!/figures/misc/king01.jpg!
!/figures/misc/king02.jpg!
!/figures/misc/king03.jpg!
%(source)ภาพจาก website ผู้จัดการ%
!/figures/misc/king01.jpg!
!/figures/misc/king02.jpg!
!/figures/misc/king03.jpg!
%(source)ภาพจาก website ผู้จัดการ%
เวลาจ่ายค่าทางด่วน หลาย ๆ ครั้งที่พนักงานเก็บเงินจะยื่นกระดาษอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่ใบเสร็จมาให้ คุณคนเขียนก็ไม่เคยได้หยิบอ่าน ส่วนใหญ่พอเห็นว่ามันสกปรกในรถ คุณคนเขียนก็โยนลงถังขยะซะหมด เมื่อวานก็เกือบไป แต่บังเอิญไปเห็นว่า บนกระดาษแผ่นหนึ่งมีรูปพระเจ้าอยู่หัวอยู่ คุณคนเขียนก็เลยรีบหยิบมาพลิก ๆ อ่านดู อ่านแล้วก็เลยอยากหยิบมาฝากคุณ ๆ คนอ่านด้วยครับ
bq.. “… การที่จะประกอบกิจการใด ๆ ให้เจริญเป็นผลดีนั้น ย่อมต้องอาศัยความอุตสาหะพากเพียร และความซื่อสัตย์สุจริตเป็นรากฐานสำคัญ ประกอบกับจะต้องเป็นผู้มีจิตใจเมตตากรุณาไม่เบียดเบียนผู้อื่น และพร้อมที่จะบำเพ็ญประโยชน์ให้เกิดแก่ส่วนรวม ตามโอกาสอีกด้วย ถ้าปฏิบัติได้ดังนี้ การงานของท่านก็จะสำเร็จสมความปรารถนาทุกประการ …”
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2499
p. บันทึกเอาไว้ เตือนตัวเองได้เป็นอย่างดี กระดาษจากทางด่วนแผ่นนี้ มีพระบรมราโชวาทสองข้อ ข้อที่สองนี้ก็ขอบันทึกเอาไว้ด้วยเลยแล้วกันครับ
bq.. “… ในการพัฒนาประเทศนั้น จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน ด้วยวิธีการที่ประหยัดระมัดระวัง แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อพื้นฐานเกิดขึ้นมั่นคงพอควรแล้ว จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญขั้นที่สูงขึ้นตามลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยมิได้คำนึงถึงความสมดุลย์และความสัมพันธ์อันสอดคล้องในองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างพอเพียง อาจทำใ้ห้เศรษฐกิจของประเทศล้มเหลวได้ …”
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2517
p. ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ พระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงเป็นพระปกเกล้าของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนานเทอญ
วานนี้คุณคนเขียนมีโอกาสได้คุยกับคนรู้จัก ไม่รู้คุยเรื่องอะไร แต่มันมาจบลงที่คำว่า “อัตตา” ได้ความประมาณว่า คำว่า อัตตา เนี่ย สะกดได้สองแบบ คือ อัตตา อย่างที่เห็นกันอยู่ทั่ว ๆ ไป และ อัดตา
โดย อัตตา อย่างแรก คุณคนเขียนเข้าใจว่า มีความหมายตรงกันโดยประมาณกับคำว่า ego (person’s sense of self-esteem or self-important) ในภาษาอังกฤษ ซึ่งก็น่าจะแปลได้ประมาณว่า ความเป็นตัวตนของบุคคล ซึ่งคนรู้จักบอกว่า อัตตานี้แหละ ที่ชาวบ้านเค้ารณรงค์ให้ลด ๆ กันหน่อย อันนี้คุณคนเขียนไม่เข้าใจ
%(me)แต่ถ้าจำไม่ผิด Freud บอกเอาไว้ว่า ego เป็นตัวรักษาสมดุลย์ระหว่างแรงกระตุ้น (id) กับจิตใต้สำนึก (superego) นี่นา แสดงว่า ego ก็เป็นพระเอกสิ จะไปเอามันออกทำไม%
แต่ อัดตา อันที่สองนี้ ความหมายไม่มีในภาษาอังกฤษ แต่ความหมายภาษาไทยแปลได้ประมาณว่า “การเห็นแต่ตัวเอง มองแต่จากมุมมองของตัวเอง” หรือสั้น ๆ คือ “การมีตัวเองอัดอยู่เต็มลูกตา เลยมองเห็นแต่ตัวเอง” นั้นแล
การสนทนาวันนั้นจบลงที่ว่า อัตตา (ตามความหมายของ Freud นั้น) มีเอาไว้ก็คงไม่เป็นไร อย่าเอามันไปทำให้ใครเค้าเดือดร้อนก็เป็นพอ แต่ อัดตา อย่างหลังนี้ไม่ควรมีเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นอันตรายต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์เป็นอย่างมาก
… ว่าแล้วคุณคนเขียนก็ไปสำรวจตัวเองสักหน่อยดีกว่า ว่าไอ้ที่มีอยู่มันเป็น อัตตา หรือ อัดตา
สวัสดีครับ
!http://www.macsf.net/figures/misc/bbr.png!
ATTN : “BEAUTY BEACH RESORT”:http://www.beautybeachresort.com/ ปราณบุรี FAX : 032-631733
เรื่อง : ร้องเรียนการบริการ วันที่ : 17 มิถุนายน 2549
เรียน ท่านเจ้าของ “Beauty Beach Resort”:http://www.beautybeachresort.com/
เมื่อวันที่ 13-16 มิถุนายน 2549 ดิฉันและคณะเพื่อน รวม 8 คน ได้เดินทางไปใช้บริการ ณ ที่พักของท่าน ซึ่งก่อนนั้นในวันที่ 8 มิถุนายน เวลาประมาณ 18.30 น. ดิฉันโทรเข้าไปเพื่อสอบถามเรื่องการจองห้องพัก แต่พนักงานที่รับสายโทรศัพท์ ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่ไพเราะ และพูดในความหมายที่ว่า ที่ดิฉันสอบถามเรื่องห้องพักนี้ จะมาใช้บริการจริงหรือไม่ เมื่อดิฉันสอบถามไปว่ามีห้องพัก 2 ห้องติดกันในวันที่ 13-16 มิถุนายน ยังว่างอยู่หรือเปล่า พนักงานของท่านตอบกลับมาว่า แล้วจะมากี่คน จะมากี่คนก็มีห้องให้ทั้งนั้นแหละ ดิฉันจึงระบุไปว่า ดิฉันขอจองห้องพัก V1 และ V2 ถ้าหากว่าห้องดังกล่าวว่าง และเมื่อถามว่าควรโอนเงินค่าเข้าพักภายในวันที่เท่าไหร่ พนักงานของท่านตอบว่า แล้วจะโอนเมื่อไหร่หละ ทั้งที่ดิฉันไม่พอใจกับคำพูดและน้ำเสียงของพนักงานของท่าน แต่ดิฉันก็ตัดสินใจจองห้องพัก และได้ทำการโอนเงินในวันรุ่งขึ้น
ในเช้าวันที่สองดิฉันได้เดินไปบอกพนักงานว่า ให้ช่วยทำความสะอาดห้องพักให้ด้วย พนักงานก็มาทำความสะอาดให้ แต่ไขประตูห้องเข้ามาอย่างไร้มารยาท โดยไม่มีการเคาะประตหรือสอบถามก่อนเลยว่า ลูกค้ายังพักอยู่ในห้องหรือไม่ เมื่อพนักงานไขกุญแจเปิดประตูห้องมาแล้ว เห็นว่ามีคนอยู่ในห้องและนอนอยู่ แทนที่พนักงานจะกล่าวคำขอโทษและเดินออกไป แต่พนักงานกลับเดินเข้ามาในห้อง เก็บถุง เก็บขวด เดินสำรวจและเดินออกไป ซึ่งดิฉันถือว่า การทำกิริยาแบบนี้ต่อลูกค้า เป็นการกระทำที่ไร้มารยาทมากที่สุด
คืนที่สอง ห้องพัก V1 มีอาการไฟตก เวลาประมาณ 23.00 น. เพื่อนที่พักห้อง V1 ได้ไปติดต่อพนักงานของท่าน เพื่อสอบถามว่าจะแก้ไขอะไรให้ได้บ้างไหม พนักงานของท่านตอบว่า แก้ไขอะไรให้ไม่ได้ เอาพัดลมไปแทน แต่เมื่อกลับมาที่ห้องพัดลมไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากไฟตก ดิฉันจึงเดินไปถามพนักงานอีกครั้งหนึ่งว่า สามารถแก้ไขอะไรให้ได้บ้างไหม พนักงานลุกขึ้นมาตอบด้วยสีหน้าหงุดหงิดว่า ไฟมันตกกันทั้งหมดนั่นแหละ แก้ไขอะไรไม่ได้หรอก ดิฉันเลยตอบกลับไปว่า ห้อง V2 ที่ดิฉันพัก ไม่มีปัญหาอะไรเรื่องไฟตก แอร์ยังเปิดได้ปกติ ทีวียังดูได้ปกติ และหลอดไฟก็ไม่ได้หรี่ลงเลย แต่พนักงานของท่านตอบกลับมาอีกว่า ก็แก้ไขไม่ได้ ช่างไม่อยู่ ใครจะมาอยู่ดึก ๆ แก้ปัญหาแบบนี้ให้เล่า ดิฉันจึงสอบถามว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น ขอเปลี่ยนห้องนอนสักคืนหนึ่งได้ไหม พนักงานของท่านตอบมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า ไม่ได้ เปลี่ยนไม่ได้ อย่างไรก็เปลี่ยนไม่ได้
ดิฉันรู้สึกไม่พอใจอย่างมากทั้งในเรื่องบริการก่อนหน้านี้ รวมถึงเรื่องนี้ด้วย ทั้งที่ดิฉันเป็นลูกค้าและจ่ายค่าห้องพักให้ครบถ้วน แต่ทำไมดิฉันถึงได้รับการบริการจากพนักงานของท่านแย่และเลวร้ายถึงเพียงนี้ ดิฉันจึงถามพนักงานคนนั้นว่า เจ้าของรีสอร์ทอยู่ไหม พนักงานตอบว่า เจ้าของไปกรุงเทพ ดิฉันเลยถามอีกว่า แล้วมีเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าของหรือเปล่า เผื่อว่าดิฉันจะได้โทรไปบอกเรื่องราวไฟตก แล้วเจ้าของอาจจะให้เปลี่ยนห้องได้ แต่พนักงานของท่านตอบกลับมาว่า ถึงมีเบอร์ ถึงโทรไปตอนนี้ เจ้าของก็ไม่รับสายโทรศัพท์อยู่ดี แล้วพนักงานคนดังกล่าวถึงได้ลุกไปหยิบกุญแจของห้องอื่น มาเปิดห้อง V12 ให้ เมื่อดิฉันไปบอกเพื่อนว่าให้ย้ายของไปนอนห้อง V12 เพื่อน ๆ ก็เอาสัมภาระที่เป็นทรัพย์สินสำคัญแค่กระเป๋าใบเดียวย้ายไป แต่พนักงานก็ทำท่าทีและบ่นออกมาว่า จะย้ายของมาทำไมหมด เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องย้ายกลับไปแล้ว เอามาแค่ของที่จะนอนก็พอ ทั้งที่ดิฉันและเพื่อนโมโหมากว่าทำไมพนักงานไม่พูดด้วยถ้อยคำดี ๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่เพื่อนกำลังยกสัมภาระของตัวเองกลับห้อง มีพนักงานเดินมาบ่นทำนองเดียวกันอีกว่า จะย้ายของมาเยอะแยะทำไม เห็นไหมเดี๋ยวก็ต้องย้ายกลับอยู่ดี ซึ่งดิฉันและเพื่อน ไม่เข้าใจว่า พนักงานที่รีสอร์ทแห่งนี้ได้รับการอบรมที่ดีในการประพฤติปฏิบัติตัวต่อลูกค้าหรือไม่ ถึงได้แสดงกิริยาที่ไม่ดีกับลูกค้าเป็นประจำ
ก่อนหน้านี้ดิฉันเคยมาพักที่ Beauty Beach Resort แล้วครั้งหนึ่ง เมื่อประมาณกลางปี 2548 ซึ่งการบริการของพนักงานก็ไม่จัดว่าอยู่ในระดับน่าประทับใจ แต่ดิฉันก็ไม่ได้ถือสา เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย และบรรยากาศที่ resort ของท่านก็สงบร่มรื่นน่าพักผ่อน ดิฉันจึงมองข้ามจุดบกพร่องส่วนนี้ไป และครั้งนี้ดิฉันจึงแนะนำเพื่อนให้มาพักที่รีสอร์ทแห่งนี้ แต่พนักงานก็ยังแสดงกิริยามารยาทไม่ดีเช่นเดิม และยังมากขึ้นด้วย ทำให้ดิฉันและเพื่อนรู้สึกว่า ถึงแม้รีสอร์ทของท่านจะมีวิวทะเลที่สวยและสงบเพียงใด แต่ถ้าการบริการยังแย่และพนักงานไร้มารยาทเช่นนี้ ดิฉันและเพื่อนคงจะไม่กล้าแนะนำให้ใครมาใช้บริการที่รีสอร์ทของท่านอีกเป็นแน่ เพราะดิฉันเชื่อว่าคนที่ต้องการมาทะเล ต้องการมาพักผ่อน และในเมื่อเสียค่าห้องพักมาแล้ว เขาย่อมต้องการบริการที่ดี และพนักงานที่มีกิริยาที่ดีแน่นอน
สุดท้ายนี้ ดิฉันขอเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่า ดิฉันไม่พอใจ และไม่รู้สึกประทับใจกับการมาพักที่รีสอร์ทของท่านในครั้งนี้เลย ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะนำคำร้องเรียนของดิฉันไปพิจารณาเพื่อปรับปรุงแก้ไข และถ้าหากท่านมีข้อสงสัยต้องการซักถาม กรุณาติดต่อดิฉันได้ทางเบอร์โทรศัพท์มือถือข้างต้น
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
สายทิพย์ เชวงทรัพย์
ป.ล. ดิฉันได้อ่าน “ข้อชี้แจง“:http://www.beautybeachresort.com/BBRnew/T10.html ของท่านทาง website แล้ว ไม่มีข้อใดที่สามารถอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ดิฉันจึงส่งคำร้องเรียนนี้ถึงท่าน
อันสืบเนื่องมาจากเรื่องที่ผู้เขียนรับเชิญมาเขียนเอาไว้เกี่ยวกับ “โปรโมชั่นโทรศัพท์”:http://www.macsf.net/breadcrumb/2006/05/05/1018/ เมื่อประมาณสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
ขณะที่คุณคนเขียนกำลังเขียนเรื่องนี้อยู่ (คืนวันศุกร์) รายการถึงลูกถึงคนเพิ่งจะจบครับ คืนนี้เค้าคุยกันเรื่องเกี่ยวกับเครือข่ายมือถือ ที่ทุกวันนี้โทรติดกันยากเย็นเหลือเกิน ในรายการมีตัวแทนจาก AIS, DTAC, TOT (ทศท) และ กทช (คณะกรรมการการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรืออะไรทำนองนั้น)
ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้งสองค่ายเห็นตรงกันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการขยายเครือข่ายไม่ทัน แต่ที่สำคัญคือ โปรโมชั่นโทรกระหน่ำที่ทุกค่ายช่วยกันเสนอกับผู้ใช้ มีส่วนสำคัญที่ทำให้ระบบ “ล่ม” ในทุกวันนี้
เริ่มจากค่าย A ค่ายใหญ่สุด มีโปรโมชั่น โทรนาทีแรก 3 บาท นาทีที่สอง 1 บาท นาทีที่สาม 1 บาท และหลังจากนั้นฟรี
ค่าย D ค่ายใหญ่อันดับสอง มีโปรโมชั่นโทร 2-2.50 บาท ต่อครั้งในช่วงเวลาเที่ยงคืนถึงหกโมงเย็น
หรือค่าย TM เค้าก็ให้ “โทรได้ไม่มีอั้น” ช่วงหกโมงเช้าถึงหกโมงเย็น
นี่เฉพาะในส่วนของ postpaid (จ่ายรายเดือน) นะครับ ยังไม่พูดถึงพวกโปรโมชั่นที่เป็นส่วนของ prepaid (เติมเงิน) ที่มีหลายแบบหลายอารมณ์อยู่เหมือนกัน
จากโปรโมชั่นข้างต้น คุณ ๆ คนอ่านสังเกตเห็นอะไรไหมครับ คุณ ๆ สังเกตไหมว่า มันเป็นโปรโมชั่นประเภทโทรยาวแบบเหมาจ่าย คือ เสียค่าโทรจำนวนหนึ่ง แล้วจะโทรนานเท่าไหร่ก็ได้ ไม่เหมือนกับสมัยก่อนที่เค้าคิดราคากันเป็นนาที หรือวินาที
อันที่จริงโปรโมชั่นแบบนี้มันก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ ถ้าผู้ใช้โทรศัพท์มีสำนึกกันสักเล็กน้อย คือ ใช้โทรศัพท์เท่าที่จำเป็น แล้วก็วางหูไปซะเมื่อหมดเรื่องที่จะคุยแล้ว
ปัญหามันอยู่ตรงที่ ผู้ใช้โทรศัพท์จำนวนมาก มันไม่มีสำนึกครับ
มีคนบางประเภทเห็นว่า ‘ก็ในเมื่อมันโทรได้ฟรีไม่ต้องเสียค่านาที งั้นก็ไม่เห็นจำเป็นต้องวางหูนี่หว่า’ คนพวกนี้ก็จะโทรไปยังเลขหมายปลายทาง และหลังจากที่คนพวกนี้โทรคุยกันเสร็จแล้ว แทนที่จะวางหู คนพวกนี้ก็ปล่อยสายค้างเอาไว้ พอมีอะไรจะคุยต่อ ก็เรียกอีกฝ่ายหนึ่งให้มาคุย (อาจใช้ speakerphone กระมัง) มีคนพวกนี้เยอะ ๆ เข้า คู่สายก็เต็มสิครับ
ระหว่างรายการถึงลูกถึงคน ก็มีการพูดถึงนิสัยการโทรประเภทนี้เหมือนกัน และหลังจากพูดถึงเรื่องนี้ไม่นาน ก็มี SMS ตอบโต้เข้ามาจำนวนหนึ่ง โดยจะพูดไปในลักษณะที่ว่า ‘เสียตังค์ไปแล้ว ก็จะโทร ผิดตรงไหน’ หรือ ‘จะโทรนานก็เป็นสิทธิ’ หรืออะไรทำนองนี้
เอาอย่างนี้นะครับ ในกรณีที่มีคนประเภทนี้ผ่านมาอ่าน มันเป็นสิทธิของคุณที่จะเกาะสายค้างเอาไว้ แต่ลองจินตนาการดูนะครับ ถ้าวันหนึ่งมีคนที่คุณรัก หรือญาติที่คุณรู้จักกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างด่วน แต่คุณไม่สามารถติดต่อใครได้เลย เพราะมีคนประเภทคุณยึดคู่สายเอาไว้หมด … หวังว่าคุณจะไม่โวยวายนะครับ ว่าโทรไม่ติดเพราะคนใช้กันเยอะ
ในรายการคืนนี้ ผู้ให้บริการเค้าก็บอกว่า เค้าคงต้องไปคิดใหม่เกี่ยวกับโปรโมชั่น และพอโปรโมชั่นชุดนี้หมดลง เค้าคงต้องหาวิธีแข่งขันที่ดีกว่านี้ … เอาเลยครับ จ่ายแพงสักนิด โทรฟรีน้อยหน่อย แต่โทรได้เรื่อย ๆ มันคงน่าใช้กว่านี้เยอะ
สวัสดีครับ