เช้าวันที่หกของการเดินทาง เราออกจากเมืองปาดัว มุ่งหน้าไปเมืองเตรนท์ (Trent) เสร็จแล้วช่วงบ่ายเราก็ออกเดินทางต่อเพื่อไปเมืองตูริน (Turin) เป็นอีกวันหนึ่งที่ใช้เวลาส่วนใหญ่กันในรถ
เช้าวันต่อมา เรานั่งรถบัสไปที่วิหารนักบุญยอห์นแบ๊บติส ไปดูผ้าตราสังข์ที่เชื่อว่าเป็นผืนเดียวกับที่ใช้ห่อพระศพของพระเยซูเจ้า หลังจากที่ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ช่วงบ่ายเป็นช่วง “ตามอัธยาศัย” คุณคนเขียนกับข้างบ้านก็เลยขอพ่อวีระว่า จะเดินกลับไปที่โรงแรมกันเอง
แล้ววันสุดท้ายเราก็นั่งรถข้ามประเทศ จากอิตาลีไปสวิสเซอร์แลนด์ ใช้เวลาเดินทางก็อีกครึ่งวัน แวะไปที่เมืองลูเซิร์นสัก 3-4 ชั่วโมง หลังอาหารเย็นเราก็ออกเดินทางไปที่สนามบินซูริค เพื่อเดินทางกลับประเทศสยามนี้เอง
(more…)
ช่วงหลัง ๆ เร่ิมถ่ายภาพน้อยลง ไม่ใช่เพราะว่าวิวไม่สวยนะครับ แต่ว่าหลายสถานที่เค้าไม่ให้ถ่ายภาพภายใน ก็เลยได้แต่ถ่ายบรรยากาศด้านนอก
ตอนนี้ถึงวันที่สี่แล้ว เราเดินทางไปเมืองปีซ่าเพื่อแวะชม หอเอนปีซ่า อันเลื่องชื่อ แล้วก็เดินทางต่อไปเมืองปาดัว เพื่อไป วิหารนักบุญแอนโทนีแห่งปาดัว รวม ๆ แล้วนั่งรถกันประมาณ 600 กิโลเมตร
วันนี้ก็ถือว่าเป็นวันที่รอคอยอีกวันหนึ่ง เพราะคุณคนเขียนจะมีโอกาสแวะไปหานักบุญส่วนตัวที่เมืองปาดัวนี้เอง
เช้าวันรุ่งขี้น เราเดินทางกลับไปที่วิหารนักบุญแอนโทนีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อร่วมมิสซาเช้าวันอาทิตย์ แล้วเราก็ออกเดินทางต่อไปยังเมืองเวนิซ ตอนนี้เราเดินทางมาทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี
ที่เวนิซมี มหาวิหารนักบุญมาร์โก และเป็นที่ ๆ คุณคนเขียนไปเจอกับเรื่องที่คาดหวัง แต่ไม่นึกว่าจะได้เจอจริง ๆ ;)
[ และพอเท่านี้ก่อนนะครับ สำหรับวันนี้ ]
(more…)
ช่วงบ่ายของวันที่สาม เราออกเดินทางจากกรุงโรม มุ่งหน้าไปเมืองทางตอนเหนือ ชื่อว่าเมืองอัสซิซี (Assisi) แล้วก็ไปแวะกันที่ วิหารนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซิซี
(more…)
วันนี้เป็นวันสุดท้ายในกรุงโรมครับ หลังจากที่ตั้งหน้าตั้งตารอมาหลายวัน เราจะได้ไป มหาวิหารนักบุญเปโตร กันสักที แต่เราไปเข้ากันทางหลังบ้านครับ ไปที่พิพิธภัณฑ์วาติกันซะก่อน
(more…)