การเมืองไทยยุคนี้สมัยนี้ เป็นยุคที่ปัญญาอ่อนแบบที่คุณคนเขียนไม่เคยเห็นมาก่อน จริงอยู่ที่ว่า การเมืองคือเรื่องของการแย่งชิงอำนาจ แต่ปัจจุบันมันเป็นการแย่งชิงชนิดที่ไม่สนใจความเป็นไปอะไรทั้งนั้น เป็นการเมืองแบบที่เรียกว่า กูไม่ได้ มึงก็ต้องไม่ได้ อย่างแท้จริง
ก่อนหน้านี้พวกที่ประท้วงกันอ้างว่า รัฐบาลไม่สนใจทำอะไรนอกจากแก้รัฐธรรมนูญ รับไม่ได้ ประท้วงกันจนรัฐบาลล่มไปสองครั้ง (อันที่จริง ทั้งสองครั้ง ล่มเพราะศาล ต่างกรรมต่างวาระกันไป) รัฐบาลดูแลประเทศหรือไม่อย่างไร คุณคนเขียนก็ไม่ทราบ แต่ที่แน่ ๆ ไอ้พวกม๊อบนี่ก็ทำให้ประเทศเป็นอัมพาตไปช่วงนึง … และยังไม่รู้ว่าจะฟื้นเมื่อไหร่ึ
ตอนนี้พวกที่ประท้วง (อีกพวกนึง ฝ่ายตรงข้ามกัน) อ้างกันว่า รัฐบาลใหม่มาไม่ถูกตามธรรมเนียม ไปปล้นอำนาจมาจากฝ่ายตัวเอง รับไม่ได้เหมือนกัน รัฐบาลมีหน้าทีเดียวคือ ยุบสภา ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านเก่าก็เรียกร้องให้ยุบสภา แต่ว่าตอนนั้นอำนาจอยู่ในมือตัวเอง ก็เลยไม่อยากทำ ตอนนี้อำนาจไม่มีแล้ว ก็เลยอยากให้ยุบ
ส่วนเรื่องที่ว่ารัฐบาลมาถูกหรือไม่ ก็ต้องถามว่า ฝ่ายเสียงข้างมากตั้งรัฐบาลได้ 2 ครั้ง แล้วสามารถแก้ปัญหาอะไรได้บ้างไหม ถ้าสิ่งที่ทำไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ ก็เป็นสิทธิของอีกฝ่ายที่จะตั้งรัฐบาลไม่ใช่หรือ? หรือความเป็นประชาธิปไตยคือฝ่ายกูเป็นรัฐบาลเท่านั้น?
ตอนนี้เรื่องที่สำคัญไม่ใช่ใครได้มีอำนาจหละครับ ปัญหาอยู่ที่ประเทศ ประเทศและคนในประเทศกำลังลำบาก ถ้ามัวแต่ห่วงและหวงเก้าอี้ที่นั่งกันอยู่ คุณคนเขียนก็จนใจ และคงต้องยอมรับสภาพ เพราะสิ่งที่คนพวกนี้ต้องการ ไม่ใช่ประชาธิปไตย ไม่ใช้ความชอบธรรม แต่พวกนี้ต้องการแค่อำนาจ และเงิน … นั่นเป็น ความจริงวันนี้ ที่คุณคนเขียนว่าไม่มีใครกล้าเถียงมั้งครับ?
ส่วนไอ้คนที่หนีคุกอยู่เมืองนอก คุณคนเขียนคิดว่า ชีวิตที่เหลือมันคงไม่ได้มีความสุขหละครับ
พูดแล้วก้อยากไล่นักการเมืองไปอยู่เกาะกันซะให้หมด!!
(พูดกันตรง ๆ ครับ คุณคนเขียนไม่รวยและก็ไม่จน และไอ้คนกลุ่มตรงกลางนี่แหละครับ ที่กำลังลำบาก!)