Archives [ catholic ] ...

อันสืบเนื่องมาจากคำแนะนำของคุณเม่นเมื่อคราวที่แล้ว เกี่ยวกับหนังสือเรื่อง “สนทนากับพระเจ้า” คุณคนเขียนก็เลยลองไปเสาะหาดู เพราะจำได้ว่าเคยได้เห็นหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาอังกฤษ ก็เลยค้นพบว่ามีคนเอามาสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วย มือไวเท่าใจคิด คุณคนเขียนก็เลยสั่งทั้งหนังสือ และภาพยนตร์มาในคราวเดียวกันเลย

ปรากฎว่า DVD มาถึงก่อน (สักประมาณสองสัปดาห์ที่แล้ว) คุณคนเขียนก็เลยจัดการเปิดดูซะเลย ช่วงแรกก็ไม่ได้ตื่นเต้นกับเนื้อหามากนัก อาจเป็นเพราะเดินเรื่องค่อนข้างช้า แต่พอไปถึงช่วงกลางเรื่อง คุณคนเขียนหยุดทำทุกอย่างเพื่อที่จะมาตั้งใจดู … พอดูจนจบ คุณคนเขียนตั้งใจว่า หนังสือมาถึงเมื่อไหร่ อ่านทันที!

หนังสือมาถึงเมื่อวานนี้ครับ แต่ด้วยความยุ่งยากสับสนเกี่ยวกับเรื่องงานเล็กน้อย คุณคนเขียนก็เลยยังไม่ได้มีโอกาสได้หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน จนวันนี้ตลอดทั้งวัน สถานการณ์ก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางมากนัก บ่ายแก่ ๆ คุณคนเขียนเลยตัดสินใจว่า หนีบหนังสือไปนั่งอ่านที่ร้านกาแฟสักพักดีกว่า

… อ่านแล้วติด ยิ่งกว่าอ่าน แฮร์รี่ พอตเตอร์​ ซะอีก

ในย่อหน้าสุดท้ายของคำนำ ผู้เขียนบอกเอาไว้ว่า

If this is the first time you have come across this material and you think that you have come across it by accident or happenstance, think again. This material came to you at exactly the right time, in exactly the right way, in answer to your mind’s search and your heart’s prayer and your soul’s invitation.

คุณคนเขียนนึกย้อนถึงไปเหตุการณ์ในย่อหน้าแรก ของเรื่องวันนี้หนะครับ

อีกส่วนหนึ่งที่คุณคนเขียนอยากหยิบมาแบ่งปัน ผู้เขียน (ในบทสนทนากับพระเจ้า) เขียนว่า

If you believe that God is the creator and decider of all things in your life, you are mistaken.

God is the observer, no the creator. And God stands ready to assist you in living your life, but not in the way you might expect.

It is not God’s function to create, or to uncreate, the circumstances or conditions of your life. God created you, in the image and likeness of God. You have created the rest, through the power God has given you. God created the process of life and life itself as you know it. Yet God gave you free choice, to do with life as you will.

… หยุดอ่านไม่ได้อย่างที่บอกครับ

เอาไว้คุณคนเขียนเห็นอะไรน่าสนใจ จะมาแบ่งปันให้ฟังกันอีกครับ

สุดท้ายของคำนำ ผู้เขียนบอกว่า

Nothing happens by chance.
Nothing.

ขอพระอวยพรครับ

ป.ล. พอเขียนเสร็จ ข้างบ้านบอกให้แวะไปบ้านคุณมะลิ ปรากฎว่า คุณมะลิก็คุยกับพระเจ้า (แบบคุณมะลิ) เหมือนกัน


อันสืบเนื่องมาจากเรื่องที่คุณคนเขียนเล่าไว้เมื่อคราวที่แล้ว คุณคนเขียนก็นึกถึงนิทานเรื่องนึงที่พ่อวีระเล่าให้ฟังตอนที่เรียนคำสอน เป็นนิทานเกี่ยวกับกระทาชายนายหนึ่ง ผู้ซึ่งมีความเชื่อมั่นใจพระเจ้าเป็นอย่างมากมาย

อยู่มาวันหนึ่งฝนเกิดตกหนักในหมู่บ้านของนายคนนี้ ทำให้น้ำท่วมอย่างหนัก ผู้คนต้องอพยพหนึน้ำขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านกันหมด

ไม่นานความช่วยเหลือก็มาถึง เฮลิคอปเตอร์ทยอยช่วยคนที่ติดอยู่บนหลังคาบ้านทีละหลัง ๆ จนกระทั่งมาถึงบ้านของชายผู้นี้ คนบนเฮลิคอปเตอร์ก็ตะโกนลงมาว่า “เกาะเชือกไว้สิ เราจะพาคุณไปยังที่ปลอดภัย” แต่ชายผู้นั้นกลับตอบว่า “ไม่เป็นไรหรอก ขอบคุณมาก เดี๋ยวพระเจ้าก็จะช่วยฉันเอง” … เกลี้ยกล่อมอยู่นาน ชายผู้นั้นก็ไม่ยอมรับความช่วยเหลือ เฮลิคอปเตอร์ก็ต้องบินจากไป

… ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อย ๆ

เวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งพายเรือหนึน้ำกันมา พอเห็นว่ายังมีคนติดอยู่ จึุงพากันพายเรือเข้ามาใกล้ แล้วก็เรียกไปยังชายผู้นั้นว่า “มาขึ้นเรือกับพวกเราสิ เราจะพาคุณไปยังที่ปลอดภัย” แต่ชายผู้นั้นก็ยังคงตอบเหมือนเดิมว่า “ไม่เป็นไรหรอก ขอบคุณมาก เดี๋ยวพระเจ้าก็จะช่วยฉันเอง” … และไม่ว่าชาวบ้านจะเกลี้ยกล่อมอย่างไร ชายผู้นั้นก็ยังยืนกรานที่จะรอความช่วยเหลือจากพระเจ้าอยู่ที่้บ้านของเขา

… ระดับน้ำสูงจนเกือบมิดหลังคาแล้ว

ชายผู้เชื่อมั่นในพระเจ้ามองเห็นขอนไม้ใหญ่ลอยมาทางบ้านเขา ขอนไม้นั้นลอยมาใกล้ในระยะที่เขาสามารถว่ายน้ำไปเกาะได้ เสี้ยววินาทีหนึ่งเขาคิดว่า ถ้าเขาไม่เกาะขอนไม้นี้ไป เขาต้องจมน้ำตายแน่ ๆ แต่แล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะนั่งรออยู่บนหลังคนบ้านของเขา เขาคิดในใจว่า “พระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งผู้รับใช้ผู้ซื่อสัตย์หรอก เดี๋ยวพระองค์ต้องมาช่วยเราแน่นอน”

… น้ำท่วมจนมิดหลังคา ชายผู้นั้นจมน้ำตาย

เมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้งหนึ่ง เขากำลังยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า ทันทีที่รู้ตัวว่าเขาอยู่ที่ไหน เขากล่าวกับพระเจ้าด้วยน้ำเสียงอันน้อยอกน้อยใจว่า “พระเจ้าข้า เหตุใดพระองค์ึจึงทอดทิ้งผู้รับใช้ของพระองค์ เหตุใดพระองค์จึงไม่ยื่นมือมาช่วยข้า เหตุใดพระองค์จึงปล่อยให้ข้าจมน้ำตาย”

พระเจ้าตรัสตอบชายคนนั้นว่า “ข้าได้พยายามช่วยเจ้าแล้ว ถึงสามครั้ง แต่เจ้าต่างหากที่ไม่รับความช่วยเหลือของข้า”

ชายผู้นั้นถามว่า “พระองค์ช่วยข้าอย่างไร ถ้าพระองค์ช่วยข้า ข้าก็คงไม่ตาย”

พระเจ้าตรัสว่า “ข้าช่วยเจ้าสามครั้ง ครั้งแรกข้าส่งเฮลิคอปเตอร์ไปช่วยเจ้า ครั้งที่สองข้าส่งเรือไปช่วยเจ้า และครั้งที่สามข้าส่งขอนไม้ไปให้เจ้าเกาะ แต่ทั้งสามครั้ง เจ้าปฏิเสธความช่วยเหลือของข้า”

สวัสดี และขอพระอวยพรครับ :)

ป.ล. คิดไปคิดมา นักบุญเปโตรก็ปฏิเสธพระเยซูเจ้าไปสามครั้งเหมือนกัน อืมมมม


หลาย ๆ ครั้งที่คุณคนเขียนได้ยินคนบ่นกันทำนองว่า ทำนู่นก็ไม่สำเร็จ ทำนี่ก็ไม่ได้เรื่อง ทำอะไรก็พลาดไปหมด แล้วก็ปิดท้ายว่า “พระเจ้าไม่เข้าข้างเลย”

พูดกันอย่างนี้บ่อย ๆ พระเจ้าคงนั่งไม่ค่อยเป็นสุขเท่าไหร่

คุณคนเขียนมองว่า ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับพระเจ้า คล้าย ๆ กับการร่วมหุ้น ร่วมลงทุนกันหนะครับ คือพระเจ้าลงทุนมาให้ส่วนหนึ่ง แล้วคนก็ต้องไปลงมือทำต่อ ส่วนจะได้กำไรหรือว่าขาดทุน มันเป็นผลจากการลงมือทำของคนหนะครับ

หลายครั้งที่คนมีปัญหา คนก็มักจะเรียกร้องให้ “พระเจ้าช่วย” ความคาดหวังของการเรียกร้องก็แตกต่างกันออกไป แต่พูดจริง ๆ นะคุณ ๆ … คงไม่มีใครคิดว่า “พระเจ้าช่วย” แล้วหวังจะเห็นมือพระเจ้ามาขยุกขยิกแก้ปัญหาให้กระมัง

พูดไปก็เหมือนจะเป็นเรื่องแปลก หลาย ๆ ครั้งที่คุณคนเขียนมีปัญหาแก้ไม่ตก อกจะแตก การมองขึ้นไปบนฟ้า (หรือเพดานห้อง แล้วแต่สถานที่) แล้วนึกในใจเงียบ ๆ คนเดียว ถาม “คนข้างบน” ว่าทำยังไงดี … หลาย ๆ ครั้งวิธีแก้ปัญหามันก็วิ่งผ่านหัวมาแบบไม่คาดคิด

… มันก็ไม่ได้เป็นทุกครั้งหรอกนะครับ แต่ก็มากครั้งพอที่จะทำให้คุณคนเขียนเชื่อได้ว่า “คนข้างบน” ฟังอยู่

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณ ๆ คิดว่า “พระเจ้าไม่ช่วย” คุณคนเขียนแนะนำว่า ลองหาเวลาเงียบ ๆ สงบ ๆ นั่งมองขึ้นไปบนฟ้า (หรือบนเพดานห้อง แล้วแต่สถานที่) แล้วลองคุยกับ “คนข้างบน” ดูนะครับ … เผื่อพระองค์จะทรงคุยด้วย ;)

… แล้วถ้าพระองค์คุยด้วยแล้ว อย่าลืมลงมือทำตามที่พระองค์แนะนำหละ เดี๋ยวจะหาว่า “พระเจ้าไม่ช่วย” อีก

(คือ อยากเขียนเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว คิดซะว่า นาน ๆ คุณคนเขียนจะเข้าหาศาสนาซะทีละกันนะครับ แต่ถ้ามีคำพูดตรงไหนไม่ถูกใจพวกเดียวกัน ก็อย่าว่ากันนะครับ คุณคนเขียนไม่ชอบพูดเรื่องศาสนาด้วยศัพท์สูงอะ เขียนแล้วก็ต้องแปล พระปรีชาญาณ งี้ พระญาณสอดส่อง งี้ … เอาง่าย ๆ ละกัน)

เท่านี้หละครับ
สวัสดี และขอพระอวยพรครับ


“… เพราะเห็นแก่เรามนุษย์ เพื่อทรงช่วยเราให้รอด พระองค์จึงเสด็จจากสวรรค์ …”

Merry Chirstmas ครับ


มาแล้วครับ มาแล้ว .. :$

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณคนเขียนเดินทางร่วมกับกลุ่มครูคำสอน ไปจังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อไป “จาริกแสวงบุญ” และเยี่ยมเยียนวัดคาทอลิกบริเวณนั้น

อันที่จริงคุณคนเขียนไม่ค่อยนิยมชมชอบคำว่า “จาริกแสวงบุญ” เท่าไหร่ มันฟังดูสูงส่งเกินไปสำหรับคุณคนเขียนซะจริง ๆ ดังนั้นเวลาใคร ๆ ถาม คุณคนเขียนก็มักบอกว่า “ไปวัดที่ต่างจังหวัด” ซะบ่อย … มันก็เป็นซะอย่างงี้หละครับ

เอ้า นอกเรื่อง ..

continue reading …


Categories

Monthly