รองประธานองค์กรพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย)