Category Archives: catholic

เดินตามความเชื่อ : โรม 2

มาเที่ยวต่อกันครับ คราวที่แล้วคุณคนเขียนเล่าไปได้ครึ่งวันละ

หลังอาหารกลางวันมื้อแรกในโรม เราออกเดินทางกันไปที่วัดพระมารดานิจจานุเคราะห์ เป็นวัดของคณะมหาไถ่ครับ วัดนี้เราใช้เวลาสั้น ๆ แวะไปเยี่ยม และคุณคนเขียนไม่มีข้อมูลครับ แหะ ๆๆๆ

เดินตามความเชื่อ : โรม 1

ก่อนจะเริ่มลงมือเขียนถึงการไปแสวงบุญที่ประเทศอิตาลี คุณคนเขียนตั้งใจไว้ว่าจะต้องออกตัวหลาย ๆ อย่าง แต่คิดไปคิดมา เอาไว้ค่อยเล่าระหว่างทางจะดีกว่า ว่าแล้ว เราไปเที่ยวกันครับ

ออกตัวที่ 1: อันเนื่องมาจากว่า เรื่องต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับการแสวงบุญ คุณคนเขียนคงจะหลีกหนีจากการเขียนเรื่องศาสนาไม่ได้นะครับ ถ้าไม่ชอบใจ ก็คิดซะว่าดูรูปที่สวยบ้าง ไม่สวยบ้างแล้วกันนะครับ :)

กำลังใจ

หลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ คราว คุณคนเขียนก็ลืมความสำคัญของคำว่า “กำลังใจ” ไปเหมือนกันนะครับ (รวมถึงการ “ให้กำลังใจ” ด้วย)

สัปดาห์ที่แล้วเป็นสัปดาห์มหาหิน ค่อนข้างเลวร้ายที่สุดตั้งแต่เริ่มต้นปีใหม่นี้มา ไม่ว่าจะในด้านร่างกาย (โดยเฉพาะข้างบ้าน) หรือใจด้านจิตใจ เรียกว่าอารมณ์หดหู่จนคุณคนเขียนคิดถึงว่า น่าจะลองเลิกทำไอ้งานที่ทำ ๆ อยู่นี้ไปสักสามเดือน ระหว่างนั้นก็หาอย่างอื่นทำทดแทนไปก่อน แล้วค่อยมาดูกันใหม่ว่ายัง “สนุก” กับการเขียนเว๊บอยู่หรือเปล่า

จนกระทั่งเมื่อวันเสาร์ คุณคนเขียนไปโบสถ์รอบกลางคืน เพื่อร่วมพิธีมิสซาวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์ (Holy Saturday) และวันรุ่งขึ้นก็จะเป็นวันปัสกา (Pascha) หรืออีสเตอร์ (Easter) ซึ่งเป็นวันที่ศาสนาคริสต์เชื่อว่าพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนชีพจากความตาย …

หลังพิธี คุณคนเขียนก็เดินไปสวัสดีพ่อวีระเหมือนทุกครั้ง พ่อก็ทักทายเหมือนทุกครั้งว่า “เป็นยังไงบ้างงงง” (กรุณาลากเสียงยาว ๆ) คุณคนเขียนก็ตอบไปอย่างไม่ทันคิดรอบคอบว่า “เหนื่อยครับพ่อ ช่วงนี้ปัญหาเยอะ”

พ่อวีระตอบกลับมาประมาณว่า ‘นี่ไง เป็นการร่วมพระมหาทรมานกับพระเยซูเจ้าในช่วงมหาพรต1 ขอให้ผ่านการทดลองของพระเป็นเจ้าช่วงนี้ไปได้ด้วยดี’

… สัปดาห์นี้ ผ่านมาสองวัน ราบรื่น สบายใจ เกี่ยวกันไหม ไม่รู้ครับ แต่คำพูดสั้น ๆ ก็ช่วยทำให้รู้สึกสบายใจ และพร้อมเดินต่อได้เหมือนกัน

แอบขอบคุณพ่อวีระบนนี้อีกรอบครับ

ช่วงเวลา […]

สนทนากับพระเจ้า

อันสืบเนื่องมาจากคำแนะนำของคุณเม่นเมื่อคราวที่แล้ว เกี่ยวกับหนังสือเรื่อง “สนทนากับพระเจ้า” คุณคนเขียนก็เลยลองไปเสาะหาดู เพราะจำได้ว่าเคยได้เห็นหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาอังกฤษ ก็เลยค้นพบว่ามีคนเอามาสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วย มือไวเท่าใจคิด คุณคนเขียนก็เลยสั่งทั้งหนังสือ และภาพยนตร์มาในคราวเดียวกันเลย

ปรากฎว่า DVD มาถึงก่อน (สักประมาณสองสัปดาห์ที่แล้ว) คุณคนเขียนก็เลยจัดการเปิดดูซะเลย ช่วงแรกก็ไม่ได้ตื่นเต้นกับเนื้อหามากนัก อาจเป็นเพราะเดินเรื่องค่อนข้างช้า แต่พอไปถึงช่วงกลางเรื่อง คุณคนเขียนหยุดทำทุกอย่างเพื่อที่จะมาตั้งใจดู … พอดูจนจบ คุณคนเขียนตั้งใจว่า หนังสือมาถึงเมื่อไหร่ อ่านทันที!

หนังสือมาถึงเมื่อวานนี้ครับ แต่ด้วยความยุ่งยากสับสนเกี่ยวกับเรื่องงานเล็กน้อย คุณคนเขียนก็เลยยังไม่ได้มีโอกาสได้หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน จนวันนี้ตลอดทั้งวัน สถานการณ์ก็ยังไม่เข้าที่เข้าทางมากนัก บ่ายแก่ ๆ คุณคนเขียนเลยตัดสินใจว่า หนีบหนังสือไปนั่งอ่านที่ร้านกาแฟสักพักดีกว่า

… อ่านแล้วติด ยิ่งกว่าอ่าน แฮร์รี่ พอตเตอร์​ ซะอีก

ในย่อหน้าสุดท้ายของคำนำ ผู้เขียนบอกเอาไว้ว่า

If this is the first time you have come across this material and you think that you have […]

พระเจ้าไม่ช่วย … แบบนิทาน

อันสืบเนื่องมาจากเรื่องที่คุณคนเขียนเล่าไว้เมื่อคราวที่แล้ว คุณคนเขียนก็นึกถึงนิทานเรื่องนึงที่พ่อวีระเล่าให้ฟังตอนที่เรียนคำสอน เป็นนิทานเกี่ยวกับกระทาชายนายหนึ่ง ผู้ซึ่งมีความเชื่อมั่นใจพระเจ้าเป็นอย่างมากมาย

อยู่มาวันหนึ่งฝนเกิดตกหนักในหมู่บ้านของนายคนนี้ ทำให้น้ำท่วมอย่างหนัก ผู้คนต้องอพยพหนึน้ำขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านกันหมด

ไม่นานความช่วยเหลือก็มาถึง เฮลิคอปเตอร์ทยอยช่วยคนที่ติดอยู่บนหลังคาบ้านทีละหลัง ๆ จนกระทั่งมาถึงบ้านของชายผู้นี้ คนบนเฮลิคอปเตอร์ก็ตะโกนลงมาว่า “เกาะเชือกไว้สิ เราจะพาคุณไปยังที่ปลอดภัย” แต่ชายผู้นั้นกลับตอบว่า “ไม่เป็นไรหรอก ขอบคุณมาก เดี๋ยวพระเจ้าก็จะช่วยฉันเอง” … เกลี้ยกล่อมอยู่นาน ชายผู้นั้นก็ไม่ยอมรับความช่วยเหลือ เฮลิคอปเตอร์ก็ต้องบินจากไป

… ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อย ๆ

เวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งพายเรือหนึน้ำกันมา พอเห็นว่ายังมีคนติดอยู่ จึุงพากันพายเรือเข้ามาใกล้ แล้วก็เรียกไปยังชายผู้นั้นว่า “มาขึ้นเรือกับพวกเราสิ เราจะพาคุณไปยังที่ปลอดภัย” แต่ชายผู้นั้นก็ยังคงตอบเหมือนเดิมว่า “ไม่เป็นไรหรอก ขอบคุณมาก เดี๋ยวพระเจ้าก็จะช่วยฉันเอง” … และไม่ว่าชาวบ้านจะเกลี้ยกล่อมอย่างไร ชายผู้นั้นก็ยังยืนกรานที่จะรอความช่วยเหลือจากพระเจ้าอยู่ที่้บ้านของเขา

… ระดับน้ำสูงจนเกือบมิดหลังคาแล้ว

ชายผู้เชื่อมั่นในพระเจ้ามองเห็นขอนไม้ใหญ่ลอยมาทางบ้านเขา ขอนไม้นั้นลอยมาใกล้ในระยะที่เขาสามารถว่ายน้ำไปเกาะได้ เสี้ยววินาทีหนึ่งเขาคิดว่า ถ้าเขาไม่เกาะขอนไม้นี้ไป เขาต้องจมน้ำตายแน่ ๆ แต่แล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะนั่งรออยู่บนหลังคนบ้านของเขา เขาคิดในใจว่า “พระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งผู้รับใช้ผู้ซื่อสัตย์หรอก เดี๋ยวพระองค์ต้องมาช่วยเราแน่นอน”

… น้ำท่วมจนมิดหลังคา ชายผู้นั้นจมน้ำตาย

เมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้งหนึ่ง เขากำลังยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า ทันทีที่รู้ตัวว่าเขาอยู่ที่ไหน เขากล่าวกับพระเจ้าด้วยน้ำเสียงอันน้อยอกน้อยใจว่า “พระเจ้าข้า เหตุใดพระองค์ึจึงทอดทิ้งผู้รับใช้ของพระองค์ เหตุใดพระองค์จึงไม่ยื่นมือมาช่วยข้า เหตุใดพระองค์จึงปล่อยให้ข้าจมน้ำตาย”

พระเจ้าตรัสตอบชายคนนั้นว่า “ข้าได้พยายามช่วยเจ้าแล้ว […]